หน้าแรก | บทบาท ก.ล.ต. | Links | Sitemap | ติดต่อเรา  



Thai PVD Series คลิปวิดีโอเรื่อง
สุขหลังเกษียณ...คุณทำได้
Download : wmv | mp4

สรรหามาเล่า
ตอน กรอบเวลาในการยื่นจดทะเบียนแก้ไขข้อบังคับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

            ต้นปีนี้ขอนำเรื่องกรอบเวลาในการยื่นจดทะเบียนแก้ไขข้อบังคับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมาเล่าให้ฟังกันค่ะ อาจดูเป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่ไม่ค่อยมีการพูดถึงแต่เป็นเรื่องที่สำคัญมากและอาจมีปัญหาข้อโต้แย้งกับสมาชิกได้ค่ะ

            ทุกท่านคงทราบแล้วว่า ข้อบังคับกองทุนคือกฎกติกาที่ใช้ระหว่างกองทุนกับสมาชิก ซึ่งหากจะเปลี่ยนกฎกติกาข้อใดข้อหนึ่ง กฎหมายกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกำหนดกรอบเวลาไว้ว่าให้กรรมการกองทุนมีหน้าที่นำข้อบังคับไปจดทะเบียนแก้ไขภายใน 15 วันนับแต่กรรมการกองทุนมีมติ และเมื่อจดทะเบียนเสร็จแล้ว กรรมการกองทุนควรแจ้งให้สมาชิกทราบถึงการเปลี่ยนแปลงกฎกติกาดังกล่าวด้วย เพื่อให้สมาชิกรับทราบสิทธิหน้าที่ของตนเองอย่างถูกต้อง 

            เหตุที่กฎหมายต้องกำหนดกรอบเวลาไว้ก็เพื่อป้องกันมิให้เกิดข้อโต้แย้งกันในอนาคต เพราะการไม่นำมาจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือปล่อยให้เวลาผ่านไปเนิ่นนานแล้วจึงนำมาจดทะเบียน หากมีเหตุการณ์ใด ๆ เกิดขึ้นระหว่างนั้น ก็จะเกิดปัญหาโต้แย้งกันว่าต้องใช้ข้อบังคับเก่าหรือข้อบังคับใหม่ ทำให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องปฏิบัติหน้าที่อย่างยากลำบาก และสุดท้ายความเสียหายจะตกแก่สมาชิก เช่นข้อบังคับเดิมกำหนดให้สมาชิกที่ทำงานไม่ถึง 5 ปีมีสิทธิได้รับเงินสมทบของนายจ้างและผลประโยชน์ 50 % ต่อมาบริษัทปรับโครงสร้างองค์กรโดยยุบบางตำแหน่ง กรรมการกองทุนจึงต้องการแก้ไขข้อบังคับกองทุนใหม่เป็นกำหนดให้สมาชิกที่ถูกยุบตำแหน่งไม่ว่ามีอายุงานเท่าใด มีสิทธิได้รับเต็มจำนวน หากมีสมาชิกที่มีลักษณะดังกล่าวสิ้นสมาชิกภาพตอนที่กรรมการกองทุนมีมติให้แก้ไขข้อบังคับแล้วแต่ยังไม่นำไปจดทะเบียน ก็จะเป็นปัญหาว่าจะนำข้อบังคับใหม่มาใช้กับสมาชิกได้อย่างไร เพราะการจดทะเบียนแก้ไขข้อบังคับจะมีผลใช้บังคับไปข้างหน้า ดังนั้น แม้กฎหมายจะกำหนดให้นำข้อบังคับไปจดทะเบียนแก้ไขภายใน 15 วันนับแต่กรรมการกองทุนมีมติ กรรมการกองทุนก็ควรรีบนำข้อบังคับไปจดทะเบียนให้มีผลใช้บังคับโดยเร็ว

            ปัญหาในเรื่องนี้อีกประการหนึ่งคือ ช่วงเปลี่ยนจากข้อบังคับเก่าเป็นข้อบังคับใหม่ เมื่อกรรมการกองทุนนำข้อบังคับมาจดทะเบียนแก้ไขข้อบังคับและนายทะเบียนรับจดทะเบียนแล้ว สมาชิกที่สิ้นสมาชิกภาพในช่วงนั้นต้องใช้ข้อบังคับกองทุนฉบับที่แก้ไขเปลี่ยนแปลง สมาชิกอาจโต้แย้งว่าไม่เคยรับรู้ว่ามีการแก้ไขข้อบังคับกองทุนซึ่งทำให้สิทธิประโยชน์ที่ตัวเองเคยได้รับอาจเปลี่ยนแปลงไป ปัญหานี้มักพบบ่อยกรณี สมาชิกลาออกจากกองทุนโดยไม่ออกจากงาน ข้อบังคับกำหนดไว้เดิมว่าสมาชิกที่ลาออกจากกองทุนโดยไม่ออกจากงานสามารถสมัครเป็นสมาชิกใหม่ได้ แต่กองทุนได้แก้ไขข้อบังคับใหม่เป็นไม่อนุญาตให้สมัครเป็นสมาชิกกองทุนได้อีก ทำให้สมาชิกที่ลาออกจากกองทุนในช่วงเปลี่ยนข้อบังคับเสียสิทธิประโยชน์ทันที นำไปสู่ข้อโต้แย้งหรือปัญหาระหว่างสมาชิกกับกรรมการกองทุน ดังนั้น เมื่อกรรมการกองทุนมีมติให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับกองทุน ก่อนที่กรรมการกองทุนจะนำไปขอจดทะเบียนแก้ไขข้อบังคับกองทุนต่อนายทะเบียน ควรแจ้งให้สมาชิกทราบก่อนว่าจะมีการแก้ไขข้อบังคับกองทุนในเรื่องอะไรและจะมีผลใช้บังคับตั้งแต่เมื่อไหร่ เพื่อเป็นข้อมูลให้สมาชิกตัดสินใจ และเมื่อนายทะเบียนรับจดทะเบียนแก้ไขข้อบังคับกองทุนแล้ว กรรมการกองทุนก็ควรแจ้งให้สมาชิกทราบโดยทั่วกันโดยผ่านช่องทางสื่อสารภายในหน่วยงาน หลาย ๆ ครั้งที่มีปัญหาระหว่างสมาชิกกับกรรมกองทุนเกิดขึ้นเนื่องจากสมาชิกไม่ทราบว่ามีการแก้ไขข้อบังคับกองทุน
 
            อีกเรื่องที่อยากฝากกรรมการกองทุนและสมาชิกกองทุนคือ อาจสำรวจข้อบังคับกองทุนของท่านดูนะคะว่ากำหนดไว้ว่าอย่างไร สอดคล้องกับกฎหมายหรือไม่ เพราะข้อบังคับที่ขัดกฎหมายถือว่าไม่มีผลบังคับใช้ การที่กองทุนยังคงใช้ข้อบังคับนั้นอยู่ จะมีปัญหาต่อสมาชิกในภายหลังค่ะ ดังนั้น ข้อบังคับที่กองทุนท่านจดทะเบียนไว้นานแล้วอาจไม่สอดคล้องกับกฎหมายที่แก้ไขใหม่ กรรมการกองทุนจึงควรนำไปจดทะเบียนแก้ไขให้ถูกต้องโดยเร็วค่ะ

            ฉบับหน้าจะเล่าให้ฟังเกี่ยวกับกรอบเวลาในการยื่นจดทะเบียนเปลี่ยนกรรมการกองทุนและเปลี่ยนบริษัทจัดการ อย่างลืมติดตามอ่านนะคะ แล้วติดตามความคืบหน้าในการดำเนินการเรื่องต่าง ๆ ของ ก.ล.ต. ได้ที่ www.thaipvd.comหรือใน e-mail มีอะไรใหม่ใน thaipvd ที่ ก.ล.ต. ส่งให้สมาชิกเป็นประจำทุกเดือน สำหรับท่านที่ยังไม่ได้สมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์ รีบสมัครเพื่อที่จะได้ติดตามข่าวสารในแวดวงกองทุนสำรองเลี้ยงชีพก่อนใคร พบกันใหม่ฉบับหน้า สวัสดีค่ะ
 

วันที่อัพเดทล่าสุด 09/03/2554
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง : สำนักงาน ก.ล.ต. | สมาคมบริษัทจัดการลงทุน | สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
333/3 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ 1207 หรือ 0 2695 9999 โทรสาร 0 2695 9660
ข้อควรทราบ เว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการให้ข่าวสารและข้อมูลแก่ผู้สนใจทั่วไป แต่ไม่ถือว่าเป็นการให้คำแนะนำโดยสำนักงาน ก.ล.ต. การนำข้อมูลที่ปรากฏบนเว็บไซต์ไปใช้ประโยชน์ ถือว่าอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ใช้ข้อมูล ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งคณะผู้จัดทำตั้งใจที่จะปรับปรุงให้เป็นข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัยอยู่ตลอดเวลา
หากท่านเห็นว่าข้อมูลส่วนใดไม่ถูกต้อง โปรดแจ้งคณะผู้จัดทำหรือสอบถามเพิ่มเติมหรือได้ที่ thaipvd@sec.or.th