หน้าแรก | บทบาท ก.ล.ต. | Links | Sitemap | ติดต่อเรา  



Thai PVD Series คลิปวิดีโอเรื่อง
สุขหลังเกษียณ...คุณทำได้
Download : wmv | mp4

สรรหามาเล่า
ตอน การเติบโตของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ครึ่งปี 2552

            สวัสดีค่ะ ท่านผู้อ่านทุกท่าน จากวิกฤตเศรษฐกิจที่นายจ้างเจอเข้าอย่างจังตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปีที่แล้วจนถึงต้นปีนี้ ทำให้หลายคนเป็นห่วงว่าสถานการณ์ของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพในปีนี้จะเป็นอย่างไรเพราะจะกระทบโดยตรงต่อเงินออมของลูกจ้างซึ่งเป็นสมาชิกกองทุน  วันนี้จะขอเล่าเกี่ยวกับการเติบโตของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพในภาพรวมของประเทศไทยเราว่าผ่านมา 2 ไตรมาสแล้ว เป็นอย่างไรบ้าง ยังเติบโตด้วยดีหรือจะแผ่วตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศโดยเปรียบเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมาและเปรียบเทียบกับสิ้นปี 2551 

            จากตัวเลขที่ประมวลผล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2552  ทำให้คลายความกังวลไปได้มากทีเดียวค่ะ เพราะมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ  (NAV) ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย NAV รวมของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่ที่ 491,515 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปีที่แล้ว  5.63 %  และเพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่แล้ว 4.3%  นั่นเป็นเพราะมีเงินเพิ่มจากเงินสะสมและเงินสมทบที่นำเข้ากองทุนรวมทั้งผลประโยชน์จากเงินสะสม สมทบที่เพิ่มขึ้นจากการที่ราคาหลักทรัพย์โดยเฉพาะตราสารทุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนั่นเองค่ะ

            ต่อไปเรามาดูกันดีกว่าค่ะว่าจำนวนกองทุน จำนวนนายจ้างและจำนวนสมาชิกเป็นอย่างไร ณ ไตรมาส 2/52 มีจำนวนกองทุนทั้งสิ้น 509 กองทุน เท่ากับไตรมาสที่ผ่านมา แต่ลดลงสุทธิจากสิ้นปีที่แล้ว 2 กองทุน โดยมีการจดทะเบียนเพิ่ม 5 กองทุน และเลิก 7 กองทุน แต่เป็นการเลิกกองทุนประเภท single  fund เพื่อไปรวมกับกองทุนประเภท pooled fund ซึ่งในจำนวน 509 กองทุนนี้ ส่วนใหญ่เป็นกองทุนขนาดใหญ่กว่า 100 ล้านบาท และมีจำนวนสมาชิกมากกว่า 500 คน สำหรับจำนวนนายจ้างอยู่ที่ 9,221 ราย ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า 0.4 % แต่เพิ่มขึ้นจากสิ้นปีที่แล้ว 1.32 %  ส่วนจำนวนลูกจ้างอยู่ที่ 2 ล้านคน ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า 2.6 % และลดลงจากสิ้นปีที่แล้ว 2.77 % แม้ว่าจำนวนนายจ้างจะเพิ่มขึ้นก็ตาม นั่นเป็นเพราะนายจ้างที่เข้ามาใหม่เป็นนายจ้างขนาดเล็กมีลูกจ้างจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับนายจ้างที่ถอนตัวออกไป

            สรุปว่า ถ้าพิจารณาจากมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนที่ยังเพิ่มขึ้น จำนวนกองทุนที่ลดลงเพียงแค่ทางเทคนิค และจำนวนนายจ้างที่ยังเพิ่มขึ้นจากสิ้นปีที่แล้ว ครึ่งปี 2552 นี้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพก็ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องอยู่นะคะ แม้ว่าจะไม่ขยายตัวอย่างหวือหวาเหมือนปีที่ผ่าน ๆ มา แต่ก็ไม่น่าเป็นห่วงอย่างที่ทุกคนกังวลไว้ ซึ่งอาจจะเกิดจากนายจ้างขนาดใหญ่พยายามปรับตัวเพื่อไม่ให้กระทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมากนัก ประกอบกับวิกฤตเศรษฐกิจรอบนี้ไม่ได้มีผลกระทบรุนแรงและไม่ได้เกิดขึ้นระยะยาว จึงยังคงมีนายจ้างจัดตั้งกองทุนในส่วนของตนเพิ่มขึ้นรวมทั้งความสามารถของบริษัทจัดการที่ชักจูงนายจ้างให้มาเข้าร่วมออมเงินให้แก่ลูกจ้างในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ยังเป็นที่น่าห่วงค่ะว่าจำนวนลูกจ้างลดลงจากสิ้นปีที่แล้วและลดลงต่อเนื่องมาถึงครึ่งแรกของปีนี้แม้ว่าการลดลงจะเป็นเพียง 2.77 % ก็ตาม ส่วนหนึ่งมากจากการที่ลูกจ้างลาออกจากกองทุนโดยไม่ได้ลาออกจากงาน ซึ่งต้องขอเรียนว่า ไม่ว่าลูกจ้างจะลาออกจากกองทุนด้วยสาเหตุใดก็ตาม เช่น ต้องการนำเงินออกมาใช้ในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ ไม่มั่นใจนายจ้าง หรือเกรงว่าเงินกองทุนจะลดลงเช่นเดียวกับปีที่แล้ว เป็นต้น อยากขอให้ลูกจ้างคิดให้ถี่ถ้วนและศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจด้วยค่ะ อย่าทำตามกระแสหรือการชักชวนของใคร  เพราะการลาออกจากกองทุนไม่เป็นประโยชน์ต่อลูกจ้างเลยทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยในระยะสั้น ลูกจ้างอาจไม่ได้รับเงินสมทบและผลประโยชน์จากเงินสมทบในส่วนของนายจ้างเลย ดังนั้น การที่ลูกจ้างทำงานกับนายจ้างและเป็นสมาชิกกองทุนมาเป็นระยะเวลาพอสมควรก็สูญเปล่าไม่ได้รับสวัสดิการจากนายจ้างในส่วนนี้  และผลประโยชน์จากเงินสะสมก็ต้องนำไปรวมเสียภาษีเงินได้  ในระยะยาว ลูกจ้างอาจเสียประโยชน์หากไม่สามารถสมัครเป็นสมาชิกกองทุนของนายจ้างตนเองได้อีก ทำให้ไม่ได้รับเงินสมทบจากนายจ้างและจะไม่มีเงินออมไว้ใช้หลังเกษียณอายุด้วยค่ะ

            ท่านผู้อ่านสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้จากรายงานการเติบโตของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ประจำไตรมาส 2 ปี 2552 ใน www.thaipvd.com หัวข้อ ข้อมูลสถิติ แล้วพบกันใหม่ฉบับหน้า สวัสดีค่ะ

วันที่อัพเดทล่าสุด 12/02/2553
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง : สำนักงาน ก.ล.ต. | สมาคมบริษัทจัดการลงทุน | สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
333/3 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ 1207 หรือ 0 2695 9999 โทรสาร 0 2695 9660
ข้อควรทราบ เว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการให้ข่าวสารและข้อมูลแก่ผู้สนใจทั่วไป แต่ไม่ถือว่าเป็นการให้คำแนะนำโดยสำนักงาน ก.ล.ต. การนำข้อมูลที่ปรากฏบนเว็บไซต์ไปใช้ประโยชน์ ถือว่าอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ใช้ข้อมูล ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งคณะผู้จัดทำตั้งใจที่จะปรับปรุงให้เป็นข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัยอยู่ตลอดเวลา
หากท่านเห็นว่าข้อมูลส่วนใดไม่ถูกต้อง โปรดแจ้งคณะผู้จัดทำหรือสอบถามเพิ่มเติมหรือได้ที่ thaipvd@sec.or.th