หน้าแรก | บทบาท ก.ล.ต. | Links | Sitemap | ติดต่อเรา  



Thai PVD Series คลิปวิดีโอเรื่อง
สุขหลังเกษียณ...คุณทำได้
Download : wmv | mp4

ถามมา...ตอบไว...ThaiPVD
ตอน หากเลิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สมาชิกจะได้รับเงินจากกองทุนอย่างไร

             สวัสดีค่ะท่านกรรมการและท่านสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ถามมา..ตอบไว เคยเสนอประเด็นที่สมาชิกควรใส่ใจในข้อบังคับกองทุนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสิทธิประโยชน์ของสมาชิกกองทุนโดยตรงทั้งสมาชิกปกติและสมาชิกสมทบ (หมายถึง สมาชิกที่ขอคงเงินและรับเงินงวด) ซึ่งไม่ได้พูดถึงกรณีของการเลิกกองทุนเพราะการเลิกกกองทุนมีหลายกรณีและเป็นอีกเรื่องที่มีการถามมาเรื่อย ๆ ว่าหากกองทุนเลิก สมาชิกจะได้รับเงินอย่างไร จึงขอหยิบยกเรื่องนี้มาอธิบายดังนี้ค่ะ

            ก่อนอื่นขอทำความเข้าใจก่อนนะคะว่าการที่กองทุนจะเลิกได้มีหลายสาเหตุค่ะ ตามมาตรา 25 แห่ง พ.ร.บ. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 กำหนดว่า กองทุนย่อมเลิก เมื่อ (1) นายจ้างเลิกกิจการ (2) ที่ประชุมใหญ่มีมติให้เลิก (3) ข้อบังคับกองทุนกำหนดให้เลิก (4) นายทะเบียนสั่งให้เลิกกองทุนตามมาตรา 27 การที่กองทุนเลิกไม่ว่าด้วยเหตุใดข้างต้น เป็นเหตุให้สมาชิกสิ้นสุดความเป็นสมาชิกภาพของกองทุนนั้นไปโดยปริยายและมีสิทธิได้รับเงินคืนจากกองทุน ดังนี้

            1. เงินสะสม (เป็นเงินที่สมาชิกจ่ายเข้ากองทุน) และผลประโยชน์ของเงินสะสม สมาชิกจะได้รับเงินสะสมและผลประโยชน์ของเงินสะสมโดยไม่มีเงื่อนไข แต่จะได้รับเป็นจำนวนเงินเท่าใดขึ้นกับมูลค่าหน่วยลงทุน ณ ขณะนั้น ว่าจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงซึ่งขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของกองทุนที่บริษัทจัดการนำเงินกองทุนไปลงทุนหาผลประโยชน์
            2. เงินสมทบ (เป็นเงินที่นายจ้างจ่ายเข้ากองทุน) และผลประโยชน์ของเงินสมทบ สมาชิกจะได้รับเงินเป็นจำนวนเท่าใดขึ้นกับข้อกำหนดและเงื่อนไขการจ่ายเงินสมทบของนายจ้างที่กำหนดไว้ในข้อบังคับกองทุน เช่น บางกองทุนอาจกำหนดในข้อบังคับกองทุนว่า กรณีกองทุนเลิกหรือนายจ้างถอนตัวจากกองทุน กองทุนจ่ายเต็ม 100 % ไม่ว่าสมาชิกจะมีอายุงานหรืออายุสมาชิกเท่าใดก็ตาม (เนื่องจากไม่ได้เป็นความผิดของสมาชิก) ส่วนบางกองทุนอาจกำหนดให้จ่ายเป็นอัตราส่วนตามอายุงานหรืออายุสมาชิกของลูกจ้าง ซึ่งการกำหนดในลักษณะนี้อาจทำให้สมาชิกบางรายที่มีอายุงานหรืออายุสมาชิกน้อย ไม่ได้รับเงินสมทบและผลประโยชน์เงินสมทบเลย และบางรายอาจได้รับเพียงบางส่วน เป็นต้น 

            สำหรับบางกองทุนที่ข้อบังคับกองทุนไม่ได้กำหนดเรื่องการจ่ายเงินกรณีกองทุนเลิกไว้ อาจพิจารณาได้ว่าไม่มีเงื่อนไขที่จำกัดสิทธิของสมาชิก ทั้งนี้ คณะกรรมการกองทุนต้องพิจารณาว่ากรณีดังกล่าว กองทุนมีเจตนาจะจ่ายเงินอย่างไร ซึ่งต้องดูบริบทการเขียนในเรื่องการจ่ายเงินจากกองทุนในภาพรวมทั้งหมดด้วย แต่หากข้อบังคับกองทุนจะกำหนดไม่จ่ายเงินแก่สมาชิกในกรณีเลิกกองทุนไม่ว่าสาเหตุใด เช่น นายจ้างเลิกกิจการอันเนื่องจากประสบภาวะขาดทุนหรือเลิกกองทุนเนื่องจากประสบภาวะเศรษฐกิจทำให้ไม่สามารถจ่ายเงินสมทบอีกต่อไปได้และต้องการเงินสมทบที่ไม่จ่ายให้สมาชิกมาจุนเจือกิจการ เป็นต้น คณะกรรมการกองทุนต้องพิจารณาให้ดีว่าข้อกำหนดดังกล่าวอาจขัดต่อมาตรา 9(8) แห่งพ.ร.บ. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่กำหนดว่า ข้อกำหนดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาในการจ่ายเงินเมื่อลูกจ้างสิ้นสมาชิกภาพ....ทั้งนี้ ข้อกำหนดนั้นจะต้องไม่ตัดสิทธิของลูกจ้างโดยปราศจากเหตุผลอันสมควรด้วยค่ะ

            ในกรณีที่นายจ้างเลิกกิจการอันเนื่องจากควบรวมกิจการ มีผลให้กองทุนเลิกและความมีสมาชิกภาพในกองทุนนั้นต้องสิ้นสุดลง หากลูกจ้างโอนย้ายไปทำงานกับนายจ้างรายใหม่ที่ควบรวมและโอนย้ายไปเป็นสมาชิกของกองทุนนายจ้างใหม่นั้นด้วย สิทธิประโยชน์ที่สมาชิกจะได้รับอาจเป็นไปตามเงื่อนไขการตกลงของการควบรวมกิจการ แต่สำหรับลูกจ้างที่ไม่ได้โอนย้ายไปทำงานกับนายจ้างรายใหม่ที่ควบรวม กองทุนต้องจ่ายเงินแก่สมาชิกเมื่อสิ้นสมาชิกภาพตามข้อกำหนดการจ่ายเงินในข้อบังคับกองทุนกรณีนายจ้างเลิกกิจการหรือกองทุนเลิก

            สำหรับนายจ้างที่อยู่ใน pooled fund ถอนตัวจากกองทุนหนึ่งเพื่อโอนย้ายไปอยู่อีกกองทุนหนึ่ง ไม่เป็นเหตุให้กองทุนเลิก แม้ว่ากฎหมายจะกำหนดให้มีการชำระบัญชีกองทุนเฉพาะส่วนทรัพย์สินของนายจ้างและลูกจ้างของนายจ้างนั้นก็ตาม สมาชิกก็สามารถโอนย้ายไปเป็นสมาชิกกองทุนใหม่ได้ต่อเนื่องค่ะ

            ท่านผู้อ่านสามารถค้นหาคำถามที่สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพสอบถามเข้ามาบ่อยได้ที่ www.ThaiPVD.com ภายใต้หัวข้อ “คำถามที่ถูกถามบ่อย” นอกจากนั้นหากท่านมีคำถามเกี่ยวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ท่านสามารถสอบถาม ถามมา...ตอบไว...ThaiPVD ได้ที่ thaipvd@sec.or.th สวัสดีค่ะ

 

วันที่อัพเดทล่าสุด 07/09/2553
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง : สำนักงาน ก.ล.ต. | สมาคมบริษัทจัดการลงทุน | สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
333/3 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ 1207 หรือ 0 2695 9999 โทรสาร 0 2695 9660
ข้อควรทราบ เว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการให้ข่าวสารและข้อมูลแก่ผู้สนใจทั่วไป แต่ไม่ถือว่าเป็นการให้คำแนะนำโดยสำนักงาน ก.ล.ต. การนำข้อมูลที่ปรากฏบนเว็บไซต์ไปใช้ประโยชน์ ถือว่าอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ใช้ข้อมูล ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งคณะผู้จัดทำตั้งใจที่จะปรับปรุงให้เป็นข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัยอยู่ตลอดเวลา
หากท่านเห็นว่าข้อมูลส่วนใดไม่ถูกต้อง โปรดแจ้งคณะผู้จัดทำหรือสอบถามเพิ่มเติมหรือได้ที่ thaipvd@sec.or.th