หน้าแรก | บทบาท ก.ล.ต. | Links | Sitemap | ติดต่อเรา  



Thai PVD Series คลิปวิดีโอเรื่อง
สุขหลังเกษียณ...คุณทำได้
Download : wmv | mp4

 

ถามมา...ตอบไว...ThaiPVD
ตอน... ข้อบังคับเขียนจำกัดสิทธิของสมาชิกกองทุนได้หรือไม่

            สวัสดีค่ะ.. หลายท่านที่สงสัยเกี่ยวกับการเขียนข้อบังคับกองทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่เกี่ยวกับการจำกัดหรือตัดสิทธิของสมาชิกว่าจะเขียนข้อบังคับที่เป็นการตัดสิทธิสมาชิกในเรื่องใดได้บ้างหรือไม่เพียงใด ...ถามมาตอบไว จะขอนำคำถามที่น่าสนใจมาเล่าให้ฟัง พร้อมกับเหตุผลประกอบคำตอบในแต่ละเรื่องดังนี้ค่ะ

            1. การกำหนดให้สมาชิกยินยอมให้เจ้าหนี้หักเงินที่สมาชิกจะได้รับจากกองทุนเมื่อสิ้นสมาชิกภาพไปชำระหนี้ได้หรือไม่  

                เรื่องนี้มักเกิดกับนายจ้างที่ให้ลูกจ้างกู้ยืมเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหกรณ์ออมทรัพย์ต่างๆ ซึ่งนายจ้างมักจะเขียนข้อบังคับกองทุนว่า “ให้เจ้าหนี้ (ซึ่งเป็นนายจ้าง) สามารถหักเงินที่สมาชิกจะได้รับจากกองทุนไปชำระหนี้ที่สมาชิกมีต่อนายจ้าง เช่น หนี้เงินกู้ยืม หรือหนี้ที่ลูกจ้างต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่นายจ้างเนื่องจากลูกจ้างทำผิดและทำให้นายจ้างเสียหายหรือกำหนดว่าสมาชิกยินยอมให้เจ้าหนี้หักเงินดังกล่าวเพื่อเป็นการชำระหนี้ได้ ฯลฯ”

                การเขียนข้อบังคับในลักษณะดังกล่าวไม่สามารถบังคับใช้ได้ เนื่องจากกฎหมายกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้บัญญัติคุ้มครองเงินที่สมาชิกมีสิทธิได้รับไว้ว่าเจ้าหนี้จะบังคับชำระหนี้จากเงินดังกล่าวไม่ได้ หรือแม้สมาชิกจะยินยอม เช่น สมาชิกตกลงโอนไปชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ ก็ไม่สามารถตกลงโอนเงินดังกล่าวไปให้เจ้าหนี้โดยตรง แต่ต้องให้สมาชิกได้รับเงินออกจากกองทุนโดยตรงก่อน หลังจากนั้นสมาชิกจะนำเงินที่ได้รับไปใช้ในทางใดก็ให้เป็นสิทธิของสมาชิกเอง เช่น โอนไปชำระหนี้

                เหตุที่กฎหมายต้องให้ความคุ้มครองเช่นนี้ก็เพราะว่าเงินที่สมาชิกเก็บออมในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพซึ่งเป็นระบบการออมเพื่อเกษียณอายุประเภทหนึ่ง หรือที่เรียกว่า pension fund เป็นเงินที่สมาชิกเก็บออมไว้เพื่อนำไปใช้ยามจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อชราภาพ ใครจะมายึดหรือเอาไปไม่ได้

            2. การกำหนดให้สมาชิกหรือผู้รับผลประโยชน์ของสมาชิกต้องมารับจากกองทุนไปภายในเวลาที่กำหนด มิฉะนั้นจะกระจายเงินกลับเข้ากองทุนได้หรือไม่

                สมาชิกบางรายอาจไม่รู้ว่าตนเองมีสิทธิได้รับเงินคืนจากกองทุน หรือผู้ที่สมาชิกระบุให้เป็นผู้รับผลประโยชน์อาจไม่รู้ว่าสมาชิกระบุให้ตนเป็นผู้รับผลประโยชน์แทน ทำให้เกิดปัญหาไม่มีผู้มารับเงินจากกองทุน จึงมีการเขียนข้อบังคับที่จำกัดเวลาว่า “หากสมาชิกไม่มารับเงินภายในเวลาที่กำหนด เช่น 1 ปี 2 ปี ให้เงินของสมาชิกตกเป็นของกองทุนเพื่อกระจายให้สมาชิกที่ยังอยู่ในกองทุน” ทั้ง ๆ ที่แท้ที่จริงแล้วสมาชิกยังคงมีสิทธิได้รับเงินจากกองทุนในจำนวนดังกล่าวอยู่ตลอดเวลา

                การเขียนข้อบังคับในลักษณะดังกล่าวขัดต่อคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกา เนื่องจากสิทธิเรียกร้องเงินจากกองทุนเป็นสิทธิเฉพาะตัวของสมาชิก ลูกจ้างที่เป็นสมาชิกหรือบุคคลที่สมาชิกกำหนดไว้โดยพินัยกรรมหรือทำหนังสือกำหนดชื่อมอบไว้แก่ผู้จัดการกองทุนเท่านั้นที่จะมีสิทธิเรียกร้องขอรับเงินได้ เมื่อลูกจ้างสิ้นสมาชิกภาพ ผู้จัดการกองทุนมีหน้าที่ต้องจ่ายเงินจากกองทุนให้แก่ลูกจ้าง หรือแก่บุคคลที่ลูกจ้างกำหนดให้เป็นผู้รับเงิน ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อบังคับของกองทุน ในระหว่างเวลาที่ผู้จัดการกองทุนยังไม่ได้จ่ายเงินจากกองทุน เงินในกองทุนยังเป็นสิทธิของบุคคลตามมาตรา 23 อยู่  ดังนั้น การขอจดทะเบียนในข้อบังคับว่า ถ้าลูกจ้างหรือบุคคลที่สมาชิกของกองทุนทำหนังสือกำหนดให้เป็นผู้รับเงินจากกองทุน ไม่มารับเงินจากกองทุนภายในกำหนดเวลาที่ระบุไว้ในข้อบังคับนับแต่วันที่ลูกจ้างสิ้นสมาชิกภาพ ซึ่งเป็นระยะเวลานานเท่าใดก็ตาม ก็ให้เงินที่ต้องจ่ายจากกองทุนตกได้แก่บุคคลอื่นซึ่งมิใช่ลูกจ้างที่เป็นสมาชิกหรือบุคคลตามมาตรา 23 จึงเป็นการขัดต่อวัตถุประสงค์ของกองทุน และขัดต่อกฎหมายซึ่งได้กำหนดบุคคลผู้จะพึงได้รับเงิน

                แต่อย่าสับสนกับกรณีไม่มีผู้ใดมิสิทธิได้รับเงินจากกองทุน ซึ่งเป็นกรณีที่สมาชิกเสียชีวิตและสมาชิกไม่ได้ทำหนังสือระบุผู้รับผลประโยชน์ไว้ อีกทั้งไม่มีบุคคลที่มีสิทธิได้รับเงินจากกองทุนแทนสมาชิกหรือทายาทตามกฎหมายของสมาชิกเลยแม้แต่คนเดียว ซึ่งกรณีนี้กฎหมายกำหนดให้เงินดังกล่าวตกเป็นของกองทุนเพื่อจัดการตามวิธีที่กำหนดในข้อบังคับ ซึ่งข้อบังคับกองทุนมักจะกำหนดว่าให้กระจายเงินดังกล่าวเข้ากองทุนเพื่อแบ่งให้แก่สมาชิกทุกราย

            3. การจำกัดสิทธิของสมาชิกที่อยู่ระหว่างการขอคงเงินหรือขอรับเงินเป็นงวดได้หรือไม่

                สมาชิกกลุ่มดังกล่าวไม่ได้เป็นลูกจ้างของนายจ้างแล้ว จึงไม่มีการจ่ายค่าจ้างและไม่มีการนำส่งเงินเข้ากองทุนความสัมพันธ์กับกองทุนของสมาชิกกลุ่มดังกล่าวจึงนับว่าน้อยลงโดยสภาพ ดังนั้น ด้วยสถานะที่แตกต่างออกไปจากสมาชิกทั่วไป ข้อบังคับจึงอาจกำหนดให้สิทธิของสมาชิกกลุ่มดังกล่าวแตกต่างจากสมาชิกทั่วไปได้ เช่น ถูกจำกัดสิทธิเข้าร่วมประชุมและการออกเสียง หรือถูกจำกัดสิทธิที่จะได้รับการกระจายเงินบางประเภทที่กองทุนได้รับ เป็นต้น

                แต่สำหรับผลประโยชน์ที่เกิดจากการนำเงินกองทุนไปลงทุน ข้อบังคับจะเขียนจำกัดสิทธิสมาชิกกลุ่มดังกล่าวไม่ให้ได้รับส่วนแบ่งไม่ได้ เพราะโดยทั่วไปแล้วเงินของกองทุนจะต้องนำไปให้ผู้จัดการกองทุนนำไปลงทุนหาผลประโยชน์ ซึ่งเงินของสมาชิกกลุ่มดังกล่าวย่อมรวมอยู่ในเงินของกองทุนด้วย สมาชิกกลุ่มดังกล่าวจึงต้องมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งผลประโยชน์ที่เกิดจากการนำเงินของตนเองไปลงทุนด้วย

            ท่านผู้อ่านสามารถค้นหาคำถามที่สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพสอบถามเข้ามาบ่อยได้ที่ ภายใต้หัวข้อ "FAQ” นอกจากนั้นหากท่านมีคำถามเกี่ยวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ท่านสามารถสอบถาม ถามมา...ตอบไว...ThaiPVD ได้ที่ thaipvd@sec.or.th  ค่ะ

 

วันที่อัพเดทล่าสุด 12/02/2553
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง : สำนักงาน ก.ล.ต. | สมาคมบริษัทจัดการลงทุน | สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
333/3 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ 1207 หรือ 0 2695 9999 โทรสาร 0 2695 9660
ข้อควรทราบ เว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการให้ข่าวสารและข้อมูลแก่ผู้สนใจทั่วไป แต่ไม่ถือว่าเป็นการให้คำแนะนำโดยสำนักงาน ก.ล.ต. การนำข้อมูลที่ปรากฏบนเว็บไซต์ไปใช้ประโยชน์ ถือว่าอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ใช้ข้อมูล ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งคณะผู้จัดทำตั้งใจที่จะปรับปรุงให้เป็นข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัยอยู่ตลอดเวลา
หากท่านเห็นว่าข้อมูลส่วนใดไม่ถูกต้อง โปรดแจ้งคณะผู้จัดทำหรือสอบถามเพิ่มเติมหรือได้ที่ thaipvd@sec.or.th