หน้าแรก | บทบาท ก.ล.ต. | Links | Sitemap | ติดต่อเรา  



Thai PVD Series คลิปวิดีโอเรื่อง
สุขหลังเกษียณ...คุณทำได้
Download : wmv | mp4

คำถามที่ถูกถามบ่อย

2.

สมาชิกภาพของสมาชิก

 

 

2.1

กรณีมีการส่งพนักงานของบริษัทไปทำงานประจำในบริษัทลูกที่อยู่ต่างประเทศและรับเงินเดือนจากบริษัทลูกในต่างประเทศ จะทำอย่างไรในการคงสภาพการเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของบริษัทแม่ในประเทศไทย

ตอบ

ในกรณีที่มีการส่งตัวลูกจ้างไปทำงานต่างประเทศและได้รับค่าจ้างจากบริษัทในต่างประเทศ หากบริษัทในประเทศไทยสามารถพิสูจน์ได้ว่ายังเป็นนายจ้างของลูกจ้างดังกล่าวอยู่ เช่น เป็นกรณีของการให้ยืมตัวไป หรือให้มีการจ่ายค่าจ้างแทน เป็นต้น ลูกจ้างก็จะยังคงความมีสมาชิกภาพในกองทุน ส่วนการจ่ายเงินเข้ากองทุนเป็นเรื่องที่ต้องตกลงกันระหว่างบริษัทแม่ บริษัทในต่างประเทศและลูกจ้าง ซึ่งนายจ้างในประเทศไทยและลูกจ้างสามารถจ่ายเงินสะสม สมทบเข้ากองทุนได้ อย่างไรก็ดี หากไม่มีการจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุน อาจต้องพิจารณากฎหมายแรงงานในเรื่องสวัสดิการว่าลดลงได้หรือไม่ด้วย แต่หากบริษัทในต่างประเทศตกลงจ่ายเงินสมทบให้แก่ลูกจ้าง นายจ้างในประเทศไทยมีหน้าที่ต้องนำเงินดังกล่าวเข้ากองทุน ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 ที่ให้นายจ้างจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนตามอัตราที่กำหนดในข้อบังคับกองทุน
 

2.2

สมาชิกที่สิ้นสมาชิกภาพไปแล้ว จะกลับเข้ามาสมัครเป็นสมาชิกใหม่ได้อีกหรือไม่ และจะนับอายุสมาชิกต่อเนื่องหรือไม่

ตอบ

ขึ้นอยู่กับการกำหนดในข้อบังคับกองทุน
 

2.3

การนับระยะเวลาที่เข้าเป็นสมาชิกมีการนับอย่างไร

ตอบ

ในการนับอายุสมาชิก ให้เริ่มนับตั้งแต่วันสมัครเข้าเป็นสมาชิกกองทุน เช่น ตามวันที่ที่ระบุไว้ในใบสมัคร แต่ในกรณีที่ข้อบังคับกองทุนกำหนดให้ต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการกองทุน วันที่เริ่มต้นเป็นสมาชิกคือวันที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการกองทุน
 

2.4

สมาชิกลาออกจากกองทุนโดยไม่ออกจากงานได้หรือไม่

ตอบ

สมาชิกสามารถลาออกจากกองทุนโดยไม่ออกจากงานได้ เนื่องจากการลาออกจากกองทุนโดยไม่ออกจากงานเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของสมาชิกที่สามารถกระทำได้ตามความสมัครใจ โดยไม่ต้องผ่านการอนุมัติจากกรรมการกองทุนแต่ต้องแจ้งกรรมการกองทุนเป็นลายลักษณ์อักษร แม้ว่าข้อบังคับกองทุนเดิมจะกำหนดไว้ว่า สมาชิกจะสิ้นสุดสมาชิกเมื่อลาออกจากการเป็นพนักงานเท่านั้น ทั้งนี้ หากข้อบังคับกองทุนมีข้อกำหนดที่มีลักษณะเป็นการห้ามสมาชิกลาออกจากกองทุนโดยไม่ออกจากงานไว้ ขอแนะนำให้คณะกรรมการกองทุนดำเนินการแก้ไขข้อบังคับให้สอดคล้องกับสิทธิขั้นพื้นฐานของสมาชิกดังที่กล่าวไว้ข้างต้น
 

2.5

สามารถเป็นสมาชิกกองทุนฯ ได้มากกว่า 1 กองทุนหรือไม่ (กรณีทำงานมากกว่า 1 แห่ง, หรือกรณีระยะเวลาคาบเกี่ยว)

ตอบ

ลูกจ้างสามารถเข้าร่วมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมากกว่า 1 กองทุนได้  หากมีลักษณะเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดคือ เป็นลูกจ้าง/นายจ้างกัน และมีคุณสมบัติเข้าเงื่อนไขที่สามารถเป็นสมาชิกของกองทุนแต่ละแห่งได้
 

2.6

กรณีลาออกจากงานและย้ายไปทำบริษัทในเครือ หากตัดสินใจรับเงินออกจากกองทุน เมื่อสมัครเข้าเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของนายจ้างใหม่ เป็นไปได้หรือไม่ที่จะให้นับอายุสมาชิกต่อเนื่องจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของนายจ้างเก่า

ตอบ

การนับอายุสมาชิกมี 2 วัตถุประสงค์  ได้แก่
1. การนับอายุสมาชิกเพื่อการพิจารณาสิทธิในการได้รับเงินส่วนที่นายจ้างจ่ายสมทบ (vesting period)  - จะสามารถนับอายุสมาชิกต่อเนื่องได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่กำหนดในข้อบังคับของนายจ้างใหม่
2. การนับอายุสมาชิกเพื่อการพิจารณาให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี  -  จะสามารถนับต่อเนื่องได้เฉพาะกรณีมีการโอนเงินจากกองทุนเดิม  ไปออมต่อในกองทุนนายจ้างใหม่  หากสมาชิกรับเงินออกจากกองทุนเดิมและไปเริ่มต้นออมในกองทุนใหม่ ถือว่าขาดความต่อเนื่องในการออมเงินในระบบกองทุน  จึงไม่สามารถนับอายุสมาชิกต่อเนื่องกันได้ ดังนั้น หากสมาชิกรับเงินจากกองทุนเดิมไปแล้ว ในทางภาษีถือว่าต้องเริ่มต้นนับอายุสมาชิกที่กองทุนใหม่
 

2.7

ข้อเสียของการลาออกจากกองทุนโดยไม่ลาออกจากงานมีอะไรบ้าง

ตอบ

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเงินออมให้แก่ลูกจ้างในระยะยาว ดังนั้น การที่จะลาออกจากกองทุนเพื่อนำเงินออกมาใช้จ่าย จึงมิใช่วัตถุประสงค์ของการออมเงินของกองทุนดังกล่าว นายจ้างจึงไม่ประสงค์ที่จะให้ลาออกจากกองทุน นอกจากนั้น การที่นำเงินออกจากกองทุนโดยไม่ออกจากงาน มีข้อเสียหลายประการ  ได้แก่
- อาจไม่ได้รับเงินสมทบและผลประโยชน์เงินสมทบจากนายจ้าง (หากข้อบังคับกองทุนกำหนดไว้)
- ผลประโยชน์ที่ได้รับจากกองทุนและเงินสมทบของนายจ้าง (หากมี) จะต้องนำไปรวมเป็นเงินได้เพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีเต็มจำนวน โดยไม่มีสิทธิได้รับการลดหย่อนหรือยกเว้นภาษี
- เป็นการเสียโอกาสที่จะได้เงินสมทบจากนายจ้างในช่วงที่ออกจากกองทุน เนื่องจากสิ้นสุดการเป็นสมาชิกภาพจากกองทุน
- เสียโอกาสในการลงทุนอย่างต่อเนื่องซึ่งจะสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่เงินออมในระยะยาว
- อาจเสียโอกาสในการกลับเข้าเป็นสมาชิกกองทุนอีก หากกองทุนไม่อนุญาตให้สมาชิกที่ลาออกจากกองทุนโดยไม่ออกจากเงินสมัครเป็นสมาชิกกองทุนอีก
ดังนั้น ก่อนที่คิดจะลาออกจากการเป็นสมาชิกกองทุน ควรศึกษาข้อกำหนดเรื่องดังกล่าวในข้อบังคับกองทุนของบริษัทให้ดี และคิดถึงผลดี ผลเสียให้ถี่ถ้วนก่อน
 

2.8

การนับอายุงานให้นับตั้งแต่เข้าทำงานกับบริษัท หรือนับตั้งแต่วันที่เข้าร่วมกองทุน

ตอบ การนับอายุงาน หมายถึง ระยะเวลาที่ลูกจ้างทำงานกับนายจ้าง โดยให้นับอายุงานตามการปฏิบัติงานจริง ส่วนอายุสมาชิก หมายถึง ระยะเวลาที่เป็นสมาชิกของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งจะเริ่มนับตั้งแต่วันแรกที่ลูกจ้างเข้าเป็นสมาชิกจนถึงวันสิ้นสุดสมาชิกภาพจากกองทุน
 

2.9

ช่วงที่ลาคลอดหรือลาไปเรียนต่อและไม่ได้รับเงินเดือนในช่วงดังกล่าว ถือว่ายังมีสมาชิกภาพอยู่หรือไม่
ตอบ การสิ้นสุดสมาชิกภาพมี 3 กรณี ได้แก่ ออกจากงานโดยไม่ได้ขอคงเงินไว้กับกองทุน ลาออกจากกองทุน และกองทุนเลิก ในกรณีที่ถามไม่ได้เข้าใน 3 กรณีดังกล่าว ดังนั้น สมาชิกภาพจึงยังคงอยู่อย่างต่อเนื่องเพียงแต่ในช่วงที่ไม่ได้รับค่าจ้างก็ไม่ต้องนำส่งเงินสะสม เงินสมทบเข้ากองทุน เนื่องจาก ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 กำหนดว่า ทุกครั้งที่มีการจ่ายค่าจ้าง นายจ้างต้องนำส่งเงินสะสม/สมทบเข้ากองทุนตามอัตราที่กำหนดในข้อบังคับกองทุน 
 

2.10

หากนายจ้างมีลูกจ้าง 3 แบบ คือ ลูกจ้างรายเดือน รายวัน และ part time หากประสงค์กำหนดให้เฉพาะลูกจ้างรายเดือนเป็นลูกจ้างประเภทเดียวที่เป็นสมาชิกกองทุนได้ ทำได้หรือไม่

 ตอบ หากนายจ้างประสงค์จะจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและกำหนดให้ลูกจ้างรายเดือนเป็นลูกจ้างประเภทเดียวที่เข้ามาเป็นสมาชิกในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ  สามารถทำได้ โดยการกำหนดคุณสมบัติการเข้าเป็นสมาชิกกองทุนของลูกจ้างดังกล่าวไว้ในข้อบังคับกองทุน
 

2.11

มีการจำกัดอายุของพนักงานที่จะสมัครเข้ากองทุนหรือไม่

 ตอบ ขึ้นอยู่กับข้อบังคับของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของแต่ละนายจ้างจะกำหนดคุณสมบัติของการเป็นสมาชิกกองทุนฯ ไว้อย่างไร  กฎหมายไม่ได้มีข้อห้ามในเรื่องดังกล่าว
 

2.12

ลูกจ้างชาวต่างชาติมีสิทธิ์สมัครเข้าเป็นสมาชิกกองทุนและได้รับสิทธิและเกณฑ์เช่นเดียวกับลูกจ้างคนไทยหรือไม่
ตอบ  คุณสมบัติของการสมัครเป็นสมาชิกกองทุนขึ้นอยู่กับข้อบังคับกองทุนกำหนด อย่างไรก็ดี พระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ.2530 กำหนดว่า ลูกจ้าง หมายถึง ผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่นายจ้างโดยได้รับค่าจ้าง ไม่ว่าจะมีสัญญาเป็นหนังสือหรือไม่ ดังนั้น ผู้ที่จะเข้าเป็นสมาชิกกองทุนจึงต้องเป็นลูกจ้างโดยจะเป็นคนไทยหรือคนต่างชาติก็ได้
 

2.13

ลูกจ้างไม่ประสงค์จะสมัครเป็นสมาชิกกองทุนสามารถทำได้หรือไม่ และจะทำอย่างไรเพื่อป้องกันว่าพนักงานจะไม่มาร้องขอจากนายจ้างภายหลัง

 ตอบ ลูกจ้างมีสิทธิสมัครเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้หากลูกจ้างมีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับกองทุน    แต่หากลูกจ้างไม่ประสงค์จะใช้สิทธิที่มีอยู่ ก็สามารถกระทำได้เนื่องจากเป็นสิทธิของสมาชิก และหากต่อมาลูกจ้างต้องการใช้สิทธิ ก็สามารถมายื่นใบสมัครได้ทุกเวลา  เว้นแต่ข้อบังคับกองทุนจะกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับการขอใช้สิทธิดังกล่าว เช่น ระยะเวลาในการยื่นใบสมัครให้ลูกจ้างต้องมาใช้สิทธิ  หากลูกจ้างไม่มาใช้สิทธิภายในเวลาที่กำหนด ก็จะหมดสิทธิในการสมัครเป็นสมาชิกหรือถือว่าเป็นการสละสิทธิ  เป็นต้น ดังนั้น การกำหนดวิธีการหรือเงื่อนไข ที่เป็นการจำกัดสิทธิของสมาชิก ต้องกำหนดในข้อบังคับกองทุนเพื่อเป็นกติกาให้รับรู้กันทุกฝ่าย
 

2.14

เป็นข้าราชการบำนาญ และเข้ามาทำงานตำแหน่งอัตราจ้าง (เทียบเท่ากับลูกจ้างชั่วคราว เพราะต้องต่ออายุสัญญาจ้างทุก 1-3 ปี) ในสถาบันอุดมศึกษา สามารถสะสมเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้หรือไม่
ตอบ ลูกจ้างจะมีสิทธิสมัครเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับ
1. หน่วยงานที่ท่านทำงานจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแล้วหรือไม่
2. หากมีการจัดตั้งกองทุนแล้ว ข้อบังคับกองทุนกำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขคุณสมบัติของผู้ที่มีสิทธิสมัครเป็นสมาชิกอย่างไร ครอบคลุมลูกจ้างชั่วคราวหรือไม่ อาจสอบถามกรรมการกองทุนหรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลของหน่วยงานที่ทำงาน
 

2.15

ทำงานกับบริษัทมาหลายปีแล้ว แต่เพิ่งอยากสมัครเข้าเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของบริษัท แต่ทางกองทุนไม่ให้สมัคร โดยอ้างว่าถ้าอยากสมัครต้องสมัครภายใน 1 เดือนหลังจากผ่านทดลองงานเท่านั้น อยากทราบว่าที่กองทุนอ้างสามารถทำได้หรือไม่ 
ตอบ ลูกจ้างจะมีสิทธิสมัครเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในข้อบังคับกองทุน 
 

2.16

สามารถจำกัดสิทธิลูกจ้างในการรับเข้าเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้หรือไม่
ตอบ การจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นหลักประกันให้แก่ลูกจ้างในกรณีที่ลูกจ้างตาย ออกจากงาน หรือลาออกจากกองทุน ดังนั้น โดยทั่วไปลูกจ้างของนายจ้างจึงควรมีสิทธิที่จะเข้าเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่จัดตั้งขึ้น อย่างไรก็ตาม อาจมีข้อยกเว้นในบางกรณี สำหรับการจำกัดสิทธิลูกจ้างในการรับเข้าเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แต่ข้อยกเว้นดังกล่าว ต้องไม่มีลักษณะเพื่อเป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่ลูกจ้างรายใดรายหนึ่งหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเฉพาะ
 
 

ข้อควรทราบ :  คำตอบที่แสดงนี้เป็นการตอบตามกฎเกณฑ์ที่มีผลบังคับใช้ในขณะที่มีการตอบคำถามในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัย สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ thaipvd@sec.or.th

วันที่อัพเดทล่าสุด 09/08/2554
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง : สำนักงาน ก.ล.ต. | สมาคมบริษัทจัดการลงทุน | สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
333/3 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ 1207 หรือ 0 2695 9999 โทรสาร 0 2695 9660
ข้อควรทราบ เว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการให้ข่าวสารและข้อมูลแก่ผู้สนใจทั่วไป แต่ไม่ถือว่าเป็นการให้คำแนะนำโดยสำนักงาน ก.ล.ต. การนำข้อมูลที่ปรากฏบนเว็บไซต์ไปใช้ประโยชน์ ถือว่าอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ใช้ข้อมูล ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งคณะผู้จัดทำตั้งใจที่จะปรับปรุงให้เป็นข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัยอยู่ตลอดเวลา
หากท่านเห็นว่าข้อมูลส่วนใดไม่ถูกต้อง โปรดแจ้งคณะผู้จัดทำหรือสอบถามเพิ่มเติมหรือได้ที่ thaipvd@sec.or.th