หน้าแรก | บทบาท ก.ล.ต. | Links | Sitemap | ติดต่อเรา  



Thai PVD Series คลิปวิดีโอเรื่อง
สุขหลังเกษียณ...คุณทำได้
Download : wmv | mp4

สรรหามาเล่า
ตอน การยกเว้นภาษีแก่สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกรณีคงเงินและรับเงินเป็นงวด (ตอนที่ 3 จบ)

             พบกันอีกครั้งสำหรับประเด็นเกี่ยวกับภาษี ยังจำกันได้หรือไม่คะว่าครั้งที่แล้วเราพูดกันถึงความแตกต่างของประกาศอธิบดีกรมสรรพากรฉบับที่อออกใหม่กับฉบับที่แล้ว และอธิบายข้อความที่เขียนว่า “เกษียณอายุตามข้อบังคับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” ที่ยังคงเจตนาคงเดิม คือเกษียณอายุตามข้อบังคับการทำงานหรือตามที่นายจ้างกำหนด วันนี้จะขออธิบายเพิ่มเติมในประเด็นอื่นดังนี้ค่ะ

            ► หลังจากเกษียณอายุหรือคงเงินไว้จนครบกำหนดเวลาเกษียณอายุตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขที่ประกาศอธิบดีฯ กำหนด เงินต่าง ๆ ที่มีสิทธิได้รับจากกองทุนรวมทั้งผลประโยชน์ที่ได้รับในระหว่างที่คงเงินหรือรับเงินเป็นงวด ก็ได้รับยกเว้นภาษีด้วย
            ► หลักเกณฑ์ที่จะได้รับยกเว้นภาษีไม่ว่าด้วยเหตุเกษียณอายุหรือคงเงินไว้ในกองทุนจนครบกำหนดเวลาเกษียณอายุ อยู่บนหลักเดียวกันที่เราต้องจำให้ขึ้นใจ คือ 1) เกษียณอายุตามข้อบังคับกองทุน 2) มีอายุไม่ต่ำกว่า 55 ปี และ3) เป็นสมาชิกกองทุนไม่น้อยกว่า 5 ปี ต่อเนื่องกัน 

            ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 55 ปี บริบูรณ์
            หลักเกณฑ์เรื่องอายุนี้ไม่แตกต่างจากประกาศอธิบดีฯ ฉบับที่แล้ว กล่าวคือสมาชิกต้องมีอายุตัวไม่ต่ำกว่า 55 ปีในเวลาที่รับเงินจากกองทุน มีคำถามว่าหากสมาชิกเกษียณอายุการทำงานที่อายุ 50 เข้าเงื่อนไขตามข้อ 1) ข้างต้นในเรื่องเกษียณอายุแล้ว จะได้รับยกเว้นภาษีหรือไม่ คำตอบคือ ไม่ได้ เพราะไม่เข้าเงื่อนไขในเรื่องอายุตัวค่ะ ดังนั้น ในกรณีนี้หากสมาชิกต้องการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีก็ต้องคงเงินไว้ในกองทุนต่ออีก 5 ปี เพื่อให้มีอายุครบ 55 ปีค่ะ

            ต้องเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมาไม่น้อยกว่า 5 ปีต่อเนื่องกัน
            หลักเกณฑ์ในข้อนี้มีเพิ่มคำว่า “ต่อเนื่องกัน” เข้ามาเพื่อให้เห็นว่าความมีสมาชิกภาพในกองทุนต้องต่อเนื่อง จะขาดหายไปปีใดปีหนึ่งไม่ได้ เช่น เป็นสมาชิกกองทุน 4 ปี ลาออกจากกองทุนแล้วสมัครเป็นสมาชิกใหม่ หรือลาออกจากงานพร้อมออกจากกองทุน ใช้เวลาหางานใหม่ 1 ปีหลังจากทำงานที่ใหม่สมัครเป็นสมาชิกกองทุนของนายจ้างใหม่ กรณีนี้ถือว่าความเป็นสมาชิกภาพไม่ต่อเนื่องเพราะขาดหายไปจากการที่สิ้นสมาชิกภาพเพราะออกจากกองทุนไปแล้ว อาจมีคำถามว่า ในช่วงที่ออกจากงานต้องใช้เวลาระยะหนึ่งกว่าจะหางานใหม่ได้หรือได้งานใหม่แล้วแต่ต้องรอให้บรรจุเป็นพนักงานก่อน กรณีนี้สมาชิกต้องคงเงินไว้ในกองทุนของนายจ้างเดิมไปก่อนค่ะเนื่องจากกฎหมายกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอนุญาตให้สมาชิกคงเงินไว้ในกองทุนได้ตามระยะเวลาที่ข้อบังคับกองทุนกำหนดแต่ต้องไม่น้อยกว่า 90 วัน แต่ถ้าข้อบังคับกองทุนไม่กำหนดระยะเวลาคงเงินไว้ ถือว่าสมาชิกสามารถคงเงินไว้ในกองทุนได้จนกว่าจะแสดงเจตนาขอรับเงิน (หมายถึงไม่มีระยะเวลากำหนดค่ะ) ส่วนเหตุผลว่าเพราะเหตุใดประกาศอธิบดีฯ ฉบับนี้จึงกำหนดหลักเกณฑ์ความเป็นสมาชิกภาพโดยมีคำว่า “ต่อเนื่องกัน” ไว้ เหตุผลเพราะ กฎกระทรวงได้เพิ่มการยกเว้นภาษีกรณีที่สมาชิกคงเงินไว้ในกองทุนจนครบกำหนดเวลาเกษียณอายุให้แล้ว และการคงเงินตามกฎหมายกองทุนสำรองเลี้ยงชีพก็ยังคงความเป็นสมาชิกอยู่ ดังนั้น เพื่อให้ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี สมาชิกก็ควรคงเงินไว้ในกองทุนเพื่อให้สมาชิกภาพมีความต่อเนื่อง ตามตัวอย่างข้างต้น เป็นสมาชิกกองทุนแล้ว 4 ปี ลาออกจากงานแต่ยังคงเงินไว้ในกองทุน 1 ปี หลังจากนั้นได้งานใหม่โอนเงินไปยังกองทุนนายจ้างใหม่ กรณีนี้ถือว่า สมาชิกภาพต่อเนื่อง 5 ปี เพราะรวมความเป็นสมาชิกในระหว่างที่คงเงิน 1 ปีด้วยค่ะ มีคำถามว่า ทำงานจนเกษียณอายุ 60 ปี แต่เพิ่งสมัครเป็นสมาชิกกองทุนตอนอายุ 56 ปี ทำให้เป็นอายุสมาชิกกองทุนแค่ 4 ปี จะได้รับยกเว้นภาษีหรือไม่ คำตอบคือ ไม่ได้  เพราะถึงแม้จะเข้าเกณฑ์เกษียณอายุและมีอายุตัวครบ 55 ปีแล้ว แต่ไม่เข้าเกณฑ์เรื่องสมาชิกภาพ 5 ปี 

            อย่างที่เรียนให้ทราบตั้งแต่ฉบับที่แล้วค่ะว่า กฎกระทรวงฉบับนี้ส่งเสริมให้สมาชิกออมเงินไว้ในกองทุนระยะยาวโดยมีวิธีที่เข้ามาช่วยคือการคงเงินไว้ในกองทุน แต่เนื่องจากกฎหมายกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเปิดให้ข้อบังคับกองทุนกำหนดระยะเวลาคงเงินได้ ดังนั้น กองทุนใดที่เปิดให้สมาชิกคงเงินไว้ในกองทุนได้ในช่วงระยะเวลาสั้น สมาชิกก็ควรร้องขอกรรมการกองทุนเพื่อให้แก้ไขข้อบังคับให้เปิดให้สมาชิกคงเงินได้ในระยะยาวหรือจนกว่าจะครบกำหนดเกษียณอายุเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อสมาชิกกองทุนสอดคล้องกับเจตนาของกฎกระทรวงยกเว้นภาษีฉบับนี้ค่ะ 

            สรรหามาเล่าได้อธิบายหลักการของกฎกระทรวงและประกาศอธิบดีฯ ฉบับนี้เท่านั้น หากท่านใดมีคำถามที่ต้องตีความกฎหมายหรือต้องพิจารณาข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี ขอให้ปรึกษากรมสรรพากรโดยตรง แล้วอย่าลืมอ่านคอลัมน์ FAQ และบทความน่าอ่าน ใน www.thaipvd.com เพื่อจะได้รับคำตอบต่าง ๆ เกี่ยวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพนะคะ สวัสดีค่ะ
 

วันที่อัพเดทล่าสุด 01/04/2554
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง : สำนักงาน ก.ล.ต. | สมาคมบริษัทจัดการลงทุน | สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
333/3 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ 1207 หรือ 0 2695 9999 โทรสาร 0 2695 9660
ข้อควรทราบ เว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการให้ข่าวสารและข้อมูลแก่ผู้สนใจทั่วไป แต่ไม่ถือว่าเป็นการให้คำแนะนำโดยสำนักงาน ก.ล.ต. การนำข้อมูลที่ปรากฏบนเว็บไซต์ไปใช้ประโยชน์ ถือว่าอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ใช้ข้อมูล ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งคณะผู้จัดทำตั้งใจที่จะปรับปรุงให้เป็นข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัยอยู่ตลอดเวลา
หากท่านเห็นว่าข้อมูลส่วนใดไม่ถูกต้อง โปรดแจ้งคณะผู้จัดทำหรือสอบถามเพิ่มเติมหรือได้ที่ thaipvd@sec.or.th