หน้าแรก | บทบาท ก.ล.ต. | Links | Sitemap | ติดต่อเรา  



Thai PVD Series คลิปวิดีโอเรื่อง
สุขหลังเกษียณ...คุณทำได้
Download : wmv | mp4

 

การประกันชีวิตแบบเงินได้ประจำ

            การประกันชีวิตมีหลายแบบ แต่ละแบบจะมีลักษณะความคุ้มครองและผลประโยชน์แตกต่างกันออกไป แบบการประกันชีวิตพื้นฐานมีอยู่ 4 แบบคือ
 

  • แบบตลอดชีพ ให้ความคุ้มครองตลอดชีพ หรือจนกระทั่งผู้เอาประกันมีอายุถึง 99 ปี ถ้าผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตในระหว่างที่กรมธรรม์มีผลบังคับ บริษัทประกันชีวิตจะจ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัยให้แก่ผู้รับประโยชน์  
  • แบบสะสมทรัพย์ การประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์เป็นส่วนผสมของการคุ้มครองชีวิตและการออมทรัพย์ บริษัทประกันชีวิตจะจ่ายเงินคืนให้แก่ผู้เอาประกันตามระยะเวลาที่กำหนด เช่น ทุก 3 ปี หรือ 5 ปี และจะจ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัยเมื่อมีชีวิตอยู่ครบกำหนดสัญญา หรือจ่ายเงินเอาประกันภัยให้แก่ผู้รับประโยชน์เมื่อผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตภายในระยะเวลาประกันภัย
  • แบบกำหนดเวลา บริษัทประกันชีวิตให้ความคุ้มครองตามระยะเวลาที่กำหนดในสัญญาเป็น 5 ปี 10 ปี 20 ปี โดยจะจ่ายเงินให้แก่ผู้รับประโยชน์ เมื่อผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตในระยะเวลาประกันภัย การประกันชีวิตแบบนี้ไม่มีส่วนของการออมทรัพย์ เบี้ยประกันภัยจึงต่ำกว่าแบบอื่น ๆ และไม่มีเงินคืนหากผู้เอาประกันภัยมีชีวิตอยู่จนครบกำหนดสัญญา
     
  • แบบเงินได้ประจำ บริษัทประกันชีวิตจะจ่ายเงินจำนวนหนึ่งเท่ากันอย่างสม่ำเสมอให้แก่ผู้เอาประกันภัย นับแต่ผู้เอาประกันภัยเกษียณอายุ

            โดยที่การประกันชีวิตแบบเงินได้ประจำมีข้อกำหนดในลักษณะส่งเสริมให้ผู้ซื้อกรมธรรม์ออมเงินไว้ใช้ยามเกษียณ โดยมีการกำหนดให้ผู้เอาประกันต้องจ่ายเบื้ยประกันตามระยะเวลาที่กำหนด  หลังจากนั้นสามารถหยุดส่งเบี้ยประกัน  โดยได้รับความคุ้มครองชีวิตต่อไปและได้รับเงินคืนด้วย จึงถือได้ว่าเป็นการออมเพื่อเกษียณอายุอีกรูปแบบหนึ่ง

ตัวอย่างของกรมธรรม์แบบเงินได้ประจำ 
            1. เมื่อผู้ประกันตนได้จ่ายเบี้ยประกันติดต่อกันมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง เช่น  10 ปี  หรือ 20 ปี ขึ้นอยู่กับอายุของผู้ซื้อกรมธรรม์  หลังจากนั้นไม่ต้องจ่ายเบี้ยประกันอีก

            2. ภายหลังจากหยุดส่งเบี้ยประกัน ผู้เอาประกันจะได้รับประโยชน์ดังต่อไปนี้
                2.1  ได้รับความคุ้มครองต่อไปอีกเป็นระยะเวลาตามที่กำหนด เช่น คุ้มครองต่อไปอีก 10 ปี 20 ปี หรือคุ้มครองต่อไปจนถึงอายุ 99 ปี เป็นต้น

                2.2  ได้รับผลประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ เช่น
                        2.2.1 ได้รับคืนเงินก้อนหนึ่งในอัตราร้อยละ 2 ของทุนประกัน คูณจำนวนปีที่ชำระเบี้ยประกัน
                        2.2.2 ได้รับเงินรายปีในอัตราร้อยละ 10 ของทุนประกัน โดยจะได้รับปีละครั้งจนกว่าจะครบอายุที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ เช่น จนกว่าผู้เอาประกันจะมีอายุ 70 ปี 80 ปี หรือ 99 ปี

                2.3  เมื่อบริษัทประกันชีวิตนำเบี้ยประกันไปลงทุน  กำไรจากการลงทุนจะมีการจ่ายให้ผู้เอาประกันในรูปของเงินปันผลอีกจำนวนหนึ่งด้วย

สิทธิประโยชน์ทางภาษี
            เงินที่จ่ายเป็นเบี้ยประกันสำหรับกรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีระยะเวลาตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไปและได้เอาประกันไว้กับผู้รับประกันภัยที่ประกอบกิจการประกันชีวิตในราชอาณาจักร สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินปีละ 50,000 บาทต่อปี นอกจากนี้ ผลประโยชน์ที่ได้รับจากกรมธรรม์ประกันชีวิตไม่ต้องเสียภาษี   

ศึกษาเพิ่มเติมทางเว็บไซต์  สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

 
 

วันที่อัพเดทล่าสุด 11/02/2553
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง : สำนักงาน ก.ล.ต. | สมาคมบริษัทจัดการลงทุน | สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
333/3 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ 1207 หรือ 0 2695 9999 โทรสาร 0 2695 9660
ข้อควรทราบ เว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการให้ข่าวสารและข้อมูลแก่ผู้สนใจทั่วไป แต่ไม่ถือว่าเป็นการให้คำแนะนำโดยสำนักงาน ก.ล.ต. การนำข้อมูลที่ปรากฏบนเว็บไซต์ไปใช้ประโยชน์ ถือว่าอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ใช้ข้อมูล ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งคณะผู้จัดทำตั้งใจที่จะปรับปรุงให้เป็นข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัยอยู่ตลอดเวลา
หากท่านเห็นว่าข้อมูลส่วนใดไม่ถูกต้อง โปรดแจ้งคณะผู้จัดทำหรือสอบถามเพิ่มเติมหรือได้ที่ thaipvd@sec.or.th