หน้าแรก | บทบาท ก.ล.ต. | Links | Sitemap | ติดต่อเรา  



Thai PVD Series คลิปวิดีโอเรื่อง
สุขหลังเกษียณ...คุณทำได้
Download : wmv | mp4

 

การกระทำที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์

            สำนักงานก.ล.ต.ได้กำหนด การกระทำที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในการจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และหลักเกณฑ์ในการป้องกัน ตลอดจนแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับระบบงานของบริษัทจัดการในการป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ต่อกองทุน

 

            กรณีที่ห้ามมิให้บริษัทจัดการดำเนินการในสิ่งที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ต่อสมาชิกกองทุน ได้แก่  

            (1) รับผลประโยชน์ตอบแทนจากบุคคลใด ๆ เพื่อบริษัทจัดการเอง อันเนื่องมาจากการใช้บริการของบุคคลดังกล่าว (ส่วนใหญ่ หมายถึง บริษัทนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์)

            (2) ซื้อขายทรัพย์สินหรือเข้าทำสัญญากับบุคลที่เกี่ยวข้อง โดยเอาเปรียบกองทุนหรือทำให้กองทุนเสียประโยชน์ที่ดีที่สุดไป เว้นแต่เป็นการทำธุรกรรมตามหลักเกณฑ์เรื่อง Affiliated transaction (รายละเอียดข้างล่าง)

            (3) ซื้อขายทรัพย์สินหรือเข้าเป็นคู่สัญญาเพื่อพอร์ตบริษัทก่อนกองทุน

 

            นอกจากข้อห้ามข้างต้น สำนักงาน ก.ล.ต. ยังได้กำหนดให้บริษัทจัดการต้องมีระบบป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (conflict of interest หรือ COI) อย่างเพียงพอในเรื่องต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

  • การลงทุนเพื่อเป็นทรัพย์สินของบริษัทจัดการ (proprietary trading)

  • การทำธุรกรรมของกองทุนกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง (affiliated transaction)

  • การรับผลประโยชน์ตอบแทนเนื่องจากการที่กองทุนใช้บริการบุคคลอื่น (soft commission)

  • การลงทุนเพื่อเป็นทรัพย์สินของพนักงาน (staff dealing)

    ประกาศที่เกี่ยวข้อง
 

 Proprietary trading

            กรณีบริษัทจัดการบริหารเองต้องจัดให้มีระบบงานป้องกัน COI ที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต.ก่อนเริ่มลงทุน เว้นแต่ กรณีที่บริษัทจัดการกำหนดกรอบการลงทุนจำกัดเฉพาะ เงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝากเพื่อบริหารสภาพคล่อง ตั๋วเงินคลัง พันธบัตรต่างๆ และหน่วยลงทุนของกองทุนรวมเปิดที่ตนรับผิดชอบ โดยต้องมีระบบงานป้องกัน COI ตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนดก็จะถือว่าได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต. แล้ว ได้แก่ มีการกำหนดสถานที่ดำเนินงานการลงทุนเพียงแห่งเดียวเว้นแต่จะกำหนดสถานที่สำรองไว้ใช้เมื่อมีเหตุจำเป็น มีการกำหนดนโยบายและเกณฑ์การลงทุนเป็นลายลักษณ์อักษร มีการกำหนดหลักปฏิบัติเพื่อป้องกัน COI  มีการรายงานการลงทุนให้ผู้บริหารบริษัทจัดการ และมีการรายงานต่อ Compliance officer กรณีที่ลงทุนไม่เป็นไปตามราคาตลาดหรือไม่ใช้ราคาตลาด

  • กรณีมอบหมายให้บริษัทจัดการอื่นบริหาร บริษัทจัดการต้องไม่เข้าไปมีส่วนร่วมในการตัดสินใจลงทุน

  • บริษัทจัดการต้องลงทุนเกิน 1 ปี ยกเว้นเงินฝาก ตราสารที่มีอายุคงเหลือน้อยกว่า 1ปี และหน่วยลงทุนของตนเองที่ซื้อเพราะความจำเป็น กรณีมีเหตุจำเป็นที่ต้องขายออกก่อนครบ 1 ปี ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัท นอกจากนี้ บริษัทจัดการต้องจัดทำรายงานข้อมูลการลงทุนต่อสำนักงาน   เปิดเผยต่อคณะกรรมการกองทุน (FC) ว่าบริษัทจัดการอาจลงทุนเพื่อบริษัทในทรัพย์สินเดียวกับกองทุน และยินยอมให้ FC  ดูข้อมูลการลงทุนได้

 Affiliated transaction

  • การทำธุรกรรมเพื่อกองทุนกับบุคคลที่เกี่ยวข้องจะกระทำได้ต้องเข้าเงื่อนไขดังนี้
                                  1. เป็นประโยชน์ที่ดีที่สุดต่อกองทุนในสถานการณ์ขณะนั้น (best execution)
                                  2. มีความจำเป็นและเป็นประโยชน์ต่อกองทุน
                                  3. กระทำเป็นทางค้าปกติ (at arm’s length)
                                  4.  เหมาะสมต่อลักษณะและนโยบายการลงทุนของกองทุน
                                  ทั้งนี้ บริษัทจัดการต้องปฏิบัติต่อกองทุนภายใต้การจัดการด้วยหลักข้างต้นอย่างเท่าเทียมกัน และเป็นธรรมกับทุกกองทุน

  • ในการทำธุรกรรมกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง บริษัทจัดการต้องได้รับความยินยอมจาก FC เป็นลายลักษณ์อักษร โดยอาจกำหนดไว้ล่วงหน้าในสัญญา หรือก่อนการทำธุรกรรมทุกครั้ง โดยกรณีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพประเภท Single fund จะต้องขอความยินยอมจาก FC ทุกกรณี ส่วนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพประเภท Pooled fund จะต้องขอความยินยอมจาก FC ใน 4 กรณี ดังนี้
                                  1. การลงทุนในตราสารที่บุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ออก ผู้รับรอง ผู้สลักหลัง หรือผู้ค้ำประกัน
                                  2. การทำธุรกรรมกับบริษัทจัดการ
                                  3. การทำธุรกรรมกับกองทุนที่อยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการเดียวกัน
                                  4. การทำธุรกรรมซื้อโดยมีสัญญาขายคืนหรือการให้ยืมหลักทรัพย์กับบริษัทในเครือของบริษัทจัดการ
                                  หากธุรกรรมข้างต้นไม่มีราคาตลาด หรือใช้ราคาอื่นที่ไม่ใช่ราคาตลาด บริษัทจัดการต้องอธิบายเหตุผล และที่มาของการใช้ราคาดังกล่าวให้ FC ทราบก่อนขอรับความยินยอม

  • ในการทำธุรกรรมระหว่างกองทุนภายใต้การจัดการเดียวกัน (cross trade) ถือเป็นการทำธุรกรรมกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต้องใช้ราคาที่เหมาะสมมีแหล่งอ้างอิงได้ และเป็นราคาที่ผู้จัดการกองทุนไม่ทราบมาก่อน (ex-ante/forward price) ได้แก่ราคาตลาดที่มีลักษณะ ดังนี้
                                  1. ราคาในตลาดที่ซื้อขายคล่อง ได้แก่ ราคาปิดของวันทำธุรกรรม ราคาที่ตกลงซื้อขายในขณะทำธุรกรรม(current price) ราคาเฉลี่ยของราคาเสนอซื้อและเสนอขายในขณะทำธุรกรรม
                                  2. ราคาที่ประกาศใน ThaiBMA รวมถึงราคาที่เสนอโดย Market Yield Web Page และ Model Yield Web Page
                                  3. ราคาเฉลี่ยของราคาเสนอซื้อสูงสุดและราคาเสนอขายต่ำสุดของวันที่ทำธุรกรรม (ราคาเฉลี่ย ณ สิ้นวัน) ใช้กรณีที่ไม่มีราคาตาม 1 และ 2 ข้างต้น
                                 อนึ่ง หากไม่มีราคาตลาดตามที่กล่าวข้างต้น ให้ใช้ราคาเสนอซื้อหรือเสนอขายของ dealer ที่เกิดในวันทำธุรกรรม

  • บุคคลที่เกี่ยวข้อง ที่ทำธุรกรรมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่จะถือว่ามีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ได้แก่

    1. บริษัทที่รับผิดชอบจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
    2. บุคคลที่ไม่ใช่หน่วยงานของรัฐ ที่เข้าข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้
        2.1 เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทจัดการเกิน 5%ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทจัดการ
        2.2 เป็นผู้ถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนบุคคลตาม 2.1 เกิน 30%ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดหรือจำนวนหุ้นส่วนของบุคคลดังกล่าวเว้นแต่บุคคลตาม 2.1 เป็นบริษัทจัดตั้งในต่างประเทศ
    3. นิติบุคคลที่บริษัทจัดการถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนของนิติบุคคลดังกล่าวเกิน 10%ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด หรือจำนวนหุ้นส่วน
    4. นิติบุคคลที่มีบุคคลที่ถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนเกิน 50%ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดหรือจำนวนหุ้นส่วนของนิติบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทจัดการเกิน 50%ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทจัดการด้วย
    5. ผู้บริหารของบริษัทจัดการ
    6. ผู้จัดการกองทุนของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพนั้น
    7. นิติบุคคลที่บุคคลตามข้อ 5 หรือข้อ 6 ถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนรวมกันเกิน 30%ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดหรือจำนวนหุ้นส่วนของนิติบุคคลนั้น
    8. บุคคลที่เป็นที่ปรึกษา
    9. กองทุนที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทจัดการเดียวกัน
    10.บริษัทที่บุคคลผู้มีอำนาจในการจัดการกองทุนเป็นกรรมการหรือถือหุ้นเกิน 5%ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทนั้น หรือบริษัทที่บุคคลดังกล่าวถือหุ้นรวมกันเกิน 10%ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบุคคลนั้น  ทั้งนี้ ไม่ว่ากรณีใดให้นับหุ้นที่คู่สมรสหรือบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคลดังกล่าวเป็นหุ้นของบุคคลนั้นด้วย
    11. บริษัทที่บริษัทจัดการทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา ผู้จัดเตรียมคำเสนอซื้อ ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ตัวแทนจำหน่ายหลักทรัพย์หรือผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืน
    12. บริษัทจดทะเบียนที่ถูกเสนอซื้อ โดยในการเสนอซื้อดังกล่าวบริษัทจัดการทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาของผู้ถือหุ้นของบริษัทนั้น
    13. นายจ้างหรือบริษัทในเครือของนายจ้าง
    14. กองทุนภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทจัดการอื่น ที่มีผู้ถือหุ้นเป็นบุคคลตามลักษณะในข้อ 2 ซึ่งบุคคลดังกล่าวถือหุ้นในบริษัทจัดการตามลักษณะในข้อ 2 ด้วยเช่นกัน
    15. กองทุนภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทจัดการอื่น ซึ่งบริษัทจัดการอื่นนั้นเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทจัดการตามลักษณะในข้อ 2
    16. บริษัทที่มีผู้ถือหุ้นเกิน 5%ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด เป็นนิติบุคคลซึ่งถือหุ้นในบริษัทจัดการตามข้อ 2 และกรรมการของนิติบุคคลนั้นเป็นกรรมการของบริษัทดังกล่าวเกินกึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมดของบริษัท
    17. บริษัทที่มีผู้ถือหุ้นเกิน 5%ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด เป็นนิติบุคคลที่ถือหุ้นโดยอ้อมในบริษัทจัดการตามข้อ 2.2 และกรรมการของนิติบุคคลนั้นและ/หรือกรรมการของนิติบุคคลตามข้อ 2.1 เป็นกรรมการของบริษัทดังกล่าวด้วยเกินกึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมดของบริษัท
    18. กองทุนภายใต้การบริหารจัดการของนายจ้าง

     

  • การรายงาน บริษัทจัดการต้องรายงานการทำธุรกรรมกับบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อคณะกรรมการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ตามระยะเวลาที่กำหนดในสัญญา เว้นแต่คณะกรรมการกองทุนจะกำหนดเรื่องการรายงานไว้เป็นอย่างอื่น

 Soft commission

  • การรับผลประโยชน์ตอบแทนจะทำได้ต้องเข้าเงื่อนไขดังนี้
                                  1. เป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจและเป็นประโยชน์โดยตรงกองทุน เช่น บทวิเคราะห์ บทวิจัย
                                  2. ไม่มีเจตนาจะใช้บริการจากบุคคลที่ให้ผลประโยชน์ดังกล่าวบ่อยเกินจำเป็น
                                  3. จัดสรรการรับผลประโยชน์ด้วยความเป็นธรรม และคำนึงถึงนโยบายการลงทุนของกองทุน
     

  • บริษัทจัดการต้องระบุเงื่อนไขและหลักเกณฑ์การได้รับผลประโยชน์ในสัญญาจัดการกองทุน และแจ้งการรับผลประโยชน์ โดยระบุบุคคลที่ให้ผลประโยชน์แก่บริษัทจัดการ ผลประโยชน์ที่ได้รับ  เหตุผลในการรับผลประโยชน์ เพื่อให้ FC ทราบเป็นลายลักษณ์อักษร และเปิดเผยว่าบริษัทจัดการไม่สามารถรับ Soft commission เพื่อผลประโยชน์ของบริษัทได้ เว้นแต่เป็นการรับผลประโยชน์จากผู้ให้บริการตามเทศกาลที่เป็นประเพณีนิยมตามแนวทางปฏิบัติที่บริษัทจัดการประกาศไว้ภายในบริษัท

 Staff dealing

  • บริษัทจัดการต้องดำเนินการ ดังนี้
                                  1. จัดให้มีระบบดูแลการปฏิบัติงานของพนักงานที่มีประสิทธิภาพ เพื่อดูแลให้พนักงานมีมาตรฐานการปฏิบัติงานตามแนวทางที่สมาคมกำหนดเกี่ยวกับการควบคุมการซื้อขายหลักทรัพย์ของพนักงาน
                                  2. กำหนดมาตรการทางวินัยหากพนักงานฝ่าฝืน
                                  3. จัดให้มีการชดใช้ความเสียหายหากพนักงานฝ่าฝืนและก่อให้เกิดความเสียหายต่อกองทุน

วันที่อัพเดทล่าสุด 11/02/2553
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง : สำนักงาน ก.ล.ต. | สมาคมบริษัทจัดการลงทุน | สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
333/3 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ 1207 หรือ 0 2695 9999 โทรสาร 0 2695 9660
ข้อควรทราบ เว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการให้ข่าวสารและข้อมูลแก่ผู้สนใจทั่วไป แต่ไม่ถือว่าเป็นการให้คำแนะนำโดยสำนักงาน ก.ล.ต. การนำข้อมูลที่ปรากฏบนเว็บไซต์ไปใช้ประโยชน์ ถือว่าอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ใช้ข้อมูล ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งคณะผู้จัดทำตั้งใจที่จะปรับปรุงให้เป็นข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัยอยู่ตลอดเวลา
หากท่านเห็นว่าข้อมูลส่วนใดไม่ถูกต้อง โปรดแจ้งคณะผู้จัดทำหรือสอบถามเพิ่มเติมหรือได้ที่ thaipvd@sec.or.th