หน้าแรก | บทบาท ก.ล.ต. | Links | Sitemap | ติดต่อเรา  



Thai PVD Series คลิปวิดีโอเรื่อง
สุขหลังเกษียณ...คุณทำได้
Download : wmv | mp4

สรรหามาเล่า
ตอน การยกเว้นภาษีแก่สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกรณีคงเงินและรับเงินเป็นงวด (ตอนที่ 1)

            สวัสดีค่ะ .. ก่อนอื่นคงต้องขอแสดงความยินดีกับทุกท่านที่รอคอยข่าวดีเกี่ยวกับการยกเว้นภาษีแก่สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพด้วยค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีสมาชิกของคงเงินไว้ในกองทุน และกรณีสมาชิกขอรับเงินเป็นงวด ขณะนี้กรมสรรพากรได้มีการออกกฎหมายในเรื่องนี้ไว้โดยชัดเจนแล้ว สรรหามาเล่าจะขอนำรายละเอียดมาเล่าให้ฟังกันค่ะ

            การยกเว้นภาษีในครั้งนี้มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องอยู่ 2 ฉบับ
        
            ► กฎกระทรวงฉบับที่ 277 (พ.ศ. 2553) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร โดยยกเลิกความใน (36) ของข้อ 2 แห่งกฎกระทรวงฉบับที่ 195 (พ.ศ. 2538) 
                 กฎกระทรวงฉบับที่ 277 กำหนดว่า สมาชิกที่ได้รับเงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพใน 2 กรณีดังต่อไปนี้จะได้รับยกเว้นภาษี
                 (ก) กรณีได้รับเงินเนื่องจากลูกจ้างออกจากงานเพราะตาย ทุพพลภาพ หรือเกษียณอายุตามข้อบังคับของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 
                 (ข) กรณีลูกจ้างออกจากงานเพราะเหตุอื่น ๆ ที่ไม่เข้าข้อ (ก) แต่เมื่อออกจากงานแล้วได้คงเงินไว้ทั้งจำนวนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และต่อมาได้รับเงินหลังจากลูกจ้างผู้นั้นตาย ทุพพลภาพ หรือครบกำหนดเวลาเกษียณอายุตามข้อบังคับของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
                 กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับสำหรับเงินได้พึงประเมินที่ได้รับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2553 เป็นต้นไป 

            ► ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 188) กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการยกเว้นภาษีตามกฎกระทรวงฉบับที่ 277 ไว้ดังนี้
                 • ในกรณีลูกจ้างผู้นั้นตาย ต้องมีหลักฐานใบมรณะบัตรที่แสดงถึงการตาย 
                 • ในกรณีลูกจ้างผู้นั้นทุพพลภาพ ต้องมีหลักฐานจากแพทย์ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมได้ตรวจและแสดงความเห็นว่าทุพพลภาพ 
                 • ในกรณีลูกจ้างออกจากงานเพราะเกษียณอายุ ต้องเกษียณอายุตามข้อบังคับของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพในเวลาที่ออกจากงาน โดยการเกษียณอายุตามข้อบังคับนั้น ลูกจ้างต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 55 ปี บริบูรณ์ และต้องเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพต้องเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมาไม่น้อยกว่า 5 ปี โดยกรณีที่เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมาโดยตลอด ต้องเป็นสมาชิกไม่น้อยกว่า 5 ปีต่อเนื่องกัน แต่กรณีที่เคยเป็นสมาชิก กบข. ต้องเป็นสมาชิกกองทุน กบข.และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพรวมกันแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี 
                 ในกรณีที่สมาชิกออกจากงานและได้คงเงินไว้กับกองทุนทั้งจำนวนและต่อมาได้รับเงินหรือผลประโยชน์หลังจากลูกจ้างผู้นั้น ตาย ทุพพลภาพหรือครบกำหนดเวลาเกษียณอายุตามข้อบังคับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งลูกจ้างต้องมีคุณสมบัติเช่นเดียวกับการเกษียณอายุข้างต้น
                 การเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ถ้ามีการโอนเงินหรือผลประโยชน์ระหว่างกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ให้นับอายุการเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพต่อเนื่องกัน
                 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับสำหรับเงินได้พึงประเมินที่ได้รับตั้งแต่ 1 มกราคม 2553 เป็นต้นไป

            ที่เขียนข้างต้นเป็นกฎกระทรวงและประกาศอธิบดีกรมสรรพากรที่ออกใหม่ ท่านผู้อ่านสามารถอ่านฉบับเต็มได้ทางเว็บไซต์ thaipvd.com อ่านแล้วลองคิดตามนะคะว่าข้อความที่กำหนดไว้ หมายความว่าอย่างไรบ้าง เช่น สมาชิกจะได้รับยกเว้นภาษีกรณีใดได้บ้าง เกษียณอายุตามข้อบังคับกองทุนหมายความว่าอย่างไร เพราะเหตุใดถ้าเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมาโดยตลอดต้องเป็นสมาชิกต่อเนื่อง ถ้าโอนมาจาก กบข. ไม่มีคำว่าต่อเนื่อง เจตนาคืออะไร หากจะนับอายุสมาชิกต่อเนื่องจะนับอย่างไร ฯลฯ ครั้งหน้าจะมาอธิบายให้ฟังทีละข้อค่ะ

            ระหว่างนี้หากเพื่อนสมาชิกมีข้อสงสัย สามารถหาคำตอบในเรื่องที่สงสัยเกี่ยวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้ในหัวข้อ FAQ และอ่านบทความที่เกี่ยวข้องได้ในหัวข้อ บทความน่าอ่าน ใน www.thaipvd.com แล้วพบกันใหม่ สวัสดีค่ะ
 

วันที่อัพเดทล่าสุด 18/11/2553
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง : สำนักงาน ก.ล.ต. | สมาคมบริษัทจัดการลงทุน | สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
333/3 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ 1207 หรือ 0 2695 9999 โทรสาร 0 2695 9660
ข้อควรทราบ เว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการให้ข่าวสารและข้อมูลแก่ผู้สนใจทั่วไป แต่ไม่ถือว่าเป็นการให้คำแนะนำโดยสำนักงาน ก.ล.ต. การนำข้อมูลที่ปรากฏบนเว็บไซต์ไปใช้ประโยชน์ ถือว่าอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ใช้ข้อมูล ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งคณะผู้จัดทำตั้งใจที่จะปรับปรุงให้เป็นข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัยอยู่ตลอดเวลา
หากท่านเห็นว่าข้อมูลส่วนใดไม่ถูกต้อง โปรดแจ้งคณะผู้จัดทำหรือสอบถามเพิ่มเติมหรือได้ที่ thaipvd@sec.or.th