หน้าแรก | บทบาท ก.ล.ต. | Links | Sitemap | ติดต่อเรา  



Thai PVD Series คลิปวิดีโอเรื่อง
สุขหลังเกษียณ...คุณทำได้
Download : wmv | mp4

สรรหามาเล่า
ตอน การยกเว้นภาษีแก่สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกรณีคงเงินและรับเงินเป็นงวด (ตอนที่ 2)

            ท่านผู้อ่านคงได้ทราบหลักเกณฑ์การยกเว้นภาษีตามกฎกระทรวงและประกาศอธิบดีกรมสรรพากรจากสรรหามาเล่าฉบับที่แล้วกันไปแล้วนะคะ เป็นอย่างไรกันบ้างคะ เข้าใจชัดเจนดีหรือเปล่า สรรหามาเล่าฉบับนี้จะขออธิบายประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพื่อเป็นประโยชน์แก่กรรมการกองทุนที่จะเข้าใจมากขึ้นในการนำไปเขียนหรือแก้ไขข้อบังคับกองทุนให้สอดคล้องกับประกาศอธิบดีฯ และเพื่อเป็นประโยชน์ต่อสมาชิกในการตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรกับเงินกองทุนเพื่อให้ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีค่ะ

            ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่ากฎกระทรวงกำหนดเฉพาะแนวทาง หลักการ ส่วนหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการ ให้เป็นไปตามประกาศอธิบดีฯ กำหนด ดังนั้น ในทางปฏิบัติเราจึงควรทำความเข้าใจประกาศอธิบดีฯ ว่ากำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข วิธีการ ไว้อย่างไร เรามาดูกันค่ะ

            หลักเกณฑ์ที่จะได้รับยกเว้นภาษีในประกาศอธิบดีฯ ฉบับนี้แตกต่างจากฉบับที่แล้วโดยกำหนดหลักเกณฑ์ให้สอดคล้องกับกฎกระทรวง 2 ประการ ได้แก่

            1. สมาชิกจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับเงินที่รับจากกองทุนเมื่อสมาชิกมีคุณสมบัติดังนี้ 1) ตายหรือทุพพลภาพ 2) เกษียณอายุตามข้อบังคับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 3) มีอายุไม่ต่ำกว่า 55 ปีบริบูรณ์ และ 4) ต้องเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมาไม่น้อยกว่า 5 ปีต่อเนื่องกัน จะเห็นว่าหลักเกณฑ์ในข้อนี้ยังคงมีลักษณะคล้ายกับประกาศอธิบดีฯ ฉบับก่อนหน้าเพียงแต่มีเงื่อนไขเพิ่มเข้ามาเล็กน้อย

            2. สมาชิกจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับเงินที่ได้รับจากกองทุนเมื่อสมาชิกลาออกจากงานแต่ยังคงเงินทั้งจำนวนไว้กับกองทุนจนครบกำหนดเวลาเกษียณอายุตามข้อบังคับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หลักเกณฑ์ในข้อนี้เป็นการกำหนดเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนให้มีการออมเงินในระบบอย่างต่อเนื่องในระยะยาวซึ่งจะเป็นผลดีต่อประเทศและเป็นประโยชน์แก่สมาชิกที่ลาออกจากงานแล้วแต่ไม่อยากนำเงินออกจากกองทุน หรือย้ายงานแต่ไม่มีกองทุนรองรับ จะได้มีเงินออมไว้ใช้ยามเกษียณนั่นแหละค่ะ

            จะขออธิบายในประเด็นสำคัญ ๆ ดังนี้นะคะ 
             
            เกษียณอายุตาม “ข้อบังคับกองทุน” 
            จะเห็นว่าหลักเกณฑ์ทั้งสองข้อข้างต้นใช้คำว่า “เกษียณอายุตามข้อบังคับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” และ “ครบกำหนดเวลาเกษียณอายุตามข้อบังคับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” ในประกาศอธิบดีฯ ฉบับก่อนใช้คำว่า “เกษียณอายุ” ซึ่งก็เป็นที่เข้าใจและถือปฏิบัติว่าหมายถึงการเกษียณอายุตามข้อบังคับการทำงานของนายจ้าง โดยในข้อบังคับกองทุนก็มีการกำหนดการสิ้นสมาชิกภาพด้วยเหตุเกษียณอายุหรือเกษียณอายุตามข้อบังคับการทำงาน สำหรับประกาศอธิบดีฯ ฉบับนี้เขียนล้อตามข้อกำหนดในกฎกระทรวง แต่ความหมายก็ยังคงเจตนาไว้เช่นเดิม คือ เกษียณอายุจากการทำงานหรือไม่ได้ทำงานอีกต่อไปแล้ว นั่นก็คือ เกษียณอายุตามข้อบังคับการทำงานหรือข้อบังคับนายจ้างหรือตามที่นายจ้างกำหนดก็แล้วแต่จะเรียกว่าอะไร แต่เหตุผลที่ทั้งกฎกระทรวงและประกาศอธิบดีฯ กำหนดว่า เกษียณอายุตามข้อบังคับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นเพราะเรื่องเทคนิคทางกฎหมายค่ะ

            เป็นที่เข้าใจกันแล้วนะคะ ดังนั้น เพื่อให้ข้อบังคับมีความชัดเจน ป้องกันการโต้แย้งกับสมาชิก ก็ควรเขียนในข้อบังคับกองทุนโดยใช้คำว่า “เกษียณอายุตามข้อบังคับการทำงานหรือข้อบังคับนายจ้าง” จะสะดวกต่อกรรมการกองทุนไม่ต้องตามแก้ไขข้อบังคับกองทุนหากข้อบังคับการทำงานมีการเปลี่ยนแปลงเกษียณอายุในภายหลัง สำหรับข้อบังคับกองทุนใดที่ยังกำหนดไม่ชัดเจน เช่น เขียนว่า “สิ้นสมาชิกภาพเพราะออกจากงานไม่ว่าเหตุใด” เป็นต้น และมีข้อสงสัยว่าข้อกำหนดดังกล่าว สมาชิกที่เกษียณอายุได้รับยกเว้นภาษีตามประกาศอธิบดีฯ หรือไม่ ก็ขอแนะนำว่าต้องหารือไปยังกรมสรรพากร แต่ถ้าจะให้ดีก็ควรแก้ไขใหม่ให้ชัดเจนเป็นเฉพาะเรื่องเกษียณอายุ เพราะการเขียนว่า “ออกจากงานไม่ว่าเหตุใด” ค่อนข้างกว้างอาจหมายรวมถึง ลาออก ถูกไล่ออกด้วยค่ะ นอกจากนั้น ข้อบังคับกองทุนที่เขียนไม่ชัดเจนอาจนำไปสู่การตีความของกรมสรรพากรซึ่งอาจไม่เป็นประโยชน์กับสมาชิกเท่าใดนักค่ะ

            ที่หมดแล้วค่ะ เพิ่งอธิบายได้เพียงประเด็นเดียวเอง แต่ก็เป็นประเด็นสำคัญที่ถามกันมามากเป็นอันดับหนึ่ง คราวหน้าจะมาอธิบายในประเด็นอื่น ๆ ต่อ ติดตามกันให้ได้นะคะ ระหว่างนี้ท่านสามารถอ่านคอลัมน์ FAQ และบทความน่าอ่าน ใน www.thaipvd.com เพื่อจะได้รับคำตอบต่าง ๆ เกี่ยวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แล้วพบกันใหม่ สวัสดีค่ะ

 

วันที่อัพเดทล่าสุด 30/11/2553
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง : สำนักงาน ก.ล.ต. | สมาคมบริษัทจัดการลงทุน | สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
333/3 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ 1207 หรือ 0 2695 9999 โทรสาร 0 2695 9660
ข้อควรทราบ เว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการให้ข่าวสารและข้อมูลแก่ผู้สนใจทั่วไป แต่ไม่ถือว่าเป็นการให้คำแนะนำโดยสำนักงาน ก.ล.ต. การนำข้อมูลที่ปรากฏบนเว็บไซต์ไปใช้ประโยชน์ ถือว่าอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ใช้ข้อมูล ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งคณะผู้จัดทำตั้งใจที่จะปรับปรุงให้เป็นข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัยอยู่ตลอดเวลา
หากท่านเห็นว่าข้อมูลส่วนใดไม่ถูกต้อง โปรดแจ้งคณะผู้จัดทำหรือสอบถามเพิ่มเติมหรือได้ที่ thaipvd@sec.or.th