หน้าแรก | บทบาท ก.ล.ต. | Links | Sitemap | ติดต่อเรา  



Thai PVD Series คลิปวิดีโอเรื่อง
สุขหลังเกษียณ...คุณทำได้
Download : wmv | mp4

สรรหามาเล่า
ตอน Benchmark ตัวใหม่ของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

            ในช่วงนี้เพื่อนสมาชิกที่ติดตามข่าวสารกองทุน คงทราบข่าวที่สำนักงาน ก.ล.ต. ได้ให้ความเห็นชอบประกาศสมาคมบริษัทจัดการลงทุนที่ปรับปรุงการกำหนดตัวชี้วัดผลการดำเนินงานของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือ Benchmark ใหม่กันบ้างแล้ว ฉบับนี้จึงขอมาเล่าที่มาของการปรับเปลี่ยนตัวชี้วัดดังกล่าว และประโยชน์ของการใช้ Benchmark ที่เหมาะสม              

            ก่อนอื่นขอทำความเข้าใจว่า Benchmark ของแต่ละกองทุนเกิดจากการที่คณะกรรมการกองทุนตกลงกับบริษัทจัดการกองทุนตั้งแต่เริ่มแรกที่ว่าจ้างกันโดยจะระบุในสัญญาจ้างบริษัทจัดการว่าเมื่อครบงวดการบริหารกองทุน เช่น ในช่วง 1 ปี นับจากวันเริ่มบริหารจัดการกองทุน ผลการดำเนินงานของกองทุนสูงหรือต่ำกว่า Benchmark ที่ตกลงกันไว้ในสัญญา ประโยชน์ของการกำหนด Benchmark ก็เพื่อใช้วัดฝีมือการบริหารของบริษัทจัดการ และบางกองทุนอาจใช้ผลการเทียบนี้เป็นปัจจัยประกอบการจ่ายค่าธรรมเนียมการจัดการได้

            ที่ผ่านมากองทุนส่วนใหญ่จะวัดผลการดำเนินงานของกองทุนเทียบกับ “อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 1 ปี ของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่” ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับประเภททรัพย์สินในกองทุน ดังนั้น ตัวเทียบวัดแบบเดิมจึงมีข้อด้อยและไม่เหมาะสมกับนโยบายการลงทุนกรณีที่มีทรัพย์สินหลายประเภท

            การปรับปรุงเกณฑ์ของสมาคมบริษัทจัดการลงทุนในครั้งนี้จะสอดคล้องกับนโยบายการลงทุนและสะท้อนความสามารถในการบริหารกองทุนที่แท้จริงของผู้จัดการกองทุนได้ดีขึ้น โดยกำหนดตัวชี้วัดแยกตามประเภททรัพย์สินที่กองทุนลงทุน กล่าวคือหากกองทุนใดมีทรัพย์สินหลายประเภทรวมกัน ก็ควรใช้ เกณฑ์อ้างอิงผสม หรือเรียกว่า Composite Benchmark

ตัวอย่าง กองทุน ABC มีนโยบายลงทุนในหุ้นไม่เกิน 30% และส่วนที่เหลือลงทุนตราสารหนี้ภาครัฐไม่น้อยกว่า 70%

Composite Benchmark
= [สัดส่วนการลงทุนในหุ้น*ตัวชี้วัดผลตอบแทนการลงทุนในหุ้น] + [สัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้*ตัวชี้วัดผลตอบแทนการลงทุนในตราสารหนี้]
= [30% x SET Index Return] + [70% x Total Return of ThaiBMA Government Bond Index]
 

            อย่างไรก็ดี โดยที่นโยบายการลงทุนกำหนดว่าลงทุนในหุ้นไม่เกิน 30% ทำให้การลงทุนหุ้นอาจปรับเปลี่ยนได้ระหว่าง 0%-30% ดังนั้น ในการคำนวณ Composite Benchmark อาจใช้ค่าเฉลี่ยของหุ้น (30+0)/2 คือ 15% ก็ได้ ซึ่งทำให้

Composite Benchmark = [15%x SET Index Return] + [85% x Total Return of ThaiBMA Government Bond Index]
 

            ผลลัพธ์ที่คำนวณได้จะแสดงตัวเลขอัตราผลตอบแทนของกองทุนที่คณะกรรมการกองทุนจะใช้เปรียบเทียบกับผลงานที่บริษัทจัดการทำได้จริง ซึ่งคณะกรรมการกองทุนสามารถติดตามจากแบบรายงานผลการจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่บริษัทจัดการส่งให้คณะกรรมการกองทุนทราบเป็นรายเดือน ซึ่งเมื่อคณะกรรมการได้รับรายงานแล้วก็ควรเปิดเผยให้สมาชิกกองทุนทราบด้วย

            การกำหนดตัวชี้วัดตามเกณฑ์ใหม่ข้างต้นนี้ เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2550 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม หากคณะกรรมการกองทุนยังไม่เข้าใจในเรื่องนี้ ทำให้ยังไม่ได้ตกลงกับบริษัทจัดการกองทุนว่าจะใช้ตัวชี้วัดตามเกณฑ์ใหม่อย่างไร ท่านควรศึกษาทำความเข้าใจให้ดี โดยอาจจะขอคำอธิบายจากบริษัทจัดการกองทุนของท่าน เพื่อให้ตัวชี้วัดใหม่นี้เป็นตัวช่วยให้คณะกรรมการและสมาชิกกองทุนสามารถติดตามผลการดำเนินงานของกองทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แล้วพบกันใหม่ฉบับหน้า สวัสดีค่ะ

 

วันที่อัพเดทล่าสุด 12/02/2553
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง : สำนักงาน ก.ล.ต. | สมาคมบริษัทจัดการลงทุน | สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
333/3 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ 1207 หรือ 0 2695 9999 โทรสาร 0 2695 9660
ข้อควรทราบ เว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการให้ข่าวสารและข้อมูลแก่ผู้สนใจทั่วไป แต่ไม่ถือว่าเป็นการให้คำแนะนำโดยสำนักงาน ก.ล.ต. การนำข้อมูลที่ปรากฏบนเว็บไซต์ไปใช้ประโยชน์ ถือว่าอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ใช้ข้อมูล ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งคณะผู้จัดทำตั้งใจที่จะปรับปรุงให้เป็นข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัยอยู่ตลอดเวลา
หากท่านเห็นว่าข้อมูลส่วนใดไม่ถูกต้อง โปรดแจ้งคณะผู้จัดทำหรือสอบถามเพิ่มเติมหรือได้ที่ thaipvd@sec.or.th