หน้าแรก | บทบาท ก.ล.ต. | Links | Sitemap | ติดต่อเรา  



Thai PVD Series คลิปวิดีโอเรื่อง
สุขหลังเกษียณ...คุณทำได้
Download : wmv | mp4

สรรหามาเล่า
ตอน ใครยังไม่ได้นำเงินประเดิมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพบ้าง

            นายจ้างที่ยังไม่ได้ตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแล้วแต่ยังไม่ได้นำเงินประเดิมเข้ากองทุน ฟังทางนี้ค่ะ เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาเราได้ทราบข่าวว่ากระทรวงการคลังได้ออกกฎกระทรวงเปิดให้นายจ้างที่มี “เงินทุนสำรองเลี้ยงชีพลูกจ้าง” สามารถยื่นคำขอนำเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้อีกครั้ง สรรหามาเล่าฉบับนี้ขอเล่าที่มา เหตุผล และประโยชน์ของเรื่องดังกล่าวให้ฟังกันค่ะ

            “เงินทุนสำรองเลี้ยงชีพลูกจ้าง” หมายถึงเงินที่นายจ้างได้จัดสรรหรือสำรองไว้หรือที่ลูกจ้างได้สะสมไว้แยกต่างหากจากเงินอื่น ๆ เพื่อใช้จ่ายในกรณีที่ลูกจ้างออกจากงาน ซึ่งได้จัดตั้งขึ้นก่อนวันที่พระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพพ.ศ. 2530 ใช้บังคับ (ก่อนวันที่ 8 ธันวาคม 2530) และจัดว่าเป็นเงินออมเพื่อเกษียณอายุ
อย่างหนึ่ง ในที่นี้ขอเรียกง่ายๆว่า “เงินประเดิม” ก็แล้วกันนะคะ

            ย้อนหลังกลับไปเมื่อปี 2530 ที่นอกจากรัฐจะจัดให้แรงงานภาคเอกชนได้มีการออมเพื่อเกษียณอายุอย่างเป็นระบบโดยการออกกฎหมายว่าด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแล้ว ยังมีนโยบายสนับสนุนให้นายจ้างที่เก็บรักษาเงินออมที่มีอยู่ก่อนปี 2530 เข้ามาอยู่ในระบบด้วย และให้สิทธินายจ้างในการนำเงินประเดิมไปหักเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อการคำนวณภาษีของนายจ้างเพื่อเป็นแรงจูงใจอีกด้วย

            มาดูกันว่ารัฐมีเหตุผลอะไรที่อยากจะให้นายจ้างนำเงินประเดิมเข้าระบบ ลองเปรียบเทียบง่ายๆระหว่างการเก็บเงินไว้ในรูปเงินประเดิมกับการจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จะเห็นว่า 

            - เงินประเดิม เป็นเรื่องเของนายจ้างแต่ละรายที่จัดให้มีสวัสดิการประเภทการให้เงินบำเหน็จหรือบำนาญแก่ลูกจ้างที่ทำงานให้แก่นายจ้างจนถึงวัยเกษียณ โดยนายจ้างอาจจะนำส่งเงินเข้าไปไว้ในบัญชีเงินสำรองของนายจ้างไว้เพื่อรอจ่ายแก่ลูกจ้าง หรือหักเงินเดือนลูกจ้างและนายจ้างสมทบให้เพื่อรอจ่ายแก่ลูกจ้าง ซึ่งการเก็บรักษาเงินไว้ในบัญชีของนายจ้างจะต้องอาศัยความไว้เนื้อเชื่อใจนายจ้างอย่างสูง เนื่องจากนายจ้างเป็นผู้เก็บรักษาเงินจึงมีอำนาจควบคุมเบิกจ่ายเงินได้เอง 
               รูปแบบดังกล่าวแตกต่างจากระบบการออมผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพโดยสิ้นเชิง 

            - กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มีสภาพเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากนายจ้าง ทรัพย์สินของกองทุนจึงไม่ถูกนำไปปะปนกับทรัพย์สินของนายจ้าง อีกทั้งยังมีการนำทรัพย์สินของกองทุนไปให้มืออาชีพจัดการลงทุนเพื่อให้เกิดผลประโยชน์งอกเงยและนำมาแบ่งกันระหว่างสมาชิกกองทุน นอกจากนี้ ยังมีคณะกรรมการกองทุนคอยสอดส่องดูแลรักษาผลประโยชน์ของสมาชิกตลอดระยะเวลาที่สมาชิกออมเงินในกองทุนด้วย จึงทำให้มั่นใจได้ว่า การออมเงินไว้ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมีความมั่นคงปลอดภัย และกองทุนจะมีเงินมาจ่ายคืนให้แก่สมาชิกเมื่อถึงวัยเกษียณ โดยที่เงินไม่เสี่ยงต่อการเกิดการสูญหายในระหว่างทาง

            ในการเปิดให้นำเงินประเดิมเข้ากองทุนได้ครั้งแรกเมื่อปี 2532 นายจ้างบางส่วนยังไม่มั่นใจในระบบที่จัดตั้งขึ้นใหม่ รัฐจึงมีนโยบายขยายเวลาให้นายจ้างยื่นคำขอนำเงินประเดิมเข้ากองทุนได้โดยเปิดให้ยื่นคำขอได้อีกครั้งหนึ่งในปี 2539 และปี 2547 ที่ผ่านมาพบว่ามีนายจ้างจำนวนมากที่ขอนำเงินประเดิมเข้ากองทุนเนื่องจากเริ่มมั่นใจและเห็นประโยชน์ของการนำเงินเข้าระบบ เฉพาะครั้งหลังสุดเมื่อปี 2547 มีการยื่นคำขอนำเงินประเดิมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพกว่าสองหมื่นล้านบาท

             ปี 2553 กระทรวงการคลังขยายเวลาการยื่นคำขอนำเงินประเดิมเข้ากองทุนได้อีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากพบว่ายังมีนายจ้างลูกจ้างจำนวนหนึ่งที่ยังไม่ได้ขอนำเงินเข้ากองทุน หรือยื่นคำขอไม่ทันในครั้งที่ผ่านมา หรือไม่พร้อมที่จะนำเงินเข้ากองทุนในครั้งที่ผ่านมา โดยการเปิดให้นำเงินประเดิมเข้ากองทุนในครั้งนี้มีกำหนดเวลาในการยื่นคำขอได้แล้วนับแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2554 เท่านั้น ซึ่งต้องขอย้ำว่าครั้งนี้จะเป็นการเปิดให้ยื่นคำขอได้เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว สำหรับนายจ้างที่ตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแล้วสามารถยื่นคำขอนำเงินประเดิมเข้ากองทุนดังกล่าวได้เลย แต่สำหรับนายจ้างที่ยังไม่ได้ตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สามารถยื่นคำขอจัดตั้งกองทุนพร้อมกับยื่นคำขอนำเงินประเดิมเข้ากองทุนที่กำลังจะจัดตั้งขึ้นดังกล่าวพร้อมกันในคราวเดียว โดยการนำเงินประเดิมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพอาจขอนำเงินทั้งหมดเข้ากองทุนภายในครั้งเดียว หรือทยอยนำเงินเข้ากองทุนภายใน 10 รอบระยะเวลาบัญชีก็ได้ และเงินประเดิมที่บริษัทนายจ้างจ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพสามารถหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิได้

            นายจ้างลูกจ้างที่ยังไม่ตัดสินใจต้องรีบๆตัดสินใจกันได้แล้วนะคะ เพราะหากพลาดจากการยื่นคำขอนำเงินประเดิมเข้ากองทุนในครั้งนี้แล้ว ก็คงต้องออมแบบเดิมๆ ตลอดไป อ่านรายละเอียดกฎกระทรวง วิธีการยื่นคำขอนำเงินประเดิมเข้ากองทุนได้ที่ www.thaipvd.com หัวข้อ “นายจ้าง” นะคะ แล้วพบกันใหม่ สวัสดีค่ะ
 

วันที่อัพเดทล่าสุด 20/08/2553
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง : สำนักงาน ก.ล.ต. | สมาคมบริษัทจัดการลงทุน | สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
333/3 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ 1207 หรือ 0 2695 9999 โทรสาร 0 2695 9660
ข้อควรทราบ เว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการให้ข่าวสารและข้อมูลแก่ผู้สนใจทั่วไป แต่ไม่ถือว่าเป็นการให้คำแนะนำโดยสำนักงาน ก.ล.ต. การนำข้อมูลที่ปรากฏบนเว็บไซต์ไปใช้ประโยชน์ ถือว่าอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ใช้ข้อมูล ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งคณะผู้จัดทำตั้งใจที่จะปรับปรุงให้เป็นข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัยอยู่ตลอดเวลา
หากท่านเห็นว่าข้อมูลส่วนใดไม่ถูกต้อง โปรดแจ้งคณะผู้จัดทำหรือสอบถามเพิ่มเติมหรือได้ที่ thaipvd@sec.or.th