หน้าแรก | บทบาท ก.ล.ต. | Links | Sitemap | ติดต่อเรา  



Thai PVD Series คลิปวิดีโอเรื่อง
สุขหลังเกษียณ...คุณทำได้
Download : wmv | mp4

ถามมา...ตอบไว...ThaiPVD
ตอน ไขข้อสงสัยในการจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

            สวัสดีค่ะท่านผู้อ่าน สัปดาห์ที่แล้วสรรหามาเล่าได้แนะนำขั้นตอนในการเตรียมการต่าง ๆ ในภาพรวมเพื่อเป็นแนวทางในการจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สัปดาหืนี้มีหลายท่านสอบถามกันแบบเจาะลึกเข้ามาว่า ในการจัดตั้งกองทุนต้องมีลูกจ้างจำนวนเท่าไร ใครสามารถสมัครเข้าเป็นสมาชิกกองทุนได้บ้าง ต้องมีกรรมการกองทุนกี่คน อัตราเงินสมทบที่นายจ้างสมทบให้ควรจะเป็นเท่าไร ควรจัดตั้งกองทุนแบบไหนดี ถามมาตอบไว...ThaiPVD จะมาไขข้อสงสัยในการจัดตั้งกองทุนให้ท่านผู้อ่านทราบในแต่ละข้อกันดังนี้ค่ะ

            1. จำนวนลูกจ้าง กฎหมายไม่ได้กำหนดจำนวนลูกจ้างที่สมัครเข้าเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพขั้นต่ำไว้ จึงขึ้นอยู่กับความพร้อมของนายจ้างและลูกจ้าง โดยในการยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งกองทุนต้องมีผู้แทนของฝ่ายนายจ้างและลูกจ้าง (ไม่ใช่บุคคลเดียวกัน) ลงชื่อในแบบคำขอและเอกสารที่เกี่ยวข้อง สำหรับการกำหนดคุณสมบัติของการสมัครเป็นสมาชิกกองทุนขึ้นอยู่กับข้อบังคับกองทุนกำหนด ซึ่งตามกฎหมายกำหนดว่า ลูกจ้าง หมายถึง ผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่นายจ้างโดยได้รับค่าจ้าง ไม่ว่าจะมีสัญญาเป็นหนังสือหรือไม่ ดังนั้น ผู้ที่จะเข้าเป็นสมาชิกกองทุนจึงต้องเป็นลูกจ้างโดยจะเป็นลูกจ้างประเภทรายวันหรือรายเดือนหรือจะเป็นชาวต่างชาติก็ได้

            2. จำนวนกรรมการกองทุน กฎหมายบัญญัติว่า "ให้กองทุนมีคณะกรรมการกองทุนประกอบด้วยผู้แทนซึ่งลูกจ้างเลือกตั้งและผู้แทนซึ่งนายจ้างแต่งตั้ง..." ดังนั้น จึงขึ้นอยู่กับกองทุนที่จะกำหนดให้มีกรรมการฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างฝ่ายละเท่าใด แต่เพื่อให้เกิดความยุติธรรมและคานอำนาจซึ่งกันและกัน คณะกรรมการกองทุนควรประกอบด้วยตัวแทนซึ่งนายจ้างแต่งตั้งและตัวแทนซึ่งลูกจ้างเลือกตั้งในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน ทั้งนี้ ผู้แทนซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากฝ่ายนายจ้างอาจเป้นสมาชิกกองทุนหรือผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนก็ได้ ส่วนผู้แทนฝ่ายลูกจ้างเป็นสมาชิกกองทุนที่ได้รับเลือกตั้งจากเพื่อนสมาชิกกองทุนด้วยกันเข้าไปดูแลบริหารงานกองทุน โดยคณะกรรมการกองทุนควรมีวาระการดำรงตำแหน่งนานพอสมควรเพื่อให้การบริหารงานกองทุนเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

            3. อัตราเงินสะสมและอัตราเงินสมทบ กฎหมายบัญญัติให้การกำหนดเงินสะสม/สมทบไม่ต่ำกว่าร้อยละ 2 แต่ไม่เกินร้อยละ 15 ของค่าจ้าง และให้นายจ้างจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนตามจำนวนลูกจ้างในอัตราไม่ต่ำกว่าเงินสะสมของลูกจ้าง หมายถึง นายจ้างสามารถจ่ายเงินสมทบในอัตราเดียวกันหรือมากกว่าอัตราที่ลูกจ้างจ่ายสะสมเข้ากองทุนก็ได้ ส่วนแต่ละกองทุนจะกำหนดอัตราเท่าใด ขึ้นอยู่กับความสามารถในการจ่ายและความเหมาะสมของแต่ละกองทุน ซึ่งอาจกำหนดเป็นขั้นบันไดตามอายุงาน อายุสมาชิก หรือระดับตำแหน่งก้ได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้อัตราตามที่กฎหมายกำหนด และที่สำคัญการกำหนดอัตราเงินสะสมและเงินสมทบจะกำหนดไว้ในข้อบังคับกองทุนที่นำมาจดทะเบียนจึงจะมีผลใช้บังคับ ดังนั้น สมาชิกจะนำส่งเงินเข้ากองทุนก่อนหรือย้อนหลังข้อบังคับมีผลใช้บังคับไม่ได้

            4. รูปแบบกองทุน มีการจัดตั้งกองทุนใน 2 รูปแบบหลัก ๆ ได้แก่ กองทุนเดี่ยว มีนายจ้างรายเดียว (single fund) สามารถกำหนดรายละเอียดกองทุนตามความต้องการของตนเอง แต่ก็ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายค่าใช้จ่ายของกองทุนเองทั้งหมดด้วย ซึ่งจะเหมาะสำหรับองค์กรที่มีลูกจ้างจำนวนมาก อีกรูปแบบหนึ่งคือกองทุนร่วม มีนายจ้างหลายราย (pooled fund) อยู่ภายใต้นโยบายและบริษัทจัดการเดียวกัน แต่มีข้อบังคับเฉพาะส่วนแยกตามรายนายจ้างได้ กองทุนที่มีหลายนายจ้างนี้มีให้เลือกมากมายหลายบริษัทจัดการและหลายนโยบายแล้วแต่ความเหมาะสมกับสมาชิกกองทุนของนายจ้างแต่ละราย โดยนายจ้างรายเดียวสามารถเลือกอยู่หลายกองทุนร่วมก็ได้ ส่วนรูปแบบกองทุนอื่น ได้แก่ กองทุนกลุ่ม (group fund) เป็นกองทุนที่มีนายจ้างหลายรายอยู่ด้วยกัน แต่เป็นบริษัทในเครือหรือกลุ่มเดียวกันและกองทุนหลายนโยบาย (master fund) เป็นกองทุนเดี่ยว กองทุนร่วม หรือกองทุนกลุ่มที่มีหลายนโยบายการลงทุนอยู่ในกองทุนเดียวกัน
 

            คงพอเป็นข้อมูลประกอบการจัดตั้งกองทุนพอสมควรนะคะ แต่หากต้องการทราบรายละเอียดต่าง ๆ มากกว่านี้ก็สามารถดูได้ที่www.ThaiPVD.com เรื่องการจัดตั้งกองทุน นอกจากนั้น หากท่านมีคำถามเกี่ยวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ท่านสามารถสอบถามมาได้ที่ e-mail: thaipvd@sec.or.th สวัสดีค่ะ

วันที่อัพเดทล่าสุด 12/02/2553
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง : สำนักงาน ก.ล.ต. | สมาคมบริษัทจัดการลงทุน | สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
333/3 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ 1207 หรือ 0 2695 9999 โทรสาร 0 2695 9660
ข้อควรทราบ เว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการให้ข่าวสารและข้อมูลแก่ผู้สนใจทั่วไป แต่ไม่ถือว่าเป็นการให้คำแนะนำโดยสำนักงาน ก.ล.ต. การนำข้อมูลที่ปรากฏบนเว็บไซต์ไปใช้ประโยชน์ ถือว่าอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ใช้ข้อมูล ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งคณะผู้จัดทำตั้งใจที่จะปรับปรุงให้เป็นข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัยอยู่ตลอดเวลา
หากท่านเห็นว่าข้อมูลส่วนใดไม่ถูกต้อง โปรดแจ้งคณะผู้จัดทำหรือสอบถามเพิ่มเติมหรือได้ที่ thaipvd@sec.or.th