หน้าแรก | บทบาท ก.ล.ต. | Links | Sitemap | ติดต่อเรา  



Thai PVD Series คลิปวิดีโอเรื่อง
สุขหลังเกษียณ...คุณทำได้
Download : wmv | mp4

 

สรรหามาเล่า
ตอน เยี่ยมเยียน Mandatory Provident Fund Schemes Authority (ตอนที่ 2)

            สวัสดีครับท่านผู้อ่าน สรรหามาเล่าฉบับที่แล้วผมได้พาท่านผู้อ่านไปเยี่ยมเยียนหน่วยงาน Mandatory Provident Fund Schemes Authority (MPFA) ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลระบบการออมเพื่อการเลี้ยงชีพของเขตปกครองอิสระฮ่องกง และทำความรู้จักคร่าว ๆ ถึงระบบการออมระบบ MPF ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของประเทศไทยแล้ว สรรหามาเล่าฉบับนี้ ผมจึงขอเชิญชวนท่านผู้อ่านมาทำความรู้จักกับระบบการออมของเขตปกครองพิเศษแห่งนี้กันต่อเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการเลือกลงทุนและการส่งเงินเข้ากองทุนครับ

 

            หลังจากที่ลูกจ้างสมัครเป็นสมาชิกในระบบ MPF แล้ว สมาชิกสามารถเลือกนโยบายและกำหนดสัดส่วนการลงทุนที่เหมาะสมกับตนเองได้โดยสามารถขอรับเอกสารรายละเอียดของแต่ละนโยบายการลงทุนจากผู้ให้บริการ เช่น สมาชิกสามารถกำหนดว่าจะลงทุนร้อยละ 50 ในกองทุนตราสารทุน และอีกร้อยละ 50 ในกองทุนตราสารหนี้ก็ได้ หรือหากสมาชิกสามารถรับความเสี่ยงได้มากและต้องการผลตอบแทนในอัตราที่สูงก็สามารถเลือกลงทุนร้อยละ 100 ในกองทุนตราสารทุนอย่างเดียวก็ได้ นอกจากนั้น หากสมาชิกต้องการเปลี่ยนสัดส่วนการลงทุนก็สามารถแจ้งผู้ให้บริการได้เช่นกัน ซึ่งแนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับโครงการ Employee’s Choice ของประเทศไทย ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ในฐานนะนายทะเบียนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพพยายามผลักดันให้เกิดขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกแก่สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพทุกคน โดยส่งเสริมให้นายจ้างที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจัดตั้งกองทุนที่มีหลายนโยบายในลักษณะ Master Fund หรือ จัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมากกว่า 1 กองทุนที่มีนโยบายการลงทุนที่แตกต่างกันเพื่อเปิดโอกาสให้สมาชิกกองทุนสามารถเลือกลงทุนในนโยบายที่เหมาะสมได้

 

            สำหรับขั้นตอนการส่งเงินเข้ากองทุนนั้น นายจ้างในระบบ MPF จะหักเงินจากรายได้ในแต่ละเดือนของลูกจ้างตามกฎหมายในอัตราร้อยละ 5 ต่อเดือน โดยนายจ้างจะเปิดเผยข้อมูลการส่งเงินเข้ากองทุนให้ลูกจ้างทราบเป็นประจำทุกเดือน อย่างไรก็ดี หากลูกจ้างและนายจ้างมีความประสงค์ที่จะนำส่งเงินมากกว่าร้อยละ 5 ต่อเดือนก็สามารถทำได้ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของประเทศไทย อย่างไรก็ดี MPF เปิดโอกาสให้ผู้ที่ทำกิจการส่วนตัว (Self – Employed) สามารถออมผ่านระบบได้ด้วยโดยนำส่งเงินในอัตราร้อยละ 5 ของรายได้เช่นกันแต่สามารถเลือกนำส่งเป็นประจำทุกเดือนหรือทุกปีก็ได้ ซึ่งแตกต่างกับระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ยังไม่เปิดโอกาสให้ผู้ที่ทำกิจการส่วนตัวจัดตั้งกองแต่เพียงผู้เดียว อย่างไรก็ดี บุคคลดังกล่าวสามารถเลือกออมผ่านกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่ากองทุน RMF ซึ่งจะได้รับสินธิลดหย่อนภาษีด้วยเช่นกันครับ

 

            ข้อแตกต่างระหว่างการออมในระบบ MPF และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของไทยเราอีกหนึ่งข้อก็คือ สมาชิกในระบบ MPF จะสามารถนำเงินออกจากกองทุนได้เมื่อเข้าเกณฑ์ที่กำหนดเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการเกษียณอายุ เสียชีวิต ทุพพลภาพ หรือออกจากเขตปกครองพิเศษฮ่องกงโดยถาวร ซึ่งแตกต่างจากระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของประเทศไทยที่เปิดโอกาสให้สมาชิกสามารถลาออกจากกองทุนได้ก่อนเกษียณอายุ อย่างไรก็ดี สำนักงานฯ ขอเน้นว่าการออมในระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นการออมระยะยาวเพื่อให้สมาชิกมั่นใจได้ว่าจะมีเงินยามเกษียณ ดังนั้น สำนักงานฯ จึงสนับสนุนให้สมาชิกกองทุนทุกคนออมเงินระยะยาวเพื่อการดำรงชีวิตยามเกษียณที่มีคุณภาพ


            เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับแนวทางการออมผ่านระบบ MPF ของเขตปกครองพิเศษฮ่องกงที่มีการออมคล้ายกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของประเทศไทยเราอย่างมาก แล้วพบกันใหม่กับเรื่องราวดี ๆ ในสรรหามาเล่าฉบับหน้า สวัสดีครับ 

วันที่อัพเดทล่าสุด 12/02/2553
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง : สำนักงาน ก.ล.ต. | สมาคมบริษัทจัดการลงทุน | สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
333/3 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ 1207 หรือ 0 2695 9999 โทรสาร 0 2695 9660
ข้อควรทราบ เว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการให้ข่าวสารและข้อมูลแก่ผู้สนใจทั่วไป แต่ไม่ถือว่าเป็นการให้คำแนะนำโดยสำนักงาน ก.ล.ต. การนำข้อมูลที่ปรากฏบนเว็บไซต์ไปใช้ประโยชน์ ถือว่าอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ใช้ข้อมูล ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งคณะผู้จัดทำตั้งใจที่จะปรับปรุงให้เป็นข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัยอยู่ตลอดเวลา
หากท่านเห็นว่าข้อมูลส่วนใดไม่ถูกต้อง โปรดแจ้งคณะผู้จัดทำหรือสอบถามเพิ่มเติมหรือได้ที่ thaipvd@sec.or.th