หน้าแรก | บทบาท ก.ล.ต. | Links | Sitemap | ติดต่อเรา  



Thai PVD Series คลิปวิดีโอเรื่อง
สุขหลังเกษียณ...คุณทำได้
Download : wmv | mp4

 

ข้อควรรู้สำหรับคณะกรรมการกองทุน

"สูตร 3C" หัวใจในการคัดเลือกบริษัทจัดการ

การกำหนดนโยบายการลงทุนให้เหมาะสมกับกองทุน

การติดตามผลการดำเนินงานของกองทุน

คู่มือคณะกรรมการกองทุน

"สูตร 3C" หัวใจในการคัดเลือกบริษัทจัดการ

            การคัดเลือกบริษัทจัดการที่จะได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้บริหารจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นเรื่องสำคัญที่คณะกรรมการกองทุนต้องร่วมกันพิจารณาอย่างถี่ถ้วน เพราะเป็นเรื่องที่มีผลประโยชน์โดยตรงต่อสมาชิกกองทุนทั้งหมด ดังนั้นหากคุณกำลังทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการกองทุนที่กำลังมองหาบริษัทจัดการสำหรับกองทุนที่จัดตั้งขึ้นใหม่ หรือสำหรับกองทุนเดิมที่กำลังจะครบกำหนดสัญญา "สูตร 3C" จะเป็นตัวช่วยที่สำคัญของคุณในการพิจารณาคัดเลือก
 
            C ที่ 1 - Criteria กำหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือก

           พิจารณาคุณสมบัติของบริษัทจัดการใน 2 เรื่องหลักด้วยกัน ได้แก่ ความพร้อมของระบบงานและความมั่นคงของบริษัทจัดการ ซึ่งในแต่ละเรื่องคณะกรรมการกองทุนอาจให้น้ำหนักความสำคัญไม่เท่ากันก็ได้

           1. ความพร้อมของระบบงาน

                ดูให้มั่นใจว่า บริษัทจัดการมีระบบงานรองรับการดำเนินงานของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอย่างเหมาะสม ปลอดภัย และเป็นประโยชน์ต่อสมาชิกโดยพิจารณาในเรื่องต่อไปนี้
                1.1 ระบบการจัดการลงทุน
                - ขั้นตอนการตัดสินใจลงทุน ตั้งแต่พิจารณาเลือกหลักทรัพย์ที่จะลงทุนจนถึงการตัดสินใจลงทุนของผู้จัดการกองทุน มีคณะกรรมการพิจารณาการลงทุนหรือไม่ ประกอบด้วยใครบ้าง และมีหน้าที่รับผิดชอบอย่างไร ผู้จัดการกองทุนมีการตัดสินใจลงทุนอย่างไร รวมทั้งมีการบันทึกเหตุผลในการลงทุนหรือไม่     
                - ข้อมูลที่ใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุน เช่น บทวิเคราะห์จากฝ่ายวิจัยของบริษัทจัดการหรือบริษัทหลักทรัพย์ งบการเงิน ข้อมูลจากการเยี่ยมชมบริษัทจดทะเบียน เป็นต้น
                - การจัดสรรหลักทรัพย์ กรณีที่มีหลายกองทุนลงทุนในหลักทรัพย์ตัวเดียวกัน แต่ได้หลักทรัพย์นั้นมาไม่พอ จะจัดสรรหลักทรัพย์ให้แต่ละกองทุนอย่างไร
                - การลงทุนในหลักทรัพย์ที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ มีวิธีปฏิบัติอย่างไร มีการขอความยินยอมจากคณะกรรมการกองทุนหรือไม่

                1.2 ระบบทะเบียนสมาชิกและการรับ-จ่ายเงินให้สมาชิก
                - มีช่องทางที่จะอำนวยความสะดวกในการรับ-จ่ายเงิน
                - มีความรวดเร็วในการจ่ายเงิน
                - มีระบบฐานข้อมูลและทะเบียนสมาชิกที่ถูกต้องน่าเชื่อถือ
 

                1.3 ระบบการเปิดเผยข้อมูล
                - มีช่องทางต่างๆ ในการเปิดเผยข้อมูล เช่น ส่งทางไปรษณีย์ email หรือลงในเว็บไซต์ มีการเปิดเผยผลการดำเนินงานของกองทุน
                - มีรายงานการลงทุนให้คณะกรรมการกองทุนทราบทุกเดือน
                - มีรายงานเกี่ยวกับจำนวนเงิน จำนวนหน่วยและมูลค่าต่อหน่วยให้สมาชิกทราบอย่างน้อยทุก 6 เดือน

                1.4 ระบบควบคุมการปฏิบัติงานภายใน
                 มีหน่วยงานควบคุมการทำงานของส่วนงานต่างๆ ภายในบริษัทเพื่อให้ทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่มี เช่น มีมาตรการป้องกันการกระทำที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ มีการป้องกันการฉ้อโกงของพนักงานบริษัท มีขั้นตอนการลงทุนที่ชัดเจนเป็นต้น

                1.5 ระบบรับเรื่องร้องเรียน
                 บริษัทมีส่วนงานใดเป็นผู้รับเรื่องร้องเรียน ใช้เวลาในการดำเนินการแต่ละกรณีนานเพียงไร เป็นต้น

                1.6 บริการอื่นๆ
                - การให้ความรู้แก่สมาชิก เช่น การจัดสัมมนาหรือจัดทำเอกสารเผยแพร่
                - การให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ในการบริหารกองทุนแก่คณะกรรมการกองทุน
 

           2. ความมั่นคงของบริษัทจัดการ

                 ดูให้แน่ใจว่า บริษัทจัดการสามารถบริหารกองทุนได้อย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด โดยพิจารณาจาก

                2.1 ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา โดยดูจากงบการเงินหรือรายงานประจำปีของบริษัทจัดการ
                2.2 ผู้บริหารของบริษัทจัดการ มีประสบการณ์มากน้อยเพียงไร มีนโยบายในการดำเนินงานอย่างไร โดยเฉพาะในด้านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เคยมีประวัติการกระทำผิดกฎหมายหรือไม่
                2.3 ผู้จัดการกองทุน เคยบริหารกองทุนประเภทใดบ้างและมีความชำนาญด้านไหน
                2.4 การประกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น บริษัทจัดการมีการทำประกันเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นหรือไม่ หรือมีวิธีป้องกันความเสียหายอย่างไร

                อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการกองทุนอาจไม่จำเป็นต้องให้น้ำหนักในเรื่องความมั่นคงของบริษัทจัดการมากนัก เนื่องจากทรัพย์สินของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพถูกเก็บแยกออกจากทรัพย์สินของบริษัทจัดการอยู่แล้ว โดยมีผู้รับฝากทรัพย์สินเป็นผู้ดูแลความปลอดภัยให้ ซึ่งหากบริษัทจัดการเกิดมีปัญหาเรื่องความมั่นคงด้านฐานะการเงินก็จะไม่มีผลกระทบต่อทรัพย์สินของกองทุน
 

            C ที่ 2 - Collection of Data รวบรวมข้อมูล

                - ค้นหารายชื่อบริษัทจัดการได้จากสำนักงาน ก.ล.ต. หรือสมาคมบริษัทจัดการลงทุน
                - ขอรายละเอียดเพิ่มเติมจากบริษัทจัดการที่สนใจ
                - กรณีที่สนใจเป็นพิเศษ คณะกรรมการกองทุนสามารถขอให้บริษัทจัดการมานำเสนอข้อมูลการให้บริการ รวมทั้งตอบข้อสงสัยได้

            C ที่ 3 - Consideration พิจารณาคัดเลือก

                - เปรียบเทียบบริษัทจัดการต่างๆ โดยอาจใช้วิธีให้คะแนน หากคะแนนเท่ากันหรือใกล้เคียงกันก็อาจพิจารณาเรื่องค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ เพิ่มเติม เช่น ค่าธรรมเนียมการจัดการ ค่าธรรมเนียมผู้รับฝากทรัพย์สิน ค่าธรรมเนียมผู้สอบบัญชี และค่าธรรมเนียมผู้ปฏิบัติการกองทุน เป็นต้น
                - เมื่อตัดสินใจเลือกบริษัทจัดการได้แล้ว ก็จะเป็นการทำสัญญาระหว่างกองทุนกับบริษัทจัดการที่เลือก โดยในการทำสัญญาคณะกรรมการกองทุนก็จะต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนในเรื่องบทบาทหน้าที่ของบริษัทจัดการ เงื่อนไขการลงทุน การเปิดเผยข้อมูล และเงื่อนไขการยกเลิกสัญญา

กลับไปด้านบน

การกำหนดนโยบายการลงทุนให้เหมาะสมกับกองทุน

            เนื่องจากสมาชิกกองทุนมีความหลากหลายทั้งทางด้านอายุ ผลตอบแทนที่ต้องการ และการยอมรับความเสี่ยง คณะกรรมการกองทุนจึงควรกำหนดนโยบายการลงทุนให้เหมาะสมกับความต้องการของสมาชิก โดยคณะกรรมการกองทุนควรกำหนดขั้นตอนในการปฏิบัติงาน ดังนี้

           1. จัดทำข้อมูลของกองทุน

                คณะกรรมการกองทุนควรจัดทำข้อมูลรายละเอียดของกองทุนเป็นลายลักษณ์อักษร (customer's profile) โดยมีรายละเอียดหลักๆ ดังนี้
                1.1 ประเภทของกองทุน เช่น กองทุนเดี่ยว (ประกอบด้วยนายจ้างรายเดียวหรือมากกว่า 1 ราย) หรือกองทุนร่วม
                1.2 ข้อมูลสมาชิก โดยแบ่งตามช่วงอายุ อัตราการเข้า-ออก ประเภทของการจ้างงาน (ประจำ/รายวัน/ชั่วคราว)

           2. ให้บริษัทจัดการเสนอนโยบายการลงทุนที่เหมาะสมกับข้อมูลกองทุน

                2.1 พิจารณาว่านโยบายการลงทุนที่กำหนดขึ้นเหมาะสมกับข้อมูลกองทุนหรือไม่
                เช่น หากสมาชิกส่วนใหญ่ขององค์กรมีช่วงอายุ 30 – 40 ปี นั้นแสดงว่าสมาชิกเหล่านั้นมีระยะเวลาอีกมากกว่า 20 ปีที่จะเกษียณอายุ ดังนั้น นโยบายการลงทุนของกองทุนอาจจะต้องกำหนดสัดส่วนการลงทุนในตราสารทุนได้ในอัตราสูงกว่าตราสารหนี้ ในทางตรงกันข้าม หากสมาชิกส่วนใหญ่ขององค์กรมีช่วงอายุ 50 – 60 ปี นโยบายการลงทุนที่เหมาะสมควรจะเน้นการลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นและมีความเสี่ยงต่ำ เช่น เงินฝาก พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ เป็นต้น เนื่องจากสมาชิกส่วนใหญ่อาจจะคำนึงเรื่องของการรักษาเงินต้นมากกว่าอัตราผลตอบแทน
                 2.2 พิจารณาว่ามีการกระจายความเสี่ยง (diversification) หรือไม่
                คณะกรรมการกองทุนควรพิจารณาให้นโยบายการลงทุนมีการจัดสรรเงินลงทุน (asset allocation) ในประเภทของหลักทรัพย์อย่างเหมาะสม ไม่ให้น้ำหนักการลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทใดมากเกินไป เพื่อลดความเสี่ยงโดยรวมของบัญชีเงินลงทุนทั้งหมด (portfolio) รวมถึงต้องประเมินภาระที่กองทุนจะต้องจ่ายให้กับสมาชิกที่สิ้นสมาชิกภาพในแต่ะละช่วงเวลาที่จะจัดสรรเงินลงทุนด้วย เพื่อให้กองทุนมีสภาพคล่องเพียงพอที่จะจ่ายเงินให้กับสมาชิกภาพได้ทันภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ ทั้งนี้ คณะกรรมการกองทุนควรระบุการจัดสรรเงินลงทุนไว้เป็นลายลักษณ์อักษรแนบท้ายสัญญาการจัดการ เพื่อให้บริษัทจัดการลงทุนภายในขอบเขตที่กำหนดและยังใช้เป็นแนวทางติดตามการลงทุนของบริษัทจัดการด้วย
                 2.3 พิจารณาว่าอัตราส่วนการลงทุนเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดไว้หรือไม่
                เช่น สัดส่วนการลงทุนในทรัพย์สินของนายจ้าง สัดส่วนการลงทุนในทรัพย์สินของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง เป็นต้น

           3. กำหนดตัวชี้วัดผลตอบแทนจากการลงทุนของกองทุน (benchmark)

                คณะกรรมการกองทุนควรหารือร่วมกับบริษัทจัดการ เพื่อกำหนดตัวชี้วัดผลการดำเนินงานหรือผลตอบแทนจากการลงทุนของกองทุน (benchmark) ที่เหมาะสม และใช้ตัวชี้วัดดังกล่าวเป็นเครื่องมือในการวัดฝีมือของผู้จัดการกองทุนในการบริหารกองทุน โดยตัวชี้วัดที่เหมาะสมควรสอดคล้องกับนโยบายการลงทุน และหากกองทุนลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภท ตัวชี้วัดของกองทุนจะต้องเป็น composite benchmark ซึ่งถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของ Benchmark ที่สอดคล้องกับสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์แต่ละประเภท (asset allocation policy)
 

ประเภทตราสาร

ตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน (benchmark) 

1. ตราสารทุน

- อัตราผลตอบแทนของดัชนีราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) 
- อัตราผลตอบแทนของดัชนีราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกลุ่ม 50 หลักทรัพย์ (SET 50 Index)
- อัตราผลตอบแทนของดัชนีผลตอบแทนรวมในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Total Return Index)
- อัตราผลตอบแทนของดัชนีผลตอบแทนรวมในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กลุ่ม 50 หลักทรัพย์ (SET 50 Total Return Index)

2. ตราสารแห่งหนี้
    2.1 ตราสารหนี้ภาครัฐ 

- อัตราผลตอบแทนของดัชนีพันธบัตรรัฐบาลที่มีอายุคงที่ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA Zero Rate Return “ZRR” Government Bond Index ที่มีอายุเท่ากับ target duration ของกองทุน 
- อัตราผลตอบแทนของดัชนีพันธบัตรรัฐบาล (Total Return of ThaiBMA Government Bond Index) ในกรณีที่ไม่กำหนด target duration ของกองทุน
 

    2.2 ตราสารหนี้ทั่วไป (ภาครัฐและภาคเอกชน)

- อัตราผลตอบแทนของดัชนีพันธบัตรรัฐบาลที่มีอายุคงที่ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA Zero Rate Return “ZRR”  Government Bond Index) ที่มีอายุเท่ากับ target duration ของกองทุน 
- อัตราผลตอบแทนของดัชนีตราสารหนี้ (Total Return of ThaiBMA Composite Bond Index) ในกรณีที่ไม่กำหนด target duration ของกองทุน

3. เงินฝากประจำ

- อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 1 ปีที่กองทุนสำรองเลี้ยงชีพพึงได้รับ วงเงิน 1 ล้านบาท เฉลี่ยของธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารกรุงไทย

            อย่างไรก็ตาม เมื่อได้ดำเนินการตามขั้นตอนดังกล่าวข้างต้นแล้ว การกำหนดนโยบายการลงทุนของกองทุนก็อาจตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของสมาชิกส่วนใหญ่ได้เท่านั้น ดังนั้น แนวทางอีกทางหนึ่งที่อาจตอบสนองความต้องการของสมาชิกแต่ละรายได้ คือ การให้สมาชิกแต่ละรายเลือกนโยบายการลงทุนที่ตนเองต้องการ (Employee's choice) นั่นเอง

กลับไปด้านบน
 

การติดตามผลการดำเนินงานของกองทุน

            โดยหลักการแล้ว ผลการดำเนินงานในอดีตของบริษัทจัดการไมได้รับประกันว่าผลการดำเนินงานในอนาคต แต่นับได้ว่าเป็นปัจจัยหนึ่งที่สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของบริษัทจัดการได้เป็นอย่างดี ดังนั้น คณะกรรมการจึงควรต้องมีการติดตามข้อมูลผลการดำเนินงานของกองทุนอย่างใกล้ชิด โดยคณะกรรมการกองทุนควรมีมาตรการ ดังนี้
 

            1. การติดตามให้บริษัทจัดการลงทุนตามนโยบายที่ตกลงไว้

                 คณะกรรมการกองทุนควรมีขั้นตอนดำเนินการ ดังนี้

                  1.1 พิจารณาตัวเอง
                         คณะกรรมการกองทุนควรตรวจสอบการดำเนินงานของบริษัทจัดการตามเงื่อนไขต่างๆ ดังนี้
                         (ก) มีการลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสอดคล้องกับนโยบายการลงทุนหรือไม่ มีความสม่ำเสมอในการปฏิบัติตามนโยบายการลงทุนหรือไม่ มีการลงทุนผิดอัตราส่วนหรือไม่และสาเหตุที่ผิดเกิดจากอะไร
                         (ข) มีการกระจายความเสี่ยงการลงทุนที่เหมาะสมหรือไม่ (portfolio diversificatio) เช่น ไม่ลงทุนกระจุกตัวในหลักทรัพย์ที่ออกโดยผู้ออกหรือผู้ค้ำประกันรายใดรายหนึ่งมากเกินไป หรืออยู่ในอุตสาหกรรมประเภทใดประเภทหนึ่งมากเกินไป เนื่องจาก ในกรณีที่ภาคอุตสาหกรรมนั้นเกิดปัญหา ก็จะส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของกองทุนอย่างรุนแรง
                         (ค) ผลตอบแทนจากการลงทุนเหมาะสมกับระดับความเสี่ยง (risk adjusted return) หรือไม่ โดยคณะกรรมการกองทุนไม่ควรคำนึงถึงแต่ผลตอบแทนสูงเพียงอย่างเดียว แต่ควรคำนึงถึงผลตอบแทนเมื่อเทียบกับระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมด้วย
                         (ง) คุณภาพของทรัพย์สินที่กองทุนถืออยู่มีความเสี่ยงสูงหรือไม่ในกรณีที่อัตราดอกเบี้ยในตลาดปรับตัวสูงขึ้นหรือลดลง หรือกรณีที่ดัชนีของตลาดหลักทรัพย์ปรับตัวสูงขึ้นหรือลดลง

                 1.2 พิจารณาเปรียบเทียบกับตัวชี้วัด (benchmark)
                       เช่น นโยบายการลงทุนในตราสารทุน ให้ใช้อัตราผลตอบแทนของดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นเครื่องมือเปรียบเทียบผลการดำเนินงาน นโยบายการลงทุนในตราสารหนี้ ให้ใช้ดัชนีพันธบัตรของ ThaiBMA เป็นเครื่องมือเปรียบเทียบผลการดำเนินงาน เป็นต้น อย่างไรก็ตาม หากนโยบายการลงทุนในทรัพย์สินหลากหลายประเภท ให้ใช้ composite benchmark ในการเปรียบเทียบ เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบผลการดำเนินงานของกองทุนได้อย่างแท้จริง

                       ทั้งนี้ คณะกรรมการกองทุนสามารถค้นหาข้อมูลตัวชี้วัด ได้ดังนี้
                       - SET Index, SET 50 Index, SET TRI, SET 50 TRI  หาได้จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
                       - ThaiBMA Zero Rate Return "ZRR" Government  Bond Index, Total Return of ThaiBMA Government Bond Index และ Total Return of ThaiBMA Composite Bond Index หาได้จาก The Thai Bond Market Association (ThaiBMA)
                       - อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 1 ปี ที่กองทุนสำรองเลี้ยงชีพพึงได้รับ วงเงิน 1 ล้านบาท หาได้จากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)


                 1.3  พิจารณาเปรียบเทียบกับกองทุนอื่น  โดยการเปรียบเทียบอาจทำได้ 2 กรณีคือ
                        (ก) เปรียบเทียบกับกองทุนที่มีนโยบายเดียวกันของบริษัทจัดการอื่น ซึ่งคณะกรรมการกองทุนอาจสอบถามมูลค่าต่อหน่วยจากเพื่อนคณะกรรมการกองทุนของนายจ้างรายอื่น เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานของบริษัทจัดการ หากมีความแตกต่างให้บริษัทจัดการที่จัดการอยู่มาชี้แจง

ตัวอย่างการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานของกองทุน
ภายใต้บริษัทจัดการ A,B,C
นโยบายการลงทุนแบบผสม

บริษัทจัดการ

มูลค่าต่อหน่วย (บาท)

เปลี่ยนแปลง (%)

ปี 2544

ปี 2545

บริษัทจัดการ A

10

10.65

6.5%

บริษัทจัดการ B

10

10.55

5.5%

บริษัทจัดการ C

10

10.75

7.5%

หมายเหตุ : หากบริษัทจัดการ B กำลังบริหารกองทุนของท่านอยู่ คณะกรรมการกองทุนควรให้บริษัทจัดการ B ชี้แจงถึงอัตราผลตอบแทนที่ได้รับ เพื่อหาสาเหตุว่า การที่อัตราผลตอบแทนต่ำเป็นเพราะความสามารถของบริษัทจัดการหรือมีข้อจำกัดการลงทุนที่แตกต่างจากกองทุนอื่นหรือไม่ เป็นต้น

                        (ข) เปรียบเทียบกับกองทุนที่มีนโยบายแตกต่างกัน ซึ่งอาจจัดการภายใต้บริษัทจัดการเดียวกันก็ได้ โดยสอบถามมูลค่าต่อหน่วยกับบริษัทจัดการ เพื่อพิจารณาถึงการปรับปรุงนโยบายการลงทุนในอนาคต
 

ตัวอย่างการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานของกองทุน
ภายใต้บริษัทจัดการ A

นโยบายการลงทุน

มูลค่าต่อหน่วย (บาท)

เปลี่ยนแปลง (%)

ปี 2544

ปี 2545

กองทุนความเสี่ยงต่ำ

10

10.30

3%

กองทุนแบบผสม

10

10.50

5%

กองทุนตราสารทุน

10

11.00

10%

หมายเหตุ : ในการพิจารณาปรับปรุงนโยบายการลงทุน คณะกรรมการกองทุนควรตระหนักว่า ผลตอบแทนที่สูงขึ้นจะนำมาซึ่งความเสี่ยงของกองทุนที่สูงขึ้นด้วย

                 1.4 กำหนดมาตรการดำเนินการหากผิดเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในนโยบายการลงทุน

                  เมื่อคณะกรรมการกองทุนพิจารณาการลงทุนของกองทุนตามข้อ 1.1 แล้วพบว่า บริษัทจัดการมีการลงทุนผิดเงื่อนไข เช่น ลงทุนนอกกรอบนโยบายการลงทุนที่กำหนดไว้ หรือมีการลงทุนเกินอัตราส่วน คณะกรรมการกองทุนควรดำเนินการ ดังนี้

                      (ก) กรณีบริษัทจัดการลงทุนนอกกรอบนโยบายการลงทุนที่กำหนดไว้

                            คณะกรรมการกองทุนต้องให้บริษัทจัดการรายงานเป็นลายลักษณ์อักษรทันที โดยชี้แจงสาเหตุของการลงทุนนอกกรอบนโยบายการลงทุนที่กำหนดไว้ และแนวทางแก้ไข เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาว่าจะลงทุนในหลักทรัพย์ดังกล่าวต่อไปหรือไม่ นอกจากนี้ คณะกรรมการกองทุนยังต้องตรวจสอบสัญญาการจัดการลงทุนว่าได้ระบุเงื่อนไขการชดเชยค่าเสียหายไว้หรือไม่ ซึ่งหากมีการกำหนดเงื่อนไขการชดเชยไว้ คณะกรรมการกองทุนจะต้องเรียกร้องให้บริษัทจัดการชดเชยค่าเสียหายให้กับกองทุนด้วย
                          
                      (ข) กรณีบริษัทจัดการลงทุนเกินอัตราส่วนโดยไม่ได้ลงทุนเพิ่ม

                            โดยที่กฎหมายกำหนดให้บริษัทจัดการต้องรายงานให้คณะกรรมการกองทุนทราบภายใน 3 วัน เมื่อคณะกรรมการกองทุนทราบรายงาานดังกล่าวแล้ว จะต้องพิจารณาว่าควรจะคงไว้ซึ่งหลักทรัพย์ดังกล่าวต่อไปหรือไม่ หากเหตุผลของการเกินอัตราส่วนมาจากมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนลดลง โดยเหตุจากกองทุนต้องจ่ายเงินให้กับสมาชิกที่สิ้นสมาชิกภาพจำนวนมากที่ออกจากกองทุนในขณะนั้น ซึ่งไม่ได้มีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงในปัจจัยพื้นฐานของหลักทรัพย์ คณะกรรมการกองทุนก็สามารถให้ดำรงหลักทรัพย์ดังกล่าวต่อไปได้

                      (ค) กรณีบริษัทจัดการลงทุนเกินอัตราส่วนโดยเกิดจากการลงทุนเพิ่ม
                            สามารถแบ่งได้เป็น 2 กรณี คือ
                            (1) กรณีเกินอัตราส่วนจากที่กฎหมายกำหนด กฎหมายกำหนดให้บริษัทจัดการแก้ไขให้เป็นไปตามอัตราส่วนที่กำหนดภายใน 3 วันทำการ และหากแก้ไขไม่ได้ให้รายงานให้สำนักงานทราบเพื่อพิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสมต่อไป
                            (2) กรณีเกินอัตราส่วนจากที่กำหนดในนโยบายการลงทุน คณะกรรมการกองทุนต้องกำหนดให้บริษัทจัดการรายงานให้ทราบถึงสาเหตุของการเกินอัตราส่วน การดำเนินการแก้ไขและมาตรการป้องกันในอนาคต และหากในสัญญาการจัดการระบุเงื่อนไขการชดเชยค่าเสียหายไว้ คณะกรรมการกองทุนต้องเรียกร้องให้บริษัทจัดการชดเชยค่าเสียหายให้แก่กองทุนด้วย

            2. การติดตามให้บริษัทจัดการลงทุนคำนวณราคาทรัพย์สินของกองทุนให้เป็นไปอย่างถูกต้อง
             
                โดยหลักการแล้ว บริษัทจัดการมีหน้าที่คำนวณราคาทรัพย์สินให้เป็นไปตามประกาศสมาคมบริษัทจัดการลงทุน โดยใช้หลักการประเมินมูลค่าตามราคาตลาด (mark to market) ในบางกรณีบริษัทจัดการอาจเห็นว่าราคาทรัพย์สินที่กำหนดขึ้นตามประกาศสมาคมบริษัทจัดการลงทุนไม่เหมาะสม บริษัทจัดการอาจกำหนดราคาทรัพย์สินขึ้นใหม่ได้ เช่น

                กรณีที่บริษัทจัดการได้รับแจ้งว่า หุ้นกู้ที่กองทุนถืออยู่จะงดจ่ายดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 5 ปี ทำให้ไม่มีราคาตลาดของหุ้นกู้และไม่มีราคาที่เสนอจากบริษัทผู้เสนอซื้อเสนอขาย (market maker) ซึ่งหากราคาทรัพย์สินตามประกาศไม่สะท้อนมูลค่าที่แท้จริง บริษัทจัดการจะกำหนดราคาทรัพย์สินใหม่ และแจ้งให้ผู้รับรองมูลค่าและคณะกรรมการกองทุนเพื่อขอความเห็นชอบ ซึ่งคณะกรรมการกองทุนจะต้องพิจารณาว่า ราคาทรัพย์สินที่กำหนดขึ้นมีความเหมาะสมและเป็นธรรมกับสมาชิกหรือไม่ เช่น

                  - หากกำหนดราคาต่ำไป อาจทำให้สมาชิกกองทุนและสมาชิกที่ลาออกได้รับผลประโยชน์น้อยกว่าที่ควรได้รับ ขณะที่สมาชิกใหม่ได้ประโยชน์จากการเข้ากองทุนด้วยราคาต่ำกว่าความเป็นจริง
                  - หากกำหนดราคาสูงไป สมาชิกเข้าใหม่อาจเสียประโยชน์จากการเข้ากองทุนด้วยราคาที่สูงเกินไป แต่สมาชิกปัจจุบันและสมาชิกที่ลาออกจะได้ประโยชน์จากมูลค่าที่สูงกว่าความเป็นจริง

                อนึ่ง หากคณะกรรมการกองทุนต้องการตรวจสอบว่า บริษัทจัดการประเมินราคาหลักทรัพย์ที่ไม่มีราคาตลาดด้วยวิธีใด และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ระบุไว้ในประกาศสมาคมบริษัทจัดการลงทุนหรือไม่ คณะกรรมการกองทุนอาจขอให้บริษัทจัดการเสนอรายงานการประเมินราคาหลักทรัพย์ที่ไม่มีตลาดรองรับ (non-marketable securities) ให้แก่คณะกรรมการกองทุนได้ ซึ่งบริษัทจัดการอาจคิดค่าใช้จ่ายจากการให้บริการส่วนนี้เพิ่มเติม

                อย่างไรก็ดี ถึงแม้ว่าคณะกรรมการกองทุนจะไม่ได้ขอให้บริษัทจัดการจัดทำบริการนี้เพิ่มเติม คณะกรรมการกองทุนก็สามารถไว้วาใจได้ในระดับหนึ่งว่า ผู้สอบบัญชีกองทุนจะเป็นผู้ตรวจสอบการประเมินราคาหลักทรัพย์ของกองทุนว่าเหมาะสมหรือไม่ แต่จะเป็นการสุ่มตรวจสอบปีละครั้งเท่านั้น


หากคณะกรรมการกองทุนมีข้อสงสัยประการใด ควรรีบติดต่อบริษัทจัดการของท่านทันที

กลับไปด้านบน
 

วันที่อัพเดทล่าสุด 10/02/2553
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง : สำนักงาน ก.ล.ต. | สมาคมบริษัทจัดการลงทุน | สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
333/3 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ 1207 หรือ 0 2695 9999 โทรสาร 0 2695 9660
ข้อควรทราบ เว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการให้ข่าวสารและข้อมูลแก่ผู้สนใจทั่วไป แต่ไม่ถือว่าเป็นการให้คำแนะนำโดยสำนักงาน ก.ล.ต. การนำข้อมูลที่ปรากฏบนเว็บไซต์ไปใช้ประโยชน์ ถือว่าอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ใช้ข้อมูล ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งคณะผู้จัดทำตั้งใจที่จะปรับปรุงให้เป็นข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัยอยู่ตลอดเวลา
หากท่านเห็นว่าข้อมูลส่วนใดไม่ถูกต้อง โปรดแจ้งคณะผู้จัดทำหรือสอบถามเพิ่มเติมหรือได้ที่ thaipvd@sec.or.th