หน้าแรก | บทบาท ก.ล.ต. | Links | Sitemap | ติดต่อเรา  



Thai PVD Series คลิปวิดีโอเรื่อง
สุขหลังเกษียณ...คุณทำได้
Download : wmv | mp4

คำถามที่ถูกถามบ่อย

4.

การจ่ายเงินให้แก่สมาชิก

 

 

4.31

กรณีนายจ้างมีคำสั่งปรับขึ้นเงินเดือนและให้มีผลย้อนหลัง สมาชิกที่สิ้นสมาชิกภาพก่อนวันที่มีคำสั่ง แต่หลังจากวันที่มีผลย้อนหลัง จะมีสิทธิในเงินสมทบของนายจ้างหรือไม่

ตอบ

ไม่มี เนื่องจากต้องพิจารณาองค์ประกอบ 3 ข้อ คือ
     (1) ลูกจ้างเกิดสิทธิขึ้น ณ วันใด
     (2) มีนิติสัมพันธ์เป็นนายจ้าง/ลูกจ้าง
     (3) ลูกจ้างมีสถานะเป็นสมาชิกภาพในกองทุน
ดังนั้น สมาชิกที่สิ้นสมาชิกภาพก่อนวันที่นายจ้างมีคำสั่งปรับเงินเดือน จึงไม่เข้าเกณฑ์ที่จะได้รับเงินสมทบส่วนต่างจากการปรับขึ้นเงินเดือน เนื่องจากขาดองค์ประกอบในเรื่องความเป็นสมาชิกภาพในกองทุน
                    

4.32

ขอคำอธิบายเพิ่มเติม สมาชิกที่ลาออกจากกองทุนโดยไม่ลาออกจากงานจะมีสิทธิได้รับเงินสมทบของนายจ้างหรือไม่ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในข้อบังคับกองทุน

ตอบ

โดยทั่วไปข้อบังคับกองทุนจะมีการกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับสิทธิของสมาชิกที่สิ้นสุดสมาชิภาพ เช่น ลาออกจากงาน ว่าจะได้รับเงินสมทบและผลประโยชน์เงินสมทบที่นายจ้างจ่ายเข้ากองทุนไว้อย่างไร  ซึ่งเรียกกันทั่วไปว่า "vesting clause"  โดยนายจ้างมักจะกำหนดเงื่อนไขโดยอิงอยู่กับจำนวนปีที่ทำงาน เช่น ทำงานตั้งแต่ 5 ปี ขึ้นไปมีสิทธิได้รับเงินสมทบและผลประโยชน์สมทบเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ถ้ามีจำนวนปีที่ทำงานน้อยกว่า 5 ปี จะมีสิทธิได้รับเงินเพียงครึ่งเดียว  เป็นต้น สำหรับสมาชิกที่ออกจากกองทุนโดยไม่ลาออกจากงาน จะได้รับเงินสมทบและผลประโยชน์เงินสมทบหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่กำหนดในข้อบังคับกองทุนไว้เป็นการเฉพาะ เช่น ไม่มีสิทธิได้รับเงินสมทบและผลประโยชน์เงินสมทบ หรือมีสิทธิได้รับแต่ไม่ได้เต็มร้อยเปอร์เซนต์เป็นต้น  แต่หากไม่ได้กำหนดไว้เป็นการเฉพาะ ก็ใช้เงื่อนไขเดียวกับสิทธิของสมาชิกที่สิ้นสมาชิกภาพจากกองทุนโดยทั่วไป  ทั้งนี้ สามารถดูเงื่อนไขดังกล่าวในข้อบังคับกองทุนของบริษัทว่ากำหนดไว้อย่างไร เนื่องจากแต่ละกองทุนกำหนดแตกต่างกัน
 

4.33

จะเอาเงินในส่วนที่เป็นเงินสมทบและผลประโยชน์ที่เกิดจากเงินสมทบคืนบริษัท เพื่อเอาไปจ่ายในส่วนที่เป็นเงินชดเชยตามกฎหมายที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน โดยที่ได้รับความยินยอมจากทั้งฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างได้หรือไม่

ตอบ

ตาม มาตรา 23  วรรคหนึ่งแห่ง พ.ร.บ. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530   มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเร่งรัดให้บริษัทจัดการจ่ายเงินให้แก่สมาชิกภายหลังจากสมาชิกสิ้นสมาชิกภาพอันสอดคล้องกับความเป็นหลักประกันของกองทุน ดังนั้น การที่จะถือว่าบริษัทจัดการได้จ่ายเงินให้แก่สมาชิกตามมาตราดังกล่าวแล้วนั้น สมาชิกจะต้องได้รับเงินจากกองทุนอย่างแท้จริง กล่าวคือ บริษัทจัดการจะต้องจ่ายเงินให้แก่สมาชิกโดยตรง (โดยอาจระบุในข้อบังคับให้บริษัทจัดการมอบเช็คไว้กับคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเช็คให้แก่สมาชิกต่อไปก็ได้) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่สมาชิกสิ้นสมาชิกภาพ ทั้งนี้ หากเป็นการจ่ายเงินให้แก่สมาชิกในรูปของเช็ค วันที่ลงในเช็คจะต้องเป็นวันที่สมาชิกสามารถนำไปขึ้นเงินกับธนาคารได้ภายใน 30 วันด้วย  ส่วนวันที่นำส่งเช็คนั้นไม่อาจนำมาใช้กับกรณีตามมาตรา 23 ได้ เพราะไม่เกี่ยวข้องกับการจ่ายเงินตามเช็คแต่อย่างใด
 

4.34

การจ่ายเงินคืนเมื่อสมาชิกสิ้นสมาชิกภาพนั้น จ่ายเป็นเช็คอย่างเดียวใช่หรือไม่  ถ้าสมาชิกต้องการให้กองทุนโอนเงินเข้าธนาคารของสมาชิกได้หรือไม่

ตอบ

ตามมาตรา 23 ของพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 กำหนดให้ผู้จัดการกองทุนต้องจ่ายเงินจากกองทุนให้แก่ลูกจ้าง ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในข้อบังคับกองทุน โดยให้จ่ายรวมทั้งหมดครั้งเดียวภายในเวลาไม่เกิน 30 วัน นับแต่วันสิ้นสมาชิกภาพ ซึ่งข้อบังคับกองทุนสามารถกำหนดวิธีการจ่ายเงินด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น จ่ายเป็นเช็คขีดคร่อมเฉพาะในชื่อสมาชิกหรือผู้รับประโยชน์ โอนเงินเข้าบัญชีของสมาชิกหรือผู้รับประโยชน์ หรือดราฟท์ที่ระบุชื่อสมาชิกหรือผู้รับประโยชน์ เป็นต้น

 

4.35

เมื่อลาออกจากงาน จะดำเนินการอย่างไรเกี่ยวกับเงินกองทุน และจะได้รับเงินเป็นจำนวนเท่าใด

ตอบ

กรณีสมาชิกลาออกจากงาน อาจดำเนินการได้ 3 แนวทาง คือ
1. รับเงินออกไปทั้งจำนวน โดยสมาชิกจะได้รับเงินกองทุนเมื่อสิ้นสมาชิกภาพจากกองทุน ดังนี้
1.1 สมาชิกจะได้รับเงินสะสมและผลประโยชน์ของเงินสะสมโดยไม่มีเงื่อนไข แต่จะได้รับเป็นจำนวนเงินเท่าใดขึ้นกับมูลค่าหน่วยลงทุน ณ ขณะนั้น ว่าจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงซึ่งขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของกองทุนที่บริษัทจัดการนำเงินกองทุนไปลงทุนหาผลประโยชน์
1.2 ส่วนเงินสมทบและผลประโยชน์เงินสมทบในส่วนของนายจ้าง สมาชิกจะได้รับหรือไม่ เป็นจำนวนเท่าใด ขึ้นอยู่กับข้อกำหนด เงื่อนไขการจ่ายเงินสมทบของนายจ้างที่กำหนดไว้ในข้อบังคับกองทุนของแต่ละนายจ้าง
2.โอนย้ายเงินกองทุนทั้งหมดไปกองทุนของนายจ้างใหม่ เพื่อให้สมาชิกสามารถออมเงินในระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอย่างต่อเนื่อง และยังไม่มีภาระภาษี
3. กรณียังไม่มีนายจ้างรายใหม่ อาจขอคงเงินทั้งจำนวนไว้ในกองทุนเดิมเพื่อรอโอนย้ายตามข้อ 2 โดยสามารถคงเงินไว้ได้ตามระยะเวลาที่กำหนดในข้อบังคับ
 

4.36

กรณีนายจ้างยกเลิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเอง สมาชิกจะได้รับเงินคืนทั้ง 100% หรือไม่

ตอบ

เมื่อกองทุนเลิก สมาชิกทุกรายย่อมสิ้นสมาชิกภาพจากกองทุนและมีสิทธิได้รับเงินคืนจากกองทุน  ดังนี้
   1. เงินสะสม (เป็นเงินที่สมาชิกจ่ายเข้ากองทุน) และผลประโยชน์ของเงินสะสม -   สมาชิกทุกคนมีสิทธิได้รับคืนเต็มจำนวน  
   2. เงินสมทบ (เป็นเงินที่นายจ้างจ่ายเข้ากองทุน) และผลประโยชน์ของเงินสมทบ -   สมาชิกแต่ละรายของแต่ละกองทุนจะได้รับตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อบังคับกองทุน  ซึ่งแต่ละกองทุนอาจกำหนดไว้ไม่เหมือนกัน  จึงต้องดูว่าข้อบังคับของกองทุนทีสังกัดอยู่กำหนดให้สมาชิกได้รับเงินจากกองทุนกรณีที่กองทุนเลิกในอัตราส่วนเท่าใด มีเงื่อนไขกำหนดไว้หรือไม่  เช่น ได้เต็ม 100 % โดยไม่มีเงื่อนไข หรือได้เป็นอัตราส่วนตามอายุงานหรือตามอายุสมาชิก ดังนั้น สมาชิกควรดูรายละเอียดการจ่ายเงินสมทบในข้อบังคับกองทุน 
 

4.37

ถ้าสมาชิกที่คงเงินเสียชีวิต ต้องจ่ายเงินให้ใคร

ตอบ เนื่องจากการกำหนดผู้รับผลประโยชน์ตามมาตรา 23 แห่ง พ.ร.บ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพฯ จะใช้เฉพาะสมาชิกทั่วไป ไม่รวมสมาชิกที่คงเงินหรือรับเงินงวด (เนื่องจากการคงเงินและรับเงินงวดไม่อยู่ภายใต้บังคับมาตรา 23) ในกรณีที่สมาชิกคงเงินเสียชีวิต บริษัทจัดการต้องจ่ายเงินกองทุนให้บุคคลตามที่ระบุในพินัยกรรมของสมาชิกนั้น(ถ้ามี) ซึ่งหากหนังสือรับประโยชน์ที่สมาชิกคงเงินทำใหม่นั้นได้จัดทำในรูปแบบพินัยกรรมแล้ว ก็สามารถถือว่าหนังสือรับประโยชน์นั้นเป็นพินัยกรรมได้ แต่ถ้าไม่อยู่ในรูปแบบพินัยกรรมและผู้ตายไม่ได้ทำพินัยกรรมฉบับอื่นไว้ บริษัทจัดการต้องจ่ายเงินกองทุนให้บุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เรื่องมรดกต่อไป 
 
4.38

ถ้าสมาชิกกองทุนถูกฟ้องล้มละลายเจ้าหน้าที่พิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจยึดเงินของสมาชิกที่ยังสะสมไว้ในกองทุนหรือไม่

ตอบ สิทธิในเงินกองทุนของสมาชิกยังไม่เกิดขึ้นจนกว่าสมาชิกภาพจะสิ้นสุดลง การฟ้องร้องคดีต่อศาลไม่ว่าจะเป็นคดีแพ่งหรือคดีล้มละลายก็ตาม เจ้าพนักงานของรัฐ ไม่อาจดำเนินการบังคับคดีหรือรวบรวมเงินที่สมาชิกได้ส่งเข้ากองทุนไปแล้วได้  ทั้งนี้ เมื่อต่อมาหากสมาชิกสิ้นสมาชิกภาพ เฉพาะในคดีแพ่งเท่านั้น เงินในกองทุนซึ่งสมาชิกมีสิทธิได้รับภายหลังสิ้นสมาชิกภาพจะได้รับความคุ้มครองไม่ต้องถูกบังคับชำระหนี้ตามมาตรา 24 แห่ง พ.ร.บ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพพ.ศ. 2530 ส่วนคดีล้มละลาย กฎหมายดังกล่าวไม่คุ้มครอง  ดังนั้น เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สามารถเข้ามารวบรวมเงินกองทุนของสมาชิกไปชำระหนี้เจ้าหนี้ได้
 
4.39 ในกรณีผู้เสียชีวิตระบุผู้รับผลประโยชน์ไว้ 2 ท่าน เป็นพ่อกับแม่ท่านละ 50% แต่พ่อเสียชีวิตก่อนที่สมาชิกจะเสียชีวิต เงินในส่วนที่ได้ให้กับพ่อไว้จะต้องทำอย่างไร
ตอบ กรณีดังกล่าวให้จ่ายเงินดังนี้
1. ส่วนของพ่อ 50 % - เนื่องจากพ่อเสียชีวิตไปก่อนที่สมาชิกจะเสียชีวิต ซึ่งกฎหมายกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมาตรา 23 วรรคสอง กำหนดว่า ในกรณีลูกจ้างได้ทำหนังสือกำหนดผู้รับประโยชน์ไว้ แต่บุคคลผู้นั้นตายก่อน ให้จ่ายเงินส่วนที่ยกให้พ่อ 50% แก่บุคคลตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในมาตรา 23 วรรคสอง (1)(2) และ (3)
2. ส่วนของแม่ 50 % – ให้จ่ายตามหนังสือกำหนดผู้รับประโยชน์ตามอัตราที่กำหนดไว้
 
4.40 สมาชิกได้รับเช็คจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเมื่อสิ้นสมาชิกภาพแล้วแต่ลืมนำเช็คไปขึ้นเงินทำให้เช็คหมดอายุ ต้องทำอย่างไร
ตอบ ตามกฎหมายแล้วหน้าที่ในการออกเช็คเงินได้จากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะเป็นบริษัทจัดการ ซึ่งในกรณีที่เช็คหมดอายุ ท่านสามารถติดต่อที่บริษัทจัดการเพื่อให้ออกเช็คใบใหม่แทนเช็คใบเก่าที่หมดอายุได้
 
4.41 พนักงานลาออกจากบริษัทฯ ไปนานแล้ว และบริษัทได้มีจดหมายตามรับเช็คเงินกองทุน แต่พนักงานยังไม่ได้มาติดต่อขอรับเช็ค ต่อมา พนักงานเสียชีวิต เมื่อญาตของพนักงานได้รับจดหมาย จึงโทรศัพท์มาแจ้งเพื่อขอรับเช็คเงินสะสมดังกล่าว จากกรณีนี้ บริษัทสามารถเปลี่ยนชื่อในเช็คเป็นชื่อญาตได้เลยหรือไม่ และบริษัทควรดำเนินการอย่างไร
ตอบ กรณีพนักงานลาออกจากงานและคณะกรรมการกองทุนได้แจ้งสิ้นสมาชิกภาพให้บริษัทจัดการทราบโดยบริษัทจัดการได้ทำเช็คสั่งจ่ายให้สมาชิกแล้ว ต่อมาสมาชิกผู้นั้นได้ถึงแก่ความตาย บริษัทจัดการต้องจ่ายเงินโดยนำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยมรดกมาใช้บังคับ โดยจะต้องจ่ายเงินให้แก่ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการมรดก ซึ่งอาจเป็นคนเดียวกันหรือคนละคนกับผู้ที่มีชื่อในหนังสือผู้รับประโยชน์ที่ผู้จัดการกองทุนมีอยู่
 
4.42 ถ้าตั้งผู้รับประโยชน์ไว้แล้วแต่ต่อมาไปทำพินัยกรรมยกให้คนอื่นอีก ถ้าเสียชีวิตไปกองทุนจะต้องจ่ายเงินตามใบตั้งผู้รับประโยชน์หรือตามพินัยกรรม
ตอบ ในกรณีสมาชิกเสียชีวิต กฎหมายกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมาตรา 23 วรรคสองกำหนดให้ผู้จัดการกองทุนมีหน้าที่จ่ายเงินแก่บุคคลที่สมาชิกกำหนดไว้ให้เป็นผู้มีสิทธิได้รับเงิน (ซึ่งอาจทำไว้เป็นหนังสือหรือทำไว้ในรูปพินัยกรรม) และมอบไว้แก่ผู้จัดการกองทุน ในกรณีที่สมาชิกทำหนังสือไว้ 2 ฉบับ ผู้จัดการกองทุนจะจ่ายเงินตามหนังสือฉบับที่ทำขึ้นทีหลัง เพราะถือว่าสมาชิกกำหนดตัวผู้มีสิทธิได้รับเงินคนใหม่ขึ้นแทนคนเก่าที่เคยกำหนดไว้
 
4.43 สิ้นสมาชิกภาพหลายเดือนแล้ว แต่ยังไม่ได้รับเงินกองทุน อยากทราบว่าต้องดำเนินการอย่างไร
ตอบ ตามมาตรา 23 ของพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 กำหนดให้ผู้จัดการกองทุนต้องจ่ายเงินจากกองทุนให้แก่ลูกจ้าง ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในข้อบังคับกองทุน โดยให้จ่ายรวมทั้งหมดครั้งเดียวภายในเวลาไม่เกิน 30 วัน นับแต่วันสิ้นสมาชิกภาพ
สำหรับกรณีที่ถามมาขอให้ติดต่อสอบถามไปยังคณะกรรมการกองทุนซึ่งมักเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพนักงานหรือบริษัทจัดการที่บริหารกองทุนของบริษัท เพื่อให้ดำเนินการจ่ายเงินให้แก่สมาชิกที่สิ้นสมาชิกภาพโดยเงื่อนไขและวิธีการจ่ายเงิน เป็นไปตามที่ข้อบังคับกองทุนกำหนด 

ทั้งนี้ ในการจ่ายเงินจากกองทุนให้แก่สมาชิก ประกอบด้วยขั้นตอนต่าง ๆ ได้แก่ (1) กรรมการกองทุนแจ้งการสิ้นสมาชิกภาพและนำส่งเอกสารครบถ้วนต่อบริษัทจัดการ (2) นายจ้างได้ส่งเงินสะสม สมทบงวดสุดท้ายของสมาชิกที่สิ้นสมาชิกภาพเข้ากองทุน (3) บริษัทจัดการคำนวณเงินที่สมาชิกมีสิทธิได้รับตามเงื่อนไขที่กำหนดในข้อบังคับกองทุน ณ วัน trade date ที่จะถึงเร็วที่สุดที่กำหนดในสัญญาจัดการกองทุน (4) บริษัทจัดการจ่ายเงินตามวิธีการที่กำหนดในข้อบังคับกองทุน ในกรณีที่ท่านถามจึงต้องดูว่า ข้อบังคับกองทุนกำหนดวิธีการจ่ายเงินให้สมาชิกโดยการโอนเงินเข้าบัญชีสมาชิกโดยตรงหรือไม่
ตามขั้นตอนการจ่ายเงินข้างต้น จะเห็นว่าเป็นการติดต่อกันระหว่างกรรมการกองทุนและบริษัทจัดการ หากต้องการได้รับเงินจากบริษัทจัดการโดยเร็ว อาจแจ้งกรรมการกองทุนเพื่อขอให้รีบดำเนินการในเรื่องต่าง ๆ โดยเร็ว 
 
4.44 การจ่ายเงินจากกองทุนตามมาตรา 23 วรรคสอง (1) บุตรให้ได้รับสองส่วน... คำว่า “บุตร” ในที่นี้ย่อมหมายถึงใครได้บ้าง
ตอบ คำว่า “บุตร” ในที่นี้ย่อมจะหมายถึงบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของสมาชิกที่ตายไป โดยการพิจารณาความเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายให้พิจารณาตามหลักกฎหมายทั่วไป
 
4.45 กรณีตามมาตรา 23 วรรคแรกแห่ง พรบ. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพฯ กำหนดให้ผู้จัดการกองทุนจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้างที่สิ้นสมาชิกภาพเพราะเหตุอื่นที่ไม่ใช่กองทุนเลิก ภายใน 30 วันนับแต่วันที่สมาชิกสิ้นสุดสมาชิกภาพนั้น จะนำระยะเวลาดังกล่าวมาบังคับใช้กับการจ่ายเงินให้แก่ผู้รับประโยชน์หรือบุคคลอื่น ตามมาตรา 23 วรรคสอง วรรคสามและวรรคสี่ ด้วยหรือไม่
ตอบ มาตรา 23 เป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับการจ่ายเงินจากกองทุน ซึ่งกฎหมายมีเจตนาที่จะให้ผู้จัดการกองทุนรีบดำเนินการจ่ายเงินจากกองทุนโดยไม่ชักช้า จึงมีการกำหนดระยะเวลาไว้ว่าให้จ่ายภายในไม่เกิน 30 วันนับแต่สมาชิกสิ้นสมาชิกภาพ (เป็นระยะเวลาพอสมควรที่จะดำเนินการต่าง ๆ ได้ทัน) จึงไม่มีเหตุอันควรยกเว้นในกรณีจ่ายให้แก่ผู้รับผลประโยชน์
 
4.46 หากเกิดกรณีที่ผู้จัดการกองทุนไม่สามารถจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้าง หรือผู้รับผลประโยชน์หรือบุคคลอื่นได้ทันกำหนดเวลา 30 วันที่กำหนดไว้ในมาตรา 23 วรรคแรก ด้วยเหตุที่ไม่ใช่ความผิดของผู้จัดการกองทุน เช่น ผู้จัดการกองทุนอยู่ระหว่างตรวจสอบเอกสารของผู้รับผลประโยชน์ หรือผู้รับผลประโยชน์อยู่ระหว่างรอคำพิพากษาของศาลว่าเป็นบุตร ผู้จัดการกองทุนมีความผิดตามบทกำหนดโทษที่กำหนดไว้ในมาตรา 35 แห่ง พรบ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพฯ หรือไม่
ตอบ ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่จ่ายเงินคืนแก่สมาชิกโดยไม่ชักช้าและจ่ายให้กับบุคคลที่มีสิทธิตามกฎหมายหรือบุคคลตามที่สมาชิกระบุไว้โดยถูกต้อง หากผู้จัดการกองทุนจ่ายเงินเกินกว่าระยะเวลาที่กำหนดตามกฎหมาย ผู้จัดการกองทุนมีหน้าที่ต้องชี้แจงและและพิสูจน์ให้เห็นว่าได้ใช้ความพยายามในการดำเนินการอย่างเต็มที่ หากไม่มีข้อเท็จจริงอย่างอื่นมาแสดงว่าผู้จัดการกองทุนดำเนินการด้วยความชักช้าหรือไม่เร่งดำเนิน
การ ก็อาจพิจารณาได้ว่าผู้จัดการกองทุนไม่มีเจตนาที่จะฝ่าฝืนการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 23 แห่ง พ.ร.บ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพฯ 
 
  กลับไปหน้า 1


 

ข้อควรทราบ :  คำตอบที่แสดงนี้เป็นการตอบตามกฎเกณฑ์ที่มีผลบังคับใช้ในขณะที่มีการตอบคำถามในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัย สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ thaipvd@sec.or.th

วันที่อัพเดทล่าสุด 03/06/2558
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง : สำนักงาน ก.ล.ต. | สมาคมบริษัทจัดการลงทุน | สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
333/3 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ 1207 หรือ 0 2695 9999 โทรสาร 0 2695 9660
ข้อควรทราบ เว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการให้ข่าวสารและข้อมูลแก่ผู้สนใจทั่วไป แต่ไม่ถือว่าเป็นการให้คำแนะนำโดยสำนักงาน ก.ล.ต. การนำข้อมูลที่ปรากฏบนเว็บไซต์ไปใช้ประโยชน์ ถือว่าอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ใช้ข้อมูล ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งคณะผู้จัดทำตั้งใจที่จะปรับปรุงให้เป็นข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัยอยู่ตลอดเวลา
หากท่านเห็นว่าข้อมูลส่วนใดไม่ถูกต้อง โปรดแจ้งคณะผู้จัดทำหรือสอบถามเพิ่มเติมหรือได้ที่ thaipvd@sec.or.th