หน้าแรก | บทบาท ก.ล.ต. | Links | Sitemap | ติดต่อเรา  



Thai PVD Series คลิปวิดีโอเรื่อง
สุขหลังเกษียณ...คุณทำได้
Download : wmv | mp4

ถามมา...ตอบไว...ThaiPVD
ตอน การคงเงินตามกฎหมายใหม่ต่างจากเดิมอย่างไร

            สวัสดีค่ะ ถามมา..ตอบไว Thaipvd ฉบับนี้ จะขอไขข้อข้องใจเกี่ยวกับการคงเงินไว้ในกองทุนเพื่อรอการโอนย้ายไปกองทุนใหม่ว่า

การคงเงินตามกฎหมายใหม่...ต่างจากเดิมอย่างไร

            สืบเนื่องจากพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 กำหนดให้กองทุนจ่ายเงินให้แก่สมาชิกที่สิ้นสมาชิกภาพภายใน 30 วันนับแต่วันสิ้นสมาชิกภาพ ทำให้สมาชิกที่ออมเงินผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมาแล้วจำนวนหนึ่งต้องรับเงินที่ออมออกไปทุกครั้งที่มีการย้ายงานออกจากนายจ้างรายเดิม แม้ต่อมาจะได้เข้าทำงานกับนายจ้างรายใหม่ หากนายจ้างใหม่มีการจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ก็จะได้เริ่มต้นการออมใหม่อีกครั้งหนึ่งและคงเป็นเช่นนี้ทุกครั้งเมื่อสมาชิกเกิดการย้ายงาน (mobility of labour) ซึ่งการย้ายงานเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่เป็นปกติสำหรับแรงงานที่ยังไม่ถึงวัยเกษียณ หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไปจะทำให้การออมของสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพขาดความต่อเนื่อง และทุกครั้งที่รับเงินออกไป สมาชิกอาจนำเงินออมไปใช้จนหมด และกลับมาเริ่มต้นออมใหม่จะทำให้เม็ดเงินที่ออมมีจำนวนน้อยตามไปด้วย

            สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) ในฐานะนายทะเบียนกองทุน (Registrar) ได้ผลักดันให้มีการแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเสนอให้สมาชิกกองทุนสามารถขอไม่นำเงินออกจากกองทุนนายจ้างเดิม โดยในเบื้องต้นเสนอว่าควรให้เวลาแก่สมาชิกไม่เกิน 1 ปี และให้ตั้งเงินที่รอการจ่ายคืนให้แก่สมาชิกดังกล่าวไว้เป็นบัญชีเจ้าหนี้กองทุน ซึ่งแนวคิดดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากกรมสรรพากร โดยมีเงื่อนไขว่า หากครบกำหนด 1 ปี แล้วสมาชิกยังไม่มาแจ้งว่าให้โอนเงินไปเข้ากองทุนใด ให้จ่ายเงินจากกองทุนแก่สมาชิกภายใน 30 วัน โดยให้หักภาษี ณ ที่จ่ายสำหรับเงินจำนวนดังกล่าวด้วย 

            การเอาเงินไว้ในกองทุนตามหลักการดังกล่าวข้างต้นเริ่มใช้นับแต่ปี 2547 เรื่อยมาจนถึงปี 2551  จึงได้นำหลักการดังกล่าวมากำหนดการคงเงินไว้ในกฎหมายกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2550 ในมาตรา 23/3 ซึ่งกำหนดว่า ให้ลูกจ้างที่สิ้นสมาชิกภาพเพราะออกจากงานไม่ว่าด้วยเหตุใดมีสิทธิคงเงินทั้งหมดที่มีสิทธิจะได้รับไว้ในกองทุน  โดยระยะเวลาในการคงเงินให้กำหนดไว้ในข้อบังคับ ซึ่งข้อบังคับต้องกำหนดเวลาไว้ไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับแต่วันที่ออกจากงาน นอกจากนี้ กฎหมายยังกำหนดให้สมาชิกดังกล่าวยังคงการเป็นสมาชิกต่อไป ทำให้เงินที่สมาชิกคงไว้ในกองทุนสามารถนำไปลงทุนและได้รับผลประโยชน์งอกเงยได้ จึงต่างจากการคงเงินในแบบเดิมที่เงินของสมาชิกจะถูกกันไว้ในบัญชีเจ้าหนี้โดยไม่เกิดดอกผลใดๆ  อย่างไรก็ดี การเป็นสมาชิกในกรณีดังกล่าวมิได้ทำให้ลูกจ้างและนายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่ายเงินสะสมและเงินสมทบเข้ากองทุนแต่อย่างใด 

            ผลของการออกกฎหมายดังกล่าวทำให้สมาชิกที่สิ้นสมาชิกภาพเพราะออกจากงานนับแต่วันที่ พ.ร.บ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ( ฉบับที่ 3 ) พ.ศ. 2550 มีผลใช้บังคับ( ตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม 2551 เป็นต้นไป)มีสิทธิขอคงเงินไว้ในกองทุนตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของกองทุน หากข้อบังคับยังมิได้มีการกำหนดเรื่องระยะเวลาการคงเงินของสมาชิกไว้ ให้ระยะเวลาการคงเงินของสมาชิกรายนั้นขึ้นอยู่กับการแสดงเจตนาของสมาชิกเองว่าจะขอรับเงินออกจากเมื่อใด ทั้งนี้ เนื่องจากยังมิได้มีการกำหนดระยะเวลาไว้นั่นเอง หากต่อมามีการแก้ไขข้อบังคับกองทุนโดยกำหนดระยะเวลาคงเงินไว้ ข้อบังคับดังกล่าวควรกำหนดไว้ให้ชัดเจนด้วยว่าสิทธิของสมาชิกที่ได้ขอคงเงินไว้ก่อนข้อบังคับที่แก้ไขมีผลใช้บังคับ เป็นอย่างไร ดังนั้น คณะกรรมการกองทุนควรรีบคุยกับบริษัทจัดการในการกำหนดระยะเวลาและหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ของการคงเงินไว้ในข้อบังคับกองทุน ส่วนสมาชิกที่ขอคงเงินก็จะต้องศึกษาหลักเกณฑ์การคงเงินที่กำหนดในข้อบังคับกองทุนก่อนตัดสินใจและแสดงเจตนาขอคงเงินในแบบฟอร์มที่บริษัทจัดการจัดทำให้

            หากท่านผู้อ่านมีคำถามเกี่ยวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สามารถสอบถาม ถามมา...ตอบไว...ThaiPVD ได้ที่ thaipvd@sec.or.th

วันที่อัพเดทล่าสุด 12/02/2553
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง : สำนักงาน ก.ล.ต. | สมาคมบริษัทจัดการลงทุน | สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
333/3 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ 1207 หรือ 0 2695 9999 โทรสาร 0 2695 9660
ข้อควรทราบ เว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการให้ข่าวสารและข้อมูลแก่ผู้สนใจทั่วไป แต่ไม่ถือว่าเป็นการให้คำแนะนำโดยสำนักงาน ก.ล.ต. การนำข้อมูลที่ปรากฏบนเว็บไซต์ไปใช้ประโยชน์ ถือว่าอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ใช้ข้อมูล ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งคณะผู้จัดทำตั้งใจที่จะปรับปรุงให้เป็นข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัยอยู่ตลอดเวลา
หากท่านเห็นว่าข้อมูลส่วนใดไม่ถูกต้อง โปรดแจ้งคณะผู้จัดทำหรือสอบถามเพิ่มเติมหรือได้ที่ thaipvd@sec.or.th