หน้าแรก | บทบาท ก.ล.ต. | Links | Sitemap | ติดต่อเรา  



Thai PVD Series คลิปวิดีโอเรื่อง
สุขหลังเกษียณ...คุณทำได้
Download : wmv | mp4

ถามมา...ตอบไว...ThaiPVD
ตอน กองทุนซื้อหุ้นบริษัทนายจ้างได้หรือไม่

            สวัสดีค่ะ ทุกวันนี้เวลามีคำถามเกี่ยวกับการลงทุนของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ส่วนใหญ่จะถามในเรื่องผลตอบแทน แต่คราวนี้มีคำถามที่น่าสนใจจากกรรมการกองทุนท่านหนึ่ง สงสัยว่า

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะซื้อหุ้นของบริษัทนายจ้างกองทุน ได้หรือไม่

            ขอเรียนว่า โดยทั่วไปสำนักงาน ก.ล.ต. ห้ามบริษัทจัดการกองทุนซื้อขายทรัพย์สินเพื่อกองทุนกับ บุคคลที่เกี่ยวข้อง ในลักษณะที่เอาเปรียบกองทุน ซึ่งในที่นี้จะถือว่านายจ้างกองทุนเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องด้วย

            1. กำหนดเกณฑ์เพื่อป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ : ในกรณีบริษัทจัดการกองทุนจะลงทุน ในหลักทรัพย์ที่นายจ้างเป็น ผู้ออก อันดับแรกต้องมั่นใจว่าเป็นหลักทรัพย์ที่ ก.ล.ต. อนุญาตให้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพลงทุนได้ เช่น หุ้น หุ้นกู้ หรือเงินฝากหากนายจ้างเป็นธนาคารพาณิชย์ เป็นต้น และสิ่งที่ต้องพึงระวังคือ อาจมีส่วนได้ส่วนเสียเกิดขึ้นระหว่างกองทุนกับบริษัทนายจ้าง เช่น นายจ้างอาจขอให้กองทุนช่วยซื้อหุ้นของนายจ้างในตลาดหลักทรัพย์เพื่อหวังผลประโยชน์ด้านอื่น เป็นต้น ดังนั้น ก.ล.ต. จึงกำหนดกรอบเพื่อป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ โดยในการลงทุนหรือทำธุรกรรมกับนายจ้าง ต้องเข้าเงื่อนไขทุกข้อ ดังต่อไปนี้
                                 (ก) เป็นประโยชน์ที่ดีที่สุดต่อกองทุนในสถานการณ์ขณะนั้น (best execution)

                                 (ข) มีความจำเป็นและเป็นประโยชน์ต่อกองทุน
                                 (ค) กระทำเป็นทางค้าปกติ (at arm’s length)
                                 (ง) เหมาะสมกับนโยบายการลงทุนของกองทุน
            2. ต้องได้รับความยินยอมจากคณะกรรมการกองทุน : หลังจากพิจารณาแล้วว่าเข้าเงื่อนไข (ก) – (ง) ครบทุกข้อ บริษัทจัดการต้องมาขอความยินยอมจากคณะกรรมการกองทุนก่อนการทำธุรกรรมทุกครั้ง หรืออาจขอเป็นการล่วงหน้าโดยกำหนดไว้ในสัญญาจ้างบริษัทจัดการได้ ซึ่งจุดนี้สำคัญมากเพราะเป็นความรับผิดชอบของคณะกรรมการกองทุนที่จะพิจารณาว่าควรอนุมัติให้หรือไม่ โดยเบื้องต้นอาจใช้เกณฑ์ขั้นต่ำตามข้อ (ก) – (ง) หากผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำแล้ว ก็อนุมัติให้ดำเนินการได้ แต่คณะกรรมการกองทุนสามารถกำหนดเกณฑ์ที่เข้มกว่าได้
            3. กำหนดอัตราส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์นายจ้าง : หากผ่านด่านข้อ 1 และ 2 แล้ว เมื่อกองทุนจะลงทุน ก็ต้องพิจารณาด้วยว่าจะลงทุนได้มากแค่ไหน ซึ่งประกาศ ก.ล.ต. ได้กำหนดสัดส่วนการลงทุนสูงสุดที่ให้ลงทุนได้ กล่าวคือหากนายจ้างเป็น ธนาคารพาณิชย์ หรือได้รับการจัดอันดับระดับ Investment grade (เช่น BBB) ขึ้นไป กองทุนจะลงได้ไม่เกิน 15% ของ NAV รวมของกองทุน นอกเหนือจากนี้ จะลงทุนได้ไม่เกิน 5% ของ NAV รวมของกองทุน ซึ่งเกณฑ์นี้ไม่ใช้กับกองทุนประเภท pooled fund ที่มีนายจ้างเป็นบริษัทในเครือน้อยกว่า 2 ใน3 หรือไม่ใช้กับ pooled fund ที่มีการกระจายนายจ้างหลากหลายมากๆ นั่นเอง   
  

            หวังว่าท่านคงได้รับความกระจ่างเกี่ยวกับการลงทุนในหุ้นของนายจ้างบ้างแล้วนะคะ หากท่านใดมีข้อติดใจสงสัยไม่ว่าจะเป็นกรรมการหรือลูกจ้าง ก็สามารถสอบถามได้ที่บริษัทจัดการกองทุนของท่านหรือ จะส่งคำถามมาที่ email address : thaipvd@sec.or.th ได้นะคะ หรือหาอ่านคำถามคำตอบอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ใน www.thaipvd.com สวัสดีค่ะ

วันที่อัพเดทล่าสุด 20/03/2556
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง : สำนักงาน ก.ล.ต. | สมาคมบริษัทจัดการลงทุน | สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
333/3 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ 1207 หรือ 0 2695 9999 โทรสาร 0 2695 9660
ข้อควรทราบ เว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการให้ข่าวสารและข้อมูลแก่ผู้สนใจทั่วไป แต่ไม่ถือว่าเป็นการให้คำแนะนำโดยสำนักงาน ก.ล.ต. การนำข้อมูลที่ปรากฏบนเว็บไซต์ไปใช้ประโยชน์ ถือว่าอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ใช้ข้อมูล ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งคณะผู้จัดทำตั้งใจที่จะปรับปรุงให้เป็นข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัยอยู่ตลอดเวลา
หากท่านเห็นว่าข้อมูลส่วนใดไม่ถูกต้อง โปรดแจ้งคณะผู้จัดทำหรือสอบถามเพิ่มเติมหรือได้ที่ thaipvd@sec.or.th