หน้าแรก | บทบาท ก.ล.ต. | Links | Sitemap | ติดต่อเรา  



Thai PVD Series คลิปวิดีโอเรื่อง
สุขหลังเกษียณ...คุณทำได้
Download : wmv | mp4

 

ถามมา...ตอบไว...ThaiPVD
ตอน หากหุ้นกู้ถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือจะทำอย่างไร

            สวัสดีค่ะ ในปีที่ผ่านมาท่านสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพทีอ่านข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์ คงได้ข่าวเกี่ยวกับบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้บางตัว  จึงมีผู้สอบถามว่า

"หากหุ้นกู้ถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือ..คณะกรรมการกองทุนจะต้องทำ อย่างไรบ้าง"

            ก่อนอื่นต้องขอเล่าเกณฑ์เบื้องต้นก่อนนะคะว่า ในเรื่องของการลงทุน ก.ล.ต. ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลการดำเนินการของกองทุนและบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนที่ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้จัดการกองทุนส่วนบุคคล ได้ออกประกาศกำหนดประเภทหลักทรัพย์ที่ให้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพลงทุนได้ และกำหนดอัตราส่วนการลงทุนของกองทุนเพื่อป้องกันมิให้บริษัทจัดการไปลงทุนในตราสารที่มีความเสี่ยงมากเกินไป และช่วยให้สมาชิกมั่นใจว่าจะมีการกระจายความเสี่ยงในการลงทุน เนื่องจากเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพถือเป็นเงินก้อนสุดท้ายที่จะเป็นหลักประกันไว้ใช้ยามเกษียณหรือออกจากงาน โดยกำหนดอัตราส่วนการลงทุนในส่วนของตราสารหนี้  (เช่น หุ้นกู้ หรือตั๋วเงิน ) ดังนี้[1]

          1.  ตราสารหนี้ภาครัฐ – ไม่จำกัดอัตราส่วนการลงทุน
          2.  ตราสารหนี้ที่ธนาคารพาณิชย์เป็นผู้ออก – ลงทุนได้บริษัทละไม่เกิน 20% ของ NAVของกองทุน
          3.  ตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือตั้งแต่ Investment grade[1] ขึ้นไป (ไม่ใช่ข้อ 1 และ 2)
               – ลงทุนได้บริษัทละไม่เกิน 15% ของ NAVของกองทุน
          4.  ตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่า Investment gradeหรือไม่มีการจัดอันดับ (เรียกว่า Junk)
               – ลงทุนได้บริษัทละไม่เกิน 5% ของ NAVของกองทุน และรวมทั้งหมดต้องไม่เกิน 15%ของ NAVของกองทุน
            สำหรับ บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการกองทุน นอกจากจะมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายการลงทุนแล้ว ยังมีหน้าที่พิจารณาให้ความเห็นชอบการลงทุนในหลักทรัพย์หรือตราสารที่ลงทุนด้วย โดยพิจารณาว่าหลักทรัพย์หรือตราสารดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือเป็นอย่างไร ซึ่งคณะกรรมการกองทุนอาจกำหนดหรือจำกัดอัตราส่วนตราสารที่จะลงทุนให้เข้มงวดกว่ากฎเกณฑ์ที่ ก.ล.ต. กำหนดได้ เช่น กำหนดให้ลงทุนเฉพาะหุ้นกู้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือ AA ขึ้นไป (เป็นอันดับที่มีความเสี่ยงต่ำมาก คือบริษัทมีความสามารถในการชำระดอกเบี้ยและคืนเงินต้นในเกณฑ์สูงมาก) เป็นต้น

            หากตราสารหนี้ตัวใด ถูกบริษัทจัดอันดับ (Credit Rating Agency) ลดอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่า investment grade ก็จะมีผลกระทบต่ออัตราส่วนการลงทุน เพราะตราสารนั้นจะกลายเป็นjunk ซึ่งกองทุนจะลงทุนในตราสารนั้นได้ไม่เกิน 5% ของ NAV กองทุน ดังนั้น หากเดิมกองทุนลงไว้ 10% ของ NAV กองทุน บริษัทจัดการก็มีหน้าที่ต้องลดอัตราส่วนให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์กำหนดภายใน 30 วันนับแต่วันที่ตราสารนั้นถูกประกาศลดอันดับต่ำกว่า investment grade ซึ่งก็สามารถกระทำได้หลายวิธี ทั้งโดยการขาย จำหน่าย โอนตราสารนั้นออกจากกองทุน หรือวิธีการอื่นใดที่จะทำให้สัดส่วนไม่เกิน 5% ของ NAV

            จะเห็นได้ว่าคณะกรรมการกองทุนสามารถช่วยป้องกันไม่ให้กองทุนเกิดความเสียหายอันเนื่องจากการลงทุนในหลักทรัพย์หรือตราสารได้ โดยการติดตามดูแลการลงทุนของบริษัทจัดการให้เป็นไปตามอัตราส่วนการลงทุนที่กฎหมายกำหนด ติดตามข่าวสารว่าบริษัทที่กองทุนลงทุนอยู่เริ่มประสบปัญหาหรืออยู่ระหว่างถูกฟ้องร้องบ้างหรือไม่ ซึ่งอาจขอให้บริษัทจัดการส่งรายงานเป็นพิเศษ และขอให้วิเคราะห์ความน่าจะเป็นในการลงทุนต่อไป  แต่หากหลักทรัพย์หรือตราสารที่กองทุนลงทุนเกิด default และไม่สามารถชำระหนี้ได้คณะกรรมการกองทุนควรให้บริษัทจัดการเสนอแนวทางในการดำเนินการเพื่อประโยชน์สูงสุดแก่สมาชิกกองทุน

       ท่านผู้อ่านสามารถค้นหาข้อมูลเรื่องหลักเกณฑ์และอัตราส่วนการลงทุนเพิ่มเติมได้ที่ www.ThaiPVD.com ภายใต้หัวข้อ “การลงทุน” นอกจากนั้น หากท่านมีคำถามเกี่ยวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ท่านสามารถสอบถาม ถามมา...ตอบไว...ThaiPVDได้ที่thaipvd@sec.or.th สวัสดีค่ะ
 

[1] อัตราส่วนข้างล่างเป็นตัวอย่างเบื้องต้น ไม่รวมกรณีหลักทรัพย์นายจ้าง
[2] Investment grade หมายถึง อันดับที่มีความเสี่ยงปานกลางโดยบริษัทจัดอันดับเป็นผู้กำหนดสัญลักษณ์ เช่น บริษัททริสฯ กำหนดสัญลักษณ์ของ Investment grade ตั้งแต่ BBB ขึ้นไปถึงอันดับที่ดีที่สุดคือ AAA 

วันที่อัพเดทล่าสุด 12/02/2553
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง : สำนักงาน ก.ล.ต. | สมาคมบริษัทจัดการลงทุน | สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
333/3 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ 1207 หรือ 0 2695 9999 โทรสาร 0 2695 9660
ข้อควรทราบ เว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการให้ข่าวสารและข้อมูลแก่ผู้สนใจทั่วไป แต่ไม่ถือว่าเป็นการให้คำแนะนำโดยสำนักงาน ก.ล.ต. การนำข้อมูลที่ปรากฏบนเว็บไซต์ไปใช้ประโยชน์ ถือว่าอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ใช้ข้อมูล ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งคณะผู้จัดทำตั้งใจที่จะปรับปรุงให้เป็นข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัยอยู่ตลอดเวลา
หากท่านเห็นว่าข้อมูลส่วนใดไม่ถูกต้อง โปรดแจ้งคณะผู้จัดทำหรือสอบถามเพิ่มเติมหรือได้ที่ thaipvd@sec.or.th