หน้าแรก | บทบาท ก.ล.ต. | Links | Sitemap | ติดต่อเรา  



Thai PVD Series คลิปวิดีโอเรื่อง
สุขหลังเกษียณ...คุณทำได้
Download : wmv | mp4

 

สรรหามาเล่า
ตอน ถ้าไม่แจ้งชื่อผู้รับประโยชน์จะมีผลอย่างไร

            ท่านสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพทุกท่านคงจำได้ว่าเมื่อสมัครเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จะต้องมีการกรอกชื่อผู้รับประโยชน์ ซึ่งหมายถึงบุคคลที่จะได้รับเงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของสมาชิก หากสมาชิกสิ้นสมาชิกภาพเนื่องจากเสียชีวิต และบริษัทจัดการกองทุนจะจ่ายเงินกองทุนที่สมาชิกควรได้รับให้แก่ผู้รับประโยชน์ที่ระบุไว้ ภายใน 30 วันนับจากวันที่สมาชิกเสียชีวิต  อย่างไรก็ดี ในทางปฏิบัติบริษัทจัดการจะดำเนินการจ่ายเงินให้แก่ผู้รับประโยชน์ เมื่อได้รับแจ้งการสิ้นสมาชิกภาพจากคณะกรรมการกองทุนแล้ว

            การแจ้งชื่อผู้รับประโยชน์ ควรแจ้งให้บริษัทจัดการกองทุนทราบตั้งแต่ตอนที่ท่านสมัครสมาชิก โดยท่านจะต้องกำหนดบุคคลที่จะได้รับเงินจากกองทุนเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมทั้งกำหนดสัดส่วนว่าให้ใครเท่าไร เช่น ให้บิดาและมารดา 20% บุตร 80% เป็นต้น ทั้งนี้ ท่านอาจระบุให้ใครก็ได้ไม่ว่าผู้นั้นจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล  นอกจากนี้ หากท่านต้องการเปลี่ยนชื่อผู้รับประโยชน์หรือสัดส่วนใหม่ ท่านสามารถแจ้งขอเปลี่ยนต่อบริษัทจัดการกองทุนของท่านได้ โดยมีหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรแจ้งผ่านคณะกรรมการกองทุนหรือฝ่ายงานที่บริษัทนายจ้างท่านกำหนดให้ดูแลเรื่องกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพราะกฎหมายกำหนดให้บริษัทจัดการกองทุนเป็นผู้จ่ายเงิน

            อย่างไรก็ดี อาจมีสมาชิกบางท่านไม่ได้แจ้งชื่อผู้รับประโยชน์ไว้ตั้งแต่แรก แล้วจะมีผลอย่างไร เงินจะถูกริบเป็นของนายจ้างหรือไม่ ในกฎหมายกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมาตรา 23 ได้กำหนดรองรับกรณีดังกล่าวไว้แล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดข้อขัดแย้ง และเพื่อให้เงินของท่านตกถึงครอบครัวตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งได้กำหนดว่า ในกรณีสิ้นสมาชิกภาพเพราะการตาย ถ้าไม่ได้กำหนดบุคคลผู้จะได้รับเงินจากกองทุนไว้ในพินัยกรรม หรือทำเป็นหนังสือมอบไว้แก่บริษัทจัดการกองทุน หรือระบุไว้แต่บุคคลนั้นตายก่อน ก็ให้จ่ายเงินจากกองทุนตามหลักเกณฑ์ดังนี้ (1) บุตร ได้รับ 2 ส่วน  ถ้ามีบุตร 3 คน ขึ้นไปได้รับ 3 ส่วน  (2) สามีหรือภรรยา ได้รับ 1 ส่วน (3) บิดาและมารดา ได้รับ 1 ส่วน (หากใครเสียชีวิตคนที่ยังอยู่จะได้รับแทน) ทั้งนี้ หากไม่มีบุคคลตาม (1)-(3) ข้างต้น หรือมีแต่ตายไปก่อน ให้แบ่งเงินนั้นให้บุคคลที่เหลืออยู่ตามสัดส่วนข้างต้นต่อไป เช่น หากสมาชิกมีภรรยาแล้วแต่ไม่มีบุตร เงินจะตกเป็นของภรรยา 1 ส่วน และบิดามารดา 1 ส่วน และหากบุคคลข้างต้นตายหมดแล้วหรือไม่มีทายาทตามกฎหมาย ก็ให้เงินตกเป็นของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของสมาชิกโดยจัดการตามที่กำหนดในข้อบังคับกองทุนดังกล่าว

            บางท่านอาจมีข้อสงสัยว่า หากสมาชิกได้แจ้งชื่อผู้รับประโยชน์เป็นหนังสือต่อบริษัทจัดการเมื่อหลายปีมาแล้ว และต่อมาได้เขียนพินัยกรรมโดยระบุให้ผู้รับเงินจากกองทุนเป็นบุคคลอื่นที่ต่างไปจากหนังสือแจ้งบริษัทจัดการครั้งแรก หากสมาชิกตายลงเงินจะเป็นของใคร คำตอบคือจะถือตาม “เจตนาครั้งสุดท้าย” เป็นหลัก คือดูวันที่ระบุในเอกสาร หากฉบับใดเขียนทีหลัง ให้จ่ายเงินตามรายชื่อในเอกสารฉบับหลัง ซึ่งในกรณีนี้คือพินัยกรรม แต่หากวันที่เขียนพินัยกรรมเป็นวันเดียวกันกับหนังสือแจ้งบริษัทจัดการ กรณีนี้ต้องให้ศาลเป็นผู้พิจารณาตัดสิน

            หากท่านใดจำไม่ได้หรือไม่เคยทราบมาก่อนว่าต้องแจ้งรายชื่อผู้รับประโยชน์ในกองทุนด้วย ก็ให้รีบไปแจ้งต่อบริษัทจัดการกองทุนของท่านโดยด่วนนะคะ ลูกหลานจะได้ไม่มีปัญหาในการแบ่งสมบัติ และไม่ต้องขึ้นโรงขึ้นศาลให้วุ่นวาย อีกทั้งท่านยังได้จัดสรรเงินให้คนที่ท่านต้องการตรงใจที่สุดอีกด้วย แล้วพบกับสรรหามาเล่าเรื่องสนุก ๆ กันใหม่ในฉบับหน้า สวัสดีค่ะ            

วันที่อัพเดทล่าสุด 12/02/2553
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง : สำนักงาน ก.ล.ต. | สมาคมบริษัทจัดการลงทุน | สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
333/3 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ 1207 หรือ 0 2695 9999 โทรสาร 0 2695 9660
ข้อควรทราบ เว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการให้ข่าวสารและข้อมูลแก่ผู้สนใจทั่วไป แต่ไม่ถือว่าเป็นการให้คำแนะนำโดยสำนักงาน ก.ล.ต. การนำข้อมูลที่ปรากฏบนเว็บไซต์ไปใช้ประโยชน์ ถือว่าอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ใช้ข้อมูล ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งคณะผู้จัดทำตั้งใจที่จะปรับปรุงให้เป็นข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัยอยู่ตลอดเวลา
หากท่านเห็นว่าข้อมูลส่วนใดไม่ถูกต้อง โปรดแจ้งคณะผู้จัดทำหรือสอบถามเพิ่มเติมหรือได้ที่ thaipvd@sec.or.th