หน้าแรก | บทบาท ก.ล.ต. | Links | Sitemap | ติดต่อเรา  



Thai PVD Series คลิปวิดีโอเรื่อง
สุขหลังเกษียณ...คุณทำได้
Download : wmv | mp4

ถามมา...ตอบไว...ThaiPVD
ตอน เรื่องอะไรบ้างที่สมาชิกต้องใส่ใจในข้อบังคับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (ตอนที่ 1)

            อย่างที่เขียนไว้ในถามมา..ตอบไว.. Thaipvd ฉบับที่แล้วครับว่าข้อบังคับกองทุนต้องมีรายการที่สำคัญ 11 รายการตามที่กำหนดใน พ.ร.บ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และเนื่องจากข้อบังคับกองทุนเป็นกติกาหรือข้อตกลงร่วมกันระหว่างกองทุนกับสมาชิก คณะกรรมการกองทุนซึ่งเป็นผู้ที่กำหนดข้อบังคับกองทุนก็พยายามใส่เรื่องต่าง ๆ ไว้ในข้อบังคับกองทุนเพื่อให้สมาชิกรู้มากที่สุดแม้จะอยู่นอกเหนือรายการที่กฎหมายกำหนดก็ตาม เช่น การเลือกนโยบายการลงทุน การคำนวณจำนวนหน่วย การจัดการกองทุน เป็นต้น ซึ่งถ้าถามว่าเรื่องอะไรบ้างในข้อบังคับกองทุนที่สมาชิกต้องใส่ใจ ก็ต้องตอบว่าทุกเรื่องนั่นแหละครับ เพราะเกี่ยวกับสมาชิกทั้งสิ้น อย่างไรก็ดี ถามมา..ตอบไว..Thaipvd ฉบับนี้ จะขอหยิบยกในบางเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสิทธิประโยชน์ของสมาชิกโดยตรง ดังนี้ครับ 

            การสมัครเป็นสมาชิกกองทุน : สิ่งที่ควรรู้ในอันดับแรกคือ ข้อบังคับกองทุนกำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครเข้าเป็นสมาชิกของกองทุนไว้เช่นใด เช่น นับแต่วันแรกที่เข้าทำงาน หรือผ่านการทดลองงานแล้ว หรือเป็นพนักงานประจำ เป็นต้น มีกำหนดช่วงเวลาในการเปิดรับสมัครไว้หรือไม่ เพราะบางกองทุนอาจกำหนดว่าหากไม่สมัครตามช่วงเวลาที่กำหนด จะไม่มีสิทธิสมัครเป็นสมาชิกตลอดไป นอกจากนั้น อาจมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการที่สมาชิกลาออกจากกองทุนโดยไม่ออกจากงานว่ามีสิทธิ์สมัครกลับเข้าเป็นสมาชิกกองทุนได้อีกหรือไม่ หากมีสิทธิ์ มีข้อกำหนดในการเว้นช่วงระยะเวลาในการสมัครหรือไม่ เท่าใด

            เงินสะสมของลูกจ้างและเงินสมทบของนายจ้างที่จะต้องจ่ายเข้ากองทุน เนื่องจากกฎหมายกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกำหนดให้ลูกจ้างจ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนโดยให้นายจ้างหักจากค่าจ้าง และให้นายจ้างจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนตามอัตราที่กำหนดในข้อบังคับกองทุน แต่ข้อบังคับนั้นจะต้องกำหนดให้หักค่าจ้างเป็นเงินสะสมเข้ากองทุนในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละสองแต่ไม่เกินร้อยละสิบห้าของค่าจ้าง และให้นายจ้างจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนตามจำนวนลูกจ้างในอัตราที่ไม่ต่ำกว่าเงินสะสมของลูกจ้าง ดังนั้น สมาชิกจึงต้องดูข้อบังคับกองทุนว่ากำหนดอัตราเงินสะสม สมทบ เท่าใด บางกองทุนอาจมีลักษณะเปิดกว้างคือให้สมาชิกเลือกจ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนได้ในอัตราระหว่าง 3-10 % บางกองทุนกำหนดให้สมาชิกทุกคนจ่ายเงินสะสมในอัตราเดียวกัน บางกองทุนกำหนดอัตราเงินสะสมตามอายุงานหรืออายุสมาชิก เป็นต้น นอกจากนั้น สมาชิกยังควรดูด้วยว่าข้อบังคับกองทุนเปิดให้สมาชิกเปลี่ยนแปลงอัตราเงินสะสมได้ในช่วงใดหรือไม่ หากมีการเปลี่ยนแปลงอัตราเงินสะสม สมาชิกก็ควรตรวจสอบยอดเงินที่นายจ้างหักค่าจ้างเพื่อเป็นเงินสะสมเข้ากองทุนจากสลิปเงินเดือนว่าตรงตามที่ได้แจ้งความประสงค์หรือตามการเปลี่ยนแปลงของอายุงานหรืออายุสมาชิกที่กำหนดในข้อบังคับกองทุนหรือไม่

            สำหรับค่าจ้าง สมาชิกก็ควรดูคำนิยามที่กำหนดในข้อบังคับกองทุนด้วยว่า ค่าจ้างหมายความถึงอะไรบ้าง เช่น เงินเดือนเพียงอย่างเดียว หรือรวมเงินที่นายจ้างเรียกชื่ออย่างอื่นเพื่อเป็นค่าตอบแทนการทำงาน ซึ่งเงินเหล่านี้ต้องเป็นเงินที่นายจ้างจ่ายเป็นประจำ แต่ไม่รวมถึงค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด หรือเงินอย่างอื่นเพื่อประโยชน์ในการทำงาน ทั้งนี้ เพื่อจะได้ทราบว่านายจ้างหักเงินสะสมจากฐานค่าจ้างใด

            การเลือกนโยบายการลงทุน หากกองทุนมีหลายนโยบายการลงทุนที่มีลักษณะสำเร็จรูปและจัดให้สมาชิกเลือกนโยบายการลงทุนได้เอง สมาชิกต้องทำความเข้าใจแต่ละนโยบายว่าลงทุนในสินทรัพย์ประเภทใดบ้างมีสัดส่วนเท่าใด ค่าธรรมเนียมแตกต่างกันหรือไม่ เท่าใด และที่สำคัญมีระดับความเสี่ยงมาก-น้อย เพียงใด ซึ่งสมาชิกต้องพิจารณาว่าตนเองยอมรับความเสี่ยงได้แค่ไหน เหมาะสมกับนโยบายการลงทุนใดและที่สำคัญต้องดูภาวะเศรษฐกิจในขณะนั้นหรือในปีนั้นด้วยว่ามีทิศทางเป็นอย่างไร หากสมาชิกไม่เลือกนโยบายการลงทุน กฎหมายกำหนดให้ผู้จัดการกองทุนนำเงินสะสมและเงินสมทบไปลงทุนหรือหาผลประโยชน์ตามนโยบายเดิมหรือนโยบายที่มีความเสี่ยงน้อยที่สุดเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่สมาชิกจะได้รับแต่อาจไม่ตรงกับความต้องการของสมาชิก นอกจากนั้น สมาชิกยังต้องให้ความสนใจด้วยว่าข้อบังคับกองทุนให้สิทธิสมาชิกเปลี่ยนนโยบายการลงทุนได้กี่ครั้งต่อปีและช่วงเวลาใด มีค่าธรรมเนียมในการสับเปลี่ยนนโยบายการลงทุนหรือไม่ หากมี สมาชิกเป็นผู้รับผิดชอบเองหรือไม่
        
            ยังมีเรื่องสำคัญในข้อบังคับกองทุนที่สมาชิกต้องให้ความสนใจโดยเฉพาะเรื่องการจ่ายเงินจากกองทุน ติดตามต่อในฉบับหน้านะครับ สวัสดีครับ
 

วันที่อัพเดทล่าสุด 23/06/2553
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง : สำนักงาน ก.ล.ต. | สมาคมบริษัทจัดการลงทุน | สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
333/3 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ 1207 หรือ 0 2695 9999 โทรสาร 0 2695 9660
ข้อควรทราบ เว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการให้ข่าวสารและข้อมูลแก่ผู้สนใจทั่วไป แต่ไม่ถือว่าเป็นการให้คำแนะนำโดยสำนักงาน ก.ล.ต. การนำข้อมูลที่ปรากฏบนเว็บไซต์ไปใช้ประโยชน์ ถือว่าอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ใช้ข้อมูล ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งคณะผู้จัดทำตั้งใจที่จะปรับปรุงให้เป็นข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัยอยู่ตลอดเวลา
หากท่านเห็นว่าข้อมูลส่วนใดไม่ถูกต้อง โปรดแจ้งคณะผู้จัดทำหรือสอบถามเพิ่มเติมหรือได้ที่ thaipvd@sec.or.th