หน้าแรก | บทบาท ก.ล.ต. | Links | Sitemap | ติดต่อเรา  



Thai PVD Series คลิปวิดีโอเรื่อง
สุขหลังเกษียณ...คุณทำได้
Download : wmv | mp4

 

สรรหามาเล่า
ตอน หน้าที่ของคณะกรรมการกองทุนตาม พ.ร.บ. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

            สวัสดีค่ะ สรรหามาเล่าฉบับที่แล้วได้พูดถึงภาพรวมของโครงสร้างกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพื่อให้นายจ้างที่จะจัดตั้งกองทุน กรรมการกองทุนมือใหม่ รวมทั้งสมาชิก ได้เข้าใจองค์ประกอบของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพว่า มีบุคคลและหน่วยงานใดเกี่ยวข้องบ้าง สรรหามาเล่าฉบับนี้ จะขอเจาะไปที่กรรมการกองทุนผู้ซึ่งมีบทบาทสำคัญมากต่อกองทุนเพราะกองทุนจะดำเนินไปได้ด้วยดีและราบรื่นหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการกองทุนภายใต้พระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดีด้วยค่ะ

            หลายท่านอาจยังไม่ทราบว่ากฎหมายได้กำหนดหน้าที่ของคณะกรรมการกองทุนไว้ด้วย เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่ากฎหมายกำหนดหน้าที่ ความรับผิดชอบของคณะกรรมการกองทุนว่ามีอะไรบ้าง
         - เริ่มตั้งแต่การกำหนดให้กองทุนมีคณะกรรมการกองทุนซึ่งประกอบด้วยผู้แทนซึ่งลูกจ้างเลือกตั้งและนายจ้างแต่งตั้ง (นายจ้างอาจแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกก็ได้) มีหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการทั่วไปของกองทุน และให้มีอำนาจแต่งตั้งผู้จัดการกองทุนซึ่งก็คือบริษัทจัดการ นอกจากนั้นคณะกรรมการกองทุนยังเป็นผู้แทนของกองทุนในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอกซึ่งจะมอบหมายเป็นหนังสือให้กรรมการคนหนึ่งหรือหลายคนทำการแทนก็ได้ค่ะ  การแต่งตั้งผู้จัดการกองทุนหรือการเปลี่ยนกรรมการ คณะกรรมการกองทุนต้องนำไปจดทะเบียนภายใน14 วันนับแต่วันแต่งตั้งผู้จัดการกองทุนหรือเปลี่ยนกรรมการนะคะ (มาตรา 11)
         - เมื่อมีการแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อบังคับกองทุน คณะกรรมการกองทุนต้องนำไปจดทะเบียนภายใน 15 วันนับแต่วันที่มีมติให้แก้ไขและยังไม่มีผลใช้บังคับจนกว่านายทะเบียนจะได้รับจดทะเบียน (มาตรา 9 วรรค 2) ดังนั้น จะให้นายทะเบียนรับจดทะเบียนย้อนหลังจากวันที่มีผลใช้บังคับไม่ได้ค่ะ
         - ในกรณีที่ผู้จัดการกองทุนพ้นจากการเป็นผู้จัดการกองทุนก่อนครบกำหนดสัญญา (คือเมื่อนายทะเบียนสั่งถอดถอนหรือเมื่อขาดคุณสมบัติหรือเมื่อกองทุนหรือผู้จัดการกองทุนบอกเลิกสัญญา)  คณะกรรมการกองทุนต้องแต่งตั้งผู้จัดการกองทุนใหม่ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ผู้จัดการกองทุนเดิมพ้นตำแหน่งและต้องแจ้งนายทะเบียนภายใน 14 วันนับแต่วันที่แต่งตั้ง  (มาตรา 21)
         - สำหรับกรณีที่เป็นกองทุน pooled fund  หากมีนายจ้างบางรายเลิกกิจการหรือถอนตัวจากกองทุน แต่กองทุนไม่ได้เลิก คณะกรรมการกองทุนต้องแจ้งให้นายทะเบียนทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่นายจ้างเลิกกิจการหรือถอนตัว และจัดให้มีการชำระบัญชีกองทุนเฉพาะส่วนทรัพย์สินของนายจ้างและลูกจ้างของนายจ้างรายนั้นตามวิธีการที่กำหนดในข้อบังคับกองทุน เมื่อชำระบัญชีแล้วก็ต้องแจ้งให้นายทะเบียนทราบอีกครั้งภายใน 7 วันนับแต่วันเสร็จการชำระบัญชีด้วยค่ะ (มาตรา 25 วรรค 3)
         - หากกองทุนเลิก คณะกรรมการกองทุนต้องแจ้งให้นายทะเบียนทราบภายใน 7 วันและต้องจัดให้มีการชำระบัญชีภายใน 30 วันโดยให้แล้วเสร็จภายใน 150 วันนับแต่วันที่กองทุนเลิก แต่หากมีกรณีจำเป็น นายทะเบียนก็อาจจะอนุมัติให้ขยายเวลาออกไปได้ตามที่เห็นสมควรค่ะ (มาตรา 26)

            จะเห็นได้ว่า คณะกรรมการกองทุนมีความสำคัญในการดำเนินการในฐานะผู้แทนกองทุนตั้งแต่การจัดตั้งกองทุนจนถึงการเลิกกองทุน โดยกฎหมายได้กำหนดหน้าที่พร้อมอำนาจให้แก่คณะกรรมกองทุนไว้ด้วย ดังนั้น หากคณะกรรมการกองทุนปฏิบัติหน้าที่ถูกต้องในกรอบของกฎหมายที่กำหนด  ก็ไม่ต้องกังวลใจว่าจะมีความเสี่ยงในการปฏิบัติหน้าที่หรอกค่ะ แต่โดยทั่วไป การติดต่อหรือแจ้งการดำเนินการต่อนายทะเบียน คณะกรรมการกองทุนจะมอบหมายให้บริษัทจัดการที่ได้รับการแต่งตั้งให้บริหารกองทุนเป็นผู้ดำเนินการ  แต่อย่าลืมว่าหน้าที่ดังกล่าวกฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการกองทุน ดังนั้น คณะกรรมการกองทุนจึงควรติดตามให้บริษัทจัดการดำเนินการภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดด้วยนะคะ (ท่านสามารถดูรายละเอียด พ.ร.บ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพฉบับประมวลได้ที่ www.thaipvd.com )

            หน้าที่ของคณะกรรมการกองทุนไม่ได้มีเพียงเท่านี้นะคะ สรรหามาเล่าฉบับหน้า จะพูดถึงหน้าที่ของคณะกรรมการกองทุนภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดีมีว่าอะไรบ้าง  อย่าลืมติดตามกันค่ะ                        

วันที่อัพเดทล่าสุด 12/02/2553
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง : สำนักงาน ก.ล.ต. | สมาคมบริษัทจัดการลงทุน | สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
333/3 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ 1207 หรือ 0 2695 9999 โทรสาร 0 2695 9660
ข้อควรทราบ เว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการให้ข่าวสารและข้อมูลแก่ผู้สนใจทั่วไป แต่ไม่ถือว่าเป็นการให้คำแนะนำโดยสำนักงาน ก.ล.ต. การนำข้อมูลที่ปรากฏบนเว็บไซต์ไปใช้ประโยชน์ ถือว่าอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ใช้ข้อมูล ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งคณะผู้จัดทำตั้งใจที่จะปรับปรุงให้เป็นข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัยอยู่ตลอดเวลา
หากท่านเห็นว่าข้อมูลส่วนใดไม่ถูกต้อง โปรดแจ้งคณะผู้จัดทำหรือสอบถามเพิ่มเติมหรือได้ที่ thaipvd@sec.or.th