หน้าแรก | บทบาท ก.ล.ต. | Links | Sitemap | ติดต่อเรา  



Thai PVD Series คลิปวิดีโอเรื่อง
สุขหลังเกษียณ...คุณทำได้
Download : wmv | mp4

ถามมา...ตอบไว...ThaiPVD
ตอน การคำนวณจ่ายเงินเข้ากองทุนควรใช้ฐานค่าจ้างใด

            สวัสดีค่ะ.. thaipvd.com ได้รับการสอบถามมาบ่อยครั้งเกี่ยวกับวิธีคำนวณจ่ายเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ในกรณีที่มีเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้น เช่น เมื่อลูกจ้างถูกหักค่าจ้าง หรือได้รับค่าจ้างเพิ่มขึ้น หรือไม่ได้รับค่าจ้างว่า การคำนวณจ่ายเงินเข้ากองทุนจะคำนวณจากฐานค่าจ้างจำนวนเท่าใด เป็นต้น ถามมา .. ตอบไว ขอรวบรวมมาเล่าให้ฟังทีเดียวเลยค่ะ

            หลายท่านคงทราบดีอยู่แล้วว่า มาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 กำหนดสาระสำคัญไว้ว่า ทุกครั้งที่มีการจ่าย “ค่าจ้าง”  ให้ลูกจ้างจ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนโดยให้นายจ้างหักจากค่าจ้าง และให้นายจ้างจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนโดยกำหนดกรอบในการจ่ายเงินไว้ว่าให้จ่ายในอัตรา 2-15 % ของค่าจ้างที่ได้รับ ส่วนอัตราที่แน่นอนจะมีการกำหนดไว้ในข้อบังคับของแต่ละกองทุน ก่อนอื่น เรามารู้จักคำว่า “ค่าจ้าง” ตาม พ.ร.บ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 กันก่อนนะคะ ว่าคืออะไร

            “ค่าจ้าง” หมายความถึง “เงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเป็นค่าตอบแทนการทำงาน ทั้งนี้ ไม่ว่าจะกำหนด คำนวณ หรือจ่ายเป็นการตอบแทนโดยวิธีใด และไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างใด แต่ไม่รวมถึงค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด หรือเงินหรือผลประโยชน์อย่างอื่นที่นายจ้างหักไว้ หรือจ่ายเพิ่มเติมให้แก่ลูกจ้างเพื่อประโยชน์ในการทำงาน”  

            เมื่อทราบแล้วว่า “จำนวนค่าจ้าง” เป็นเท่าใด ก็จะหักเงินเข้ากองทุนเป็นอัตราส่วนกับจำนวนค่าจ้างนั้นได้เลย อย่างไรก็ดี อาจจะมีคำถามต่อไปอีกว่า หากในงวดการจ่ายเงินงวดใดงวดหนึ่งซึ่งลูกจ้างได้รับค่าจ้างน้อยลง หรือเพิ่มขึ้น หรือไม่ได้รับค่าจ้างเลย จะใช้ค่าจ้างจำนวนใดมาเป็นฐานในการคำนวณจ่ายเงินเข้ากองทุนในงวดนั้น ๆหลักในการพิจารณาคือ ให้ดูจากจำนวนเงินค่าจ้างที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับจากนายจ้างว่าเป็นจำนวนเท่าใด ก็ให้นำเงินจำนวนดังกล่าวมาใช้เป็นฐานในการคำนวณหักเงินเข้ากองทุน โดยปกตินายจ้างจะมีข้อกำหนดเกี่ยวกับสิทธิของลูกจ้างในกรณีต่าง ๆ ไว้แล้วโดยการเขียนไว้ในสัญญาจ้าง ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ข้อบังคับการทำงาน  หรือสัญญาใด ๆ ที่มีการทำขึ้นระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างนั่นเอง 

            ในกรณีที่ลูกจ้างทำผิดวินัย หากข้อบังคับการทำงานของนายจ้างกำหนดไว้ว่าลูกจ้างจะถูกตัดเงินเดือน ย่อมถือได้ว่าจำนวนเงินค่าจ้างที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับในครั้งนั้นลดลงด้วย  หรือในกรณีที่ลูกจ้างได้รับค่าจ้างเพิ่มขึ้น เช่น ลูกจ้างได้รับการปรับขึ้นเงินเดือน หรือนายจ้างมีคำสั่งขึ้นเงินเดือนย้อนหลังทำให้ลูกจ้างได้รับเงินตกเบิก จำนวนเงินค่าจ้างที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับย่อมจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ดังนั้น จำนวนค่าจ้างที่จะนำมาใช้เป็นฐานในการคำนวณจ่ายเงินเข้ากองทุนก็ย่อมจะลดลง หรือเพิ่มขึ้นตามสิทธิดังกล่าวได้ค่ะ

            แล้วในกรณีที่ลูกจ้างไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างเลย จะต้องส่งเงินเข้ากองทุนหรือไม่ อย่างไร เช่น  ลูกจ้างหญิงขอลางานเนื่องจากการลาคลอดโดยไม่ได้รับค่าจ้าง หรือลูกจ้างขอลาศึกษาต่อโดยไม่ได้รับค่าจ้าง  หากกรณีดังกล่าวเป็นไปตามข้อตกลงระหว่างนายจ้างลูกจ้าง ย่อมทำให้ลูกจ้างไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้าง นั่นหมายถึงไม่มีการจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างในช่วงระยะเวลานั้น จึงทำให้ไม่ต้องจ่ายเงินเข้ากองทุนทั้งฝั่งลูกจ้างและนายจ้าง แต่ความเป็นสมาชิกภาพกองทุนของลูกจ้างยังคงอยู่เช่นเดิม ซึ่งการพิจารณากรณีนี้ก็นำมาตรา 10 มาใช้นั่นเองค่ะ แต่หากข้อตกลงระหว่างนายจ้างลูกจ้างเปลี่ยนไป โดยกำหนดว่าการลาศึกษาต่อให้ได้รับค่าจ้างเต็มจำนวนหรือครึ่งหนึ่ง สิทธิที่จะได้รับเงินค่าจ้างก็จะเป็นไปตามที่ตกลง การจ่ายเงินเข้ากองทุนก็จะเกิดขึ้นได้ โดยใช้จำนวนเงินค่าจ้างที่ตกลงจ่ายกันนั้นมาเป็นฐานในการคำนวณ

            มีคำถามอีกว่า จากกรณีข้างต้นที่ลูกจ้างไม่ได้รับค่าจ้าง  แต่ลูกจ้างอยากนำส่งเงินเข้ากองทุน หรือนายจ้างอยากจ่ายเงินสมทบให้ลูกจ้าง ได้หรือไม่ คำตอบก็ยังคงพิจารณาตามมาตรา 10 เช่นเดิมค่ะ คือ เมื่อไม่มีการจ่ายค่าจ้าง จึงไม่มีฐานในการคำนวณการจ่ายเงินเข้ากองทุน

            สรุปหลักการในการพิจารณาการจ่ายเงินเข้ากองทุนไม่ว่ากรณีใด ก็คือ  มีการจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างหรือไม่ และสิทธิที่ลูกจ้างได้รับค่าจ้างเป็นเท่าใด เท่านี้เองค่ะ

            ท่านผู้อ่านสามารถค้นหาคำถามที่สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพสอบถามเข้ามาบ่อยได้ที่ ภายใต้หัวข้อ "คำถามที่ถูกถามบ่อย” นอกจากนั้นหากท่านมีคำถามเกี่ยวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ท่านสามารถสอบถาม ถามมา...ตอบไว...ThaiPVD ได้ที่ thaipvd@sec.or.thค่ะ

วันที่อัพเดทล่าสุด 12/02/2553
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง : สำนักงาน ก.ล.ต. | สมาคมบริษัทจัดการลงทุน | สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
333/3 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ 1207 หรือ 0 2695 9999 โทรสาร 0 2695 9660
ข้อควรทราบ เว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการให้ข่าวสารและข้อมูลแก่ผู้สนใจทั่วไป แต่ไม่ถือว่าเป็นการให้คำแนะนำโดยสำนักงาน ก.ล.ต. การนำข้อมูลที่ปรากฏบนเว็บไซต์ไปใช้ประโยชน์ ถือว่าอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ใช้ข้อมูล ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งคณะผู้จัดทำตั้งใจที่จะปรับปรุงให้เป็นข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัยอยู่ตลอดเวลา
หากท่านเห็นว่าข้อมูลส่วนใดไม่ถูกต้อง โปรดแจ้งคณะผู้จัดทำหรือสอบถามเพิ่มเติมหรือได้ที่ thaipvd@sec.or.th