หน้าแรก | บทบาท ก.ล.ต. | Links | Sitemap | ติดต่อเรา  



Thai PVD Series คลิปวิดีโอเรื่อง
สุขหลังเกษียณ...คุณทำได้
Download : wmv | mp4

 

สรรหามาเล่า
ตอน Employee's choice 

            สวัสดีค่ะ เพื่อนสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพทุกท่าน กฎหมายในปัจจุบันอนุญาตให้หนึ่งกองทุนสามารถมีได้หลายนโยบายการลงทุน เพื่อให้การจัดทำ employee's choice เกิดได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งการจัดทำ employee's choice จะช่วยให้สมาชิกสามารถเลือกนโยบายการลงทุนตามที่ต้องการได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องให้คณะกรรมการกองทุนเป็นผู้พิจารณาเลือกนโยบายการลงทุนที่คิดว่าเหมาะสมให้แก่สมาชิกเหมือนแต่ก่อน ซึ่งหากกองทุนมีเพียงหนึ่งนโยบาย คณะกรรมการกองทุนมักจะเลือกนโยบายการลงทุนที่มีความเสี่ยงค่อนข้างต่ำ ลงทุนในตราสารทางการเงินที่มีความมั่นคงสูง เพื่อพยายามรักษาเงินกองทุนของสมาชิก และหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นตามมาจากความไม่เข้าใจของสมาชิกบางส่วนหากคณะกรรมการกองทุนเลือกนโยบายการลงทุนความเสี่ยงสูงและกองทุนเกิดการขาดทุน

            อย่างไรก็ตาม นโยบายการลงทุนที่คณะกรรมการกองทุนเลือกนั้นอาจไม่เหมาะสมกับสมาชิกทุกคน ตัวอย่างเช่น นาย ก อายุ 23 ปี เป็นคนที่ยอมรับความเสี่ยงได้ในระดับหนึ่ง เพิ่งสำเร็จการศึกษาและเข้าทำงานเป็นครั้งแรก บริษัทที่นาย ก เข้าทำงานมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่มีนโยบายการลงทุนความเสี่ยงต่ำ ทำให้นาย ก ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนเพียงเล็กน้อยต่อปี ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว นาย ก มีช่วงเวลาในการออมนานถึง 30-40 ปี จึงไม่กังวลเรื่องการขาดทุนมากนัก เพราะหากเกิดการขาดทุน นาย ก ก็ยังมีเวลาในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการลงทุนได้ทัน ดังนั้น หากนาย ก มีโอกาสในการเลือกนโยบายการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงก็จะมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นด้วยเช่นกัน

            ถ้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ท่านเป็นสมาชิกอยู่มีหลายนโยบายการลงทุนให้เลือก สมาชิกวัยหนุ่มสาวก็อาจเลือกนโยบายการลงทุนที่มีความเสี่ยงที่สูงขึ้นได้ เพื่อจะได้มีโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงขึ้น ขณะที่สมาชิกวัยใกล้เกษียณก็อาจเลือกนโยบายการลงทุนความเสี่ยงต่ำที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ เพื่อรักษาเงินต้นไว้ ซึ่งการเลือกนโยบายการลงทุนก็ขึ้นกับหลายปัจจัย อาทิ ผลตอบแทนที่คาดหวัง ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และช่วงอายุของสมาชิก เป็นต้น

            มาถึงตรงนี้ อาจมีสมาชิกหลายท่านนึกภาพไม่ออกว่ากองทุนจะมีนโยบายการลงทุนให้ท่านเลือกในรูปแบบใด และท่านจะเลือกนโยบายการลงทุนอย่างไร จึงขอยกตัวอย่างให้ท่านเข้าใจดังนี้

            กองทุนสำรองเลี้ยงชีพกองหนึ่งจัดตั้งนโยบายการลงทุนให้สมาชิก 4 นโยบาย (เรียงลำดับจากระดับความเสี่ยงมากไปน้อย) ได้แก่

         นโยบายที่ 1 นโยบายการลงทุนในตราสารแห่งทุน
         นโยบายที่ 2 นโยบายการลงทุนในตราสารแห่งหนี้ภาคเอกชน
         นโยบายที่ 3 นโยบายการลงทุนในตราสารแห่งหนี้ภาครัฐ
         นโยบายที่ 4 นโยบายการลงทุนในตลาดเงิน

            สมาชิกสามารถเลือกนโยบายการลงทุนได้ทั้ง 4 นโยบาย ตามสัดส่วนที่ต้องการ อาทิ นาย ก อายุยังน้อย ยอมรับความเสี่ยงที่สูงขึ้นได้ อาจเลือกลงทุนในนโยบายตราสารทุนเพียงนโยบายเดียวทั้ง 100% ของเงินกองทุนของตน นางสาว ข ต้องการได้ผลตอบแทนสูง แต่ก็กลัวการขาดทุน จึงเลือกลงทุนในนโยบายตราสารทุน 50% นโยบายตราสารหนี้ภาคเอกชน 30% และนโยบายตราสารหนี้ภาครัฐ 20% ขณะที่ นาย ค อายุ 55 ปี ไม่ต้องการผลตอบแทนสูง เพียงแต่ต้องการรักษาเงินกองทุนของตนไว้ไม่ให้น้อยกว่าระดับที่มีอยู่ในปัจจุบันจนกว่าจะเกษียณ จึงเลือกลงทุนในนโยบายตราสารหนี้ภาครัฐ 50% และนโยบายการลงทุนในตลาดเงิน 50% เป็นต้น

            จากตัวอย่างจะเห็นได้ว่า การจัดตั้งนโยบายการลงทุนทั้ง 4 แบบ ของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกองนี้ สามารถตอบสนองความต้องการของสมาชิกได้อย่างทั่วถึง เนื่องจากนโยบายการลงทุนทั้ง 4 แบบ มีระดับความเสี่ยงที่แตกต่างกันตั้งแต่มากจนถึงน้อย ซึ่งสมาชิกสามารถจัดสรรเงินกองทุนได้ตามสัดส่วนที่ต้องการ ทั้งนี้ การจัดให้มี employee's choice สามารถทำได้ทั้งในรูปแบบของหลายกองทุน ๆ ละหนึ่งนโยบาย ซึ่งเป็นรูปแบบที่รู้จักกันดีในปัจจุบัน หรือรูปแบบของหนึ่งกองทุนหลายนโยบาย (master fund) ซึ่งกฎหมายรองรับให้จัดทำได้แล้วในปัจจุบันตามที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น ดังนั้น สรรหามาเล่าฉบับหน้าจะมาแนะนำให้ท่านรู้จัก master fund พร้อมทั้งอธิบายข้อดีของการจัดตั้ง master fund แล้วพบกันใหม่ในสรรหามาเล่าฉบับหน้า สวัสดีค่ะ

วันที่อัพเดทล่าสุด 12/02/2553
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง : สำนักงาน ก.ล.ต. | สมาคมบริษัทจัดการลงทุน | สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
333/3 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ 1207 หรือ 0 2695 9999 โทรสาร 0 2695 9660
ข้อควรทราบ เว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการให้ข่าวสารและข้อมูลแก่ผู้สนใจทั่วไป แต่ไม่ถือว่าเป็นการให้คำแนะนำโดยสำนักงาน ก.ล.ต. การนำข้อมูลที่ปรากฏบนเว็บไซต์ไปใช้ประโยชน์ ถือว่าอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ใช้ข้อมูล ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งคณะผู้จัดทำตั้งใจที่จะปรับปรุงให้เป็นข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัยอยู่ตลอดเวลา
หากท่านเห็นว่าข้อมูลส่วนใดไม่ถูกต้อง โปรดแจ้งคณะผู้จัดทำหรือสอบถามเพิ่มเติมหรือได้ที่ thaipvd@sec.or.th