หน้าแรก | บทบาท ก.ล.ต. | Links | Sitemap | ติดต่อเรา  



Thai PVD Series คลิปวิดีโอเรื่อง
สุขหลังเกษียณ...คุณทำได้
Download : wmv | mp4

สรรหามาเล่า
ตอน ปรับปรุงการวัดผลการดำเนินงานของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

            สวัสดีค่ะท่านกรรมการกองทุนและเพื่อนสมาชิกทุกท่าน หลังจากที่กองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้มีการวัดผลการดำเนินงานโดยใช้เกณฑ์วัดผลการดำเนินงานกองทุนำสำรองเลี้ยงชีพ (benchmark) ตามประกาศของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน ตั้งแต่ปี 2549  ก็พบว่า เกณฑ์การวัดผลที่กำหนดยังไม่ครอบคลุมกับการลงทุนในหลักทรัพย์บางประเภท ในปี 2552 สมาคมบริษัทจัดการลงทุนจึงได้ทำการแก้ไขปรับปรุงประกาศสมาคมฯ ในเรื่องดังกล่าว ถึง 2 ครั้ง เพื่อให้เกณฑ์มีความหลากหลาย เหมาะสมและชัดเจนในทางปฏิบัติมากขึ้น โดยประกาศฉบับล่าสุดที่มีผลใช้บังคับ คือ ประกาศสมาคมบริษัทจัดการลงทุนที่ สจก.กช. 2/2552 มีผลใช้บังคับวันที่ 1 มกราคม 2553  เราจะมาดูกันว่ามีการเปลี่ยนแปลงอะไรที่ควรทราบบ้างนะคะ

            ถ้าเพื่อน ๆ ยังจำได้ว่าหลักของการพิจารณา benchmark ของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ คือ ให้เป็นเกณฑ์อ้างอิงผสม (composite benchmark) ที่สอดคล้องกับทรัพย์สินที่กองทุนลงทุนตามน้ำหนักที่สะท้อนความเสี่ยงการลงทุนของนโยบายการลงทุน ประกาศฯ ฉบับใหม่จึงได้มีการเพิ่มเติม benchmark ทั้งในส่วนของทรัพย์สินของกองทุนที่เป็นตราสารทุนและตราสารหนี้ เพื่อให้สามารถเลือก benchmark ที่สอดคล้องกับนโยบายการลงทุนได้มากขึ้น

            -     ตราสารทุน ประกาศฯ ได้เพิ่มเติมให้สามารถใช้อัตราผลตอบแทนของ SET100 และดัชนีผลตอบแทนรวม (Total Return Index (TRI): SET TRI, SET50 TRI, SET100 TRI) เป็น benchmark ในส่วนของตราสารทุนได้ จากเดิมที่กำหนดให้ใช้เพียงอัตราผลตอบแทนของ SET index และ SET50 index ซึ่งการเพิ่มอัตราผลตอบแทนของดัชนีผลตอบแทนรวมก็เพื่อให้กรรมการกองทุนมีโอกาสเลือก benchmark ที่สะท้อนผลตอบแทนจากเงินปันผลด้วย ดังนั้น หากกองทุนลงทุนในหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผล ก็สามารถใช้อัตราผลตอบแทนของดัชนีผลตอบแทนรวมเป็น benchmark ได้ ทั้งนี้ บริษัทจัดการต้องนำเสนออัตราผลตอบแทนของดัชนีผลตอบแทนรวมด้วยทุกครั้งที่มีการเสนอ benchmark ให้กรรมการกองทุนพิจารณา  

            -     ตราสารหนี้ ประกาศฯ ได้เพิ่มเติมทางเลือกให้มากขึ้น โดยในส่วนของตราสารหนี้ภาครัฐและตราสารหนี้ทั่วไป ที่ไม่มีการระบุ target duration ที่ชัดเจน ได้เพิ่มเติมให้สามารถใช้อัตราผลตอบแทนของดัชนีพันธบัตรรัฐบาลหรือดัชนีตราสารหนี้กลุ่มอายุคงเหลือระหว่าง 1 ปีถึงไม่เกิน 3 ปีของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (Total Return of ThaiBMA Government/Composite Bond Index-Maturity Sub Group1 (1<TTM?3)) หรืออัตราผลตอบแทนของดัชนีวัดการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลหรือในตราสารหนี้ที่มีอายุคงที่ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA Zero Rate Return “ZRR” Government/Composite Bond Index) อายุ 2 ปีได้ นอกเหนือจากอัตราผลตอบแทนของดัชนีพันธบัตรรัฐบาลหรือดัชนีตราสารหนี้ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (Total Return of ThaiBMA Government/Composite Bond Index) 

            นอกจากนี้ ประกาศฉบับใหม่ยังได้ปรับปรุงในส่วนอื่น ๆ อีก อาทิ ประเภทของกองทุน การเปิดเผยและการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการวัดผลการดำเนินงานและเกณฑ์อ้างอิง เป็นต้น ซึ่งกรรมการกองทุนและสมาชิกสามารถศึกษาประกาศมาตรฐานการวัดผลการดำเนินงานของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้ที่ www.thaipvd.com

            ประกาศของสมาคมฯ ในเรื่องนี้ เป็นการบังคับใช้กับบริษัทจัดการให้ปฏิบัติตามและเสนอกรรมการกองทุน เพื่อให้การวัดผลการดำเนินงานของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมีความเหมาะสมกับแต่ละกองทุนซึ่งมีนโยบายการลงทุนและมีสัดส่วนการลงทุนที่แตกต่างกัน  ดังนั้น กรรมการกองทุนจึงควรทราบเกณฑ์การวัดผลการดำเนินงานของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพว่ามีอะไรบ้าง ตัวชี้วัดใดที่เหมาะสมและควรนำมาใช้วัดผลการดำเนินงานกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของตนโดยต้องตกลงกับบริษัทจัดการในการนำตัวชี้วัดที่เหมาะสมมาใช้เป็นลายลักษณ์อักษร จากนั้น กรรมการกองทุนก็ควรติดตามผลการดำเนินงานของกองทุนที่บริษัทจัดการรายงานโดยเทียบกับตัวชี้วัดที่กำหนด ซึ่งก็จะสะท้อนความสามารถในการบริหารกองทุนของบริษัทจัดการอันจะเป็นประโยชน์ต่อกองทุนของท่านค่ะ

            กองทุนสำรองเลี้ยงชีพของท่านใช้ benchmark ตามที่สมาคมฯ กำหนดหรือยังคะ ?

            ท่านสามารถอ่านบทความเกี่ยวกับเรื่อง benchmark ที่ได้เคยเขียนในสรรหามาเล่าและหาความรู้รวมทั้งทดสอบความรู้ในเรื่อง benchmark ได้จาก benchmarkquizroom ใน www.thaipvd.com แล้วพบกันใหม่ฉบับหน้า  สวัสดีค่ะ

วันที่อัพเดทล่าสุด 12/02/2553
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง : สำนักงาน ก.ล.ต. | สมาคมบริษัทจัดการลงทุน | สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
333/3 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ 1207 หรือ 0 2695 9999 โทรสาร 0 2695 9660
ข้อควรทราบ เว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการให้ข่าวสารและข้อมูลแก่ผู้สนใจทั่วไป แต่ไม่ถือว่าเป็นการให้คำแนะนำโดยสำนักงาน ก.ล.ต. การนำข้อมูลที่ปรากฏบนเว็บไซต์ไปใช้ประโยชน์ ถือว่าอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ใช้ข้อมูล ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งคณะผู้จัดทำตั้งใจที่จะปรับปรุงให้เป็นข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัยอยู่ตลอดเวลา
หากท่านเห็นว่าข้อมูลส่วนใดไม่ถูกต้อง โปรดแจ้งคณะผู้จัดทำหรือสอบถามเพิ่มเติมหรือได้ที่ thaipvd@sec.or.th