หน้าแรก | บทบาท ก.ล.ต. | Links | Sitemap | ติดต่อเรา  



Thai PVD Series คลิปวิดีโอเรื่อง
สุขหลังเกษียณ...คุณทำได้
Download : wmv | mp4

 

ทำไมต้องเลือกนโยบายการลงทุน

            แต่เดิมกฎหมายมีการวางเงื่อนไขนโยบายการลงทุนของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยกำหนดสัดส่วนของเงินลงทุนส่วนใหญ่ให้ไปลงทุนในตราสารทางการเงินที่มีความมั่นคงสูง ซึ่งอาจเป็นข้อจำกัดและไม่ยืดหยุ่นตามลักษณะและความต้องการที่แท้จริงของสมาชิกกองทุน ลักษณะที่ว่าได้แก่ อายุ การยอมรับในเรื่องความเสี่ยงจากการลงทุน และความต้องการผลตอบแทนที่ต้องการ เป็นต้น เหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่มีส่วนกำหนดรายละเอียดด้านนโยบายการลงทุนของสมาชิกกองทุนที่มีความหลากหลายมากกว่าที่กำหนดเป็นเงื่อนไขการลงทุนเพียงแบบเดียว

            ในปัจจุบัน กฎหมายเปิดโอกาสให้ลูกจ้างแต่ละคนเข้ามามีบทบาทในการเลือกนโยบายการลงทุนที่เหมาะสมกับตนเองได้ (employee's choice) ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า "ลูกจ้างเลือกลงทุน" โดยลูกจ้างสามารถเลือกนโยบายการลงทุนทั้งด้านความเสี่ยงและผลตอบแทนตามที่ตนเองต้องการ ลองมาดูกันว่า...การให้ลูกจ้างเลือกลงทุนได้ต้องมีการเตรียมตัวกันอย่างไร เนื่องจากต้องมีการเตรียมพร้อมทั้งฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้าง

            การวางเงื่อนไขนโยบายการลงทุนที่กำหนดสัดส่วนของเงินลงทุนส่วนใหญ่ ให้ลงทุนในตราสารทางการเงินที่มีความมั่นคงสูง อาจเป็นข้อจำกัด และไม่ยืดหยุ่นตามลักษณะและความต้องการที่แท้จริงของสมาชิกกองทุน ลักษณะที่ว่า ได้แก่ อายุ การยอมรับในเรื่องความเสี่ยงจากการลงทุน และความต้องการผลตอบแทนที่ต่างกัน เหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่มีส่วนกำหนดรายละเอียดด้านนโยบายการลงทุนของสมาชิกกองทุนที่มีความหลากหลายมากกว่าที่กำหนดเป็นเงื่อนไขการลงทุนเพียงแบบเดียว ซึ่งสามารถใช้แผนภาพด้านล่างนี้ พิจารณาดูความต้องการลงทุนที่ผันแปรไปตามธรรมชาติของบุคคล

ช่วงอายุ (ปี)

รูปแบบการลงทุนที่เหมาะสม

เหตุผล

วัยหนุ่มสาว
(ไม่เกิน 30 ปี)

เน้นลงทุนเชิงรุกในตราสารทุน ซึ่งมีโอกาสได้รับอัตราผลตอบแทนสูงแม้จะมีความเสี่ยงสูง และแบ่งเงินบางส่วนไปลงทุนในตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงน้อยกว่า

มีช่วงเวลาในการออมนาน 30 - 40 ปี จึงสามารถลงทุนแบบเสี่ยงสูงเพื่อให้ได้อัตราผลตอบแทนสูงขึ้น และหากเกินการขาดทุน ก็มีเวลาปรับเปลี่ยนรูปแบบการลงทุนได้ทัน

วัยกลางคน
(30 - 50 ปี)

เน้นการลงทุนแบบผสมเพื่อเป็นการกระจายการลงทุนในหลักทรัพย์หลายประเภท โดยลงทุนทั้งในตราสารทุนและตราสารหนี้ในสัดส่วนใกล้เคียงกัน

มีช่วงเวลาการออมเพียง 10 - 30 ปี จึงควรแบ่งเงินลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่แน่นอนส่วนหนึ่ง และลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้นอีกส่วนหนึ่ง

วัยสูงอายุ
(50 ปีขึ้นไป)

เน้นลงทุนในตราสารหนี้ ซึ่งมีความเสี่ยงน้อย และลงทุนส่วนน้อยในตราสารทุนเพื่อหวังผลกำไรบ้าง

เป็นวัยใกล้เกษียณ เหลือเวลาในการออมสั้น จึงควรเน้นลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ

            จะเห็นได้ว่า "วัย" มีอิทธิพลไม่น้อยในการกำหนดระดับความทนทานต่อความเสี่ยงในการลงทุนและระยะเวลาสำหรับการลงทุน ซึ่งทำให้พฤติกรรมในการเลือกนโยบายการลงทุนของแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน และเป็นที่มาของการนำระบบ "ลูกจ้างเลือกลงทุน" มาใช้

            อย่างไรก็ดี การเปิดโอกาสให้สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแต่ละรายได้มีโอกาสเลือกนโยบายการลงทุนที่เหมาะสมกับตนเองนั้น มิได้เป็นการบังคับ หากแต่เป็นทางเลือกที่กองทุนอาจจะนำเข้ามาใช้ และสมาชิกสามารถจะเลือกใช้สิทธิในการเลือกนโยบายการลงทุนได้ตามความเหมาะสมของตนเอง หรือเลือกที่จะลงทุนในนโยบายการลงทุนแบบที่ผ่านมาต่อไปก็ได้  ทั้งนี้ คณะกรรมการกองทุนเองต้องสอบเช็คถึงความพร้อมในด้านต่างๆ ที่จะนำระบบ "ลูกจ้างเลือกลงทุน" มาใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเข้าใจของลูกจ้างในนโยบายการลงทุนแบบต่างๆ เพื่อมิให้เกิดปัญหาขึ้นในภายหลัง
 

วันที่อัพเดทล่าสุด 11/02/2553
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง : สำนักงาน ก.ล.ต. | สมาคมบริษัทจัดการลงทุน | สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
333/3 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ 1207 หรือ 0 2695 9999 โทรสาร 0 2695 9660
ข้อควรทราบ เว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการให้ข่าวสารและข้อมูลแก่ผู้สนใจทั่วไป แต่ไม่ถือว่าเป็นการให้คำแนะนำโดยสำนักงาน ก.ล.ต. การนำข้อมูลที่ปรากฏบนเว็บไซต์ไปใช้ประโยชน์ ถือว่าอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ใช้ข้อมูล ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งคณะผู้จัดทำตั้งใจที่จะปรับปรุงให้เป็นข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัยอยู่ตลอดเวลา
หากท่านเห็นว่าข้อมูลส่วนใดไม่ถูกต้อง โปรดแจ้งคณะผู้จัดทำหรือสอบถามเพิ่มเติมหรือได้ที่ thaipvd@sec.or.th