หน้าแรก | บทบาท ก.ล.ต. | Links | Sitemap | ติดต่อเรา  



Thai PVD Series คลิปวิดีโอเรื่อง
สุขหลังเกษียณ...คุณทำได้
Download : wmv | mp4

 

สรรหามาเล่า
ตอน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพปี 50 เติบโตดีแค่ไหน 

            สวัสดีค่ะ เพื่อนสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพทุกท่าน ในช่วงต้นปีของทุก ๆ ปี หากเพื่อน ๆ ได้อ่านหนังสือพิมพ์หรือฟังข่าว คงได้ยินข่าวเกี่ยวกับการแถลงภาพรวมเศรษฐกิจรายปี หรือการเติบโตของอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในปีที่ผ่านมา เชื่อว่าคงมีคณะกรรมการกองทุนและเพื่อนสมาชิกอยากรู้ว่า ในปีที่ผ่านมากองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นอย่างไรบ้าง เติบโตเพิ่มขึ้นหรือลดลง มีนายจ้างใหม่เข้ามาในระบบมากน้อยเพียงใด หรือนายจ้างส่วนใหญ่จ่ายสมทบให้สมาชิกในอัตราเท่าใด เป็นต้น ดังนั้น เพื่อไขข้อข้องใจของเพื่อนสมาชิก สรรหามาเล่าฉบับนี้จึงขอเล่าให้ฟังว่า ในปี 2550 กองทุนสำรองเลี้ยงชีพของไทยมีการเติบโตเป็นอย่างไรบ้าง

            ในปี 2550 กองทุนสำรองเลี้ยงชีพของไทยถือได้ว่ายังคงเติบโตต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา โดยมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) เพิ่มขึ้น 13% จากปี 2549 ทำให้ NAV ณ สิ้นปี 2550 อยู่ที่ 441,710 ล้านบาท และเมื่อนำมาเฉลี่ยรายสมาชิก พบว่า NAV เฉลี่ยรายสมาชิกอยู่ที่ 230,650 บาท เพิ่มขึ้น 6.8% จากปีที่ผ่านมา เมื่อมาดูการจัดสรรเงินลงทุนพบว่า ณ สิ้นปี 2550 กองทุนสำรองเลี้ยงชีพลงทุนในตราสารหนี้มากที่สุด (75.9% ของ NAV) ตามด้วยตราสารทุน (11.4%) และเงินฝาก (9.4%) และเมื่อเทียบกับปี 2549 พบว่า กองทุนมีแนวโน้มลงทุนในเงินฝากลดลง แต่ลงทุนในตราสารประเภทอื่นเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะตราสารทุน

             ทั้งนี้ ณ สิ้นปี 2550 มีจำนวนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพทั้งสิ้น 513 กองทุน ลดลงจากปี 2549 12 กองทุน โดยสาเหตุส่วนใหญ่เนื่องจากนายจ้างต้องการเลิกกองทุนนานจ้างรายเดียว (single fund) ไปเข้าร่วมกองทุนนายจ้างหลายราย (pooled fund) ซึ่งในจำนวน 513 กองทุน แบ่งเป็น single fund ทั้งสิ้น 218 กองทุน pooled fund 69 กองทุน และ group fund 226 กองทุน โดยประมาณ 70% ของกองทุนทั้งหมดเป็นกองทุนขนาดใหญ่กว่า 100 ล้านบาท และกว่า 60% มีจำนวนสมาชิกกองทุนมากกว่า 500 คน นอกจากนี้ ในปี 2550 มีนายจ้างที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพทั้งสิ้น 8,187 ราย เพิ่มขึ้น 9.7% จากปีที่ผ่านมา ขณะที่มีลูกจ้างที่เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพทั้งสิ้น 1.9 ล้านคน เพิ่มขึ้น 5.8% จากปีที่ผ่านมา

             มาถึงตรงนี้ เพื่อน ๆ คงอยากทราบกันใช่ไหมคะว่า การจ่ายเงินสะสมและเงินสมทบส่วนใหญ่เป็นอย่างไร จากข้อมูลสถิติพบว่า เกินครึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกและนายจ้างจ่ายเงินสะสมและเงินสมทบเข้ากองทุนในอัตรา 2-5% ของค่าจ้าง ขณะที่มีนายจ้างเพียง 10% ที่จ่ายเงินสมทบให้สมาชิกในอัตรามากกว่า 10% และมีสมาชิกน้อยกว่า 10% ที่จ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนในอัตรามากกว่า 10% นอกจากนี้ ในการกำหนดเงื่อนไขการจ่ายเงินสมทบพร้อมทั้งส่วนเฉลี่ยผลประโยชน์สุทธิทั้งจำนวน ข้อบังคับกองทุนส่วนใหญ่มักกำหนดให้สมาชิกต้องมีอายุงานตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป ทั้งนี้ ในปี 2550 มีเงินนำส่งเข้ากองทุนทั้งสิ้น 75,365 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.4% จากปี 2549 และมีเงินจ่ายให้สมาชิกทั้งสิ้น 39,528 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.1% จากปี 2549

            สำหรับในปี 2551 คาดว่าอุตสาหกรรมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งในแง่ของ NAV จำนวนนายจ้าง และจำนวนลูกจ้าง โดยการแข่งขันระหว่าง บลจ. ในการขยายฐานลูกค้าใหม่น่าจะรุนแรงขึ้น นอกจากนี้ คาดว่าในปี 2551 กองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะลงทุนในตราสารที่มีความหลากหลายมากขึ้น เนื่องจากกฎหมายอนุญาตให้หนึ่งกองทุนสามารถมีได้หลายนโยบายการลงทุน ทำให้สมาชิกสามารถเลือกลงทุนในนโยบายที่ลงทุนในตราสารที่มีความหลากหลายตามระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมกับแต่ละคนมากขึ้น แล้วพบกันใหม่ในสรรหามาเล่าฉบับหน้า สวัสดีค่ะ

วันที่อัพเดทล่าสุด 12/02/2553
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง : สำนักงาน ก.ล.ต. | สมาคมบริษัทจัดการลงทุน | สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
333/3 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ 1207 หรือ 0 2695 9999 โทรสาร 0 2695 9660
ข้อควรทราบ เว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการให้ข่าวสารและข้อมูลแก่ผู้สนใจทั่วไป แต่ไม่ถือว่าเป็นการให้คำแนะนำโดยสำนักงาน ก.ล.ต. การนำข้อมูลที่ปรากฏบนเว็บไซต์ไปใช้ประโยชน์ ถือว่าอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ใช้ข้อมูล ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งคณะผู้จัดทำตั้งใจที่จะปรับปรุงให้เป็นข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัยอยู่ตลอดเวลา
หากท่านเห็นว่าข้อมูลส่วนใดไม่ถูกต้อง โปรดแจ้งคณะผู้จัดทำหรือสอบถามเพิ่มเติมหรือได้ที่ thaipvd@sec.or.th