หน้าแรก | บทบาท ก.ล.ต. | Links | Sitemap | ติดต่อเรา  



Thai PVD Series คลิปวิดีโอเรื่อง
สุขหลังเกษียณ...คุณทำได้
Download : wmv | mp4

คำถามที่ถูกถามบ่อย

17.

อื่น ๆ

 

 

17.31

การจัดจ้างนายทะเบียนสมาชิกกองทุน โดยกองทุนหรือนายจ้าง สามารถดำเนินการเองโดยไม่ผ่านบริษัทจัดการได้หรือไม่

ตอบ

ตามกฎหมายมาตรา 13 แห่ง พ.ร.บ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กำหนดให้การจัดการกองทุนต้องดำเนินการโดยบริษัทจัดการที่ไม่ใช่นายจ้าง ซึ่งการจัดการกองทุน ในที่นี้ หมายรวมถึงการจัดการทั้งการบริหารกองทุนและการจัดทำทะเบียนสมาชิก (front & back office) อย่างไรก็ดี บริษัทจัดการสามารถ outsource การทำหน้าที่ fund admin ให้บริษัทอื่นที่มีระบบงานตามที่สำนักงานกำหนดได้ แต่บริษัทจัดการนั้น ยังคงรับผิดชอบการทำหน้าที่ดังกล่าว
 

17.32

หากผู้จัดการกองทุนหรือบริษัทจัดการกองทุนทำการจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แล้วทำผิดข้อบังคับต่างๆ ของสำนักงาน กลต. โดยที่คณะกรรมการกองทุนไม่ทราบ เมื่อสำนักงาน กลต. ตรวจพบจะมีผลกระทบใดๆ ต่อผู้จัดการกองทุน บริษัทจัดการกองทุน และกองทุนหรือไม่

ตอบ

กรณีสำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจพบว่า บริษัทจัดการลงทุนหรือปฏิบัติไม่เป็นไปตามกฎหมาย/ประกาศที่กำหนด สำนักงาน ก.ล.ต. ก็จะดำเนินการลงโทษตามฐานความผิดที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ ตักเตือน จนอาจถึงเพิกถอนใบอนุญาต ทั้งนี้ ขึ้นอยู่สาเหตุข้อเท็จจริงและเหตุผลเป็นรายกรณี ๆ ไป แต่หากเป็นความผิดเกี่ยวกับการปฏิบัติไม่เป็นไปตามข้อตกลงหรือสัญญาการแต่งตั้งผู้จัดการกองทุน เช่น ลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายที่กำหนดไว้ คณะกรรมการกองทุนจะต้องให้บริษัทจัดการชี้แจงสาเหตุและมาตรการป้องกัน รวมถึงอาจพิจารณาเงื่อนไขการชดเชยค่าเสียหายตามที่ระบุในสัญญา ซึ่งเป็นความเสียหายทางแพ่ง 
 

17.33

อยากทราบหน้าที่ของผู้ชำระบัญชี
ตอบ พระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพบัญญัติไว้ดังนี้
1. มาตรา 25 วรรคสาม - เมื่อนายจ้างถอนตัวจากกองทุนที่มีหลายนายจ้าง ให้คณะกรรมการกองทุนแจ้งนายทะเบียนทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่นายจ้างถอนตัว และต้องจัดให้มีการชำระบัญชีเฉพาะในส่วนของทรัพย์สินของนายจ้างรายที่ถอนตัวตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับกองทุน และเมื่อชำระบัญชีเสร็จเรียบร้อยแล้วให้แจ้งให้นายทะเบียนทราบภายใน 7 วันนับแต่วันเสร็จการชำระบัญชี
2. มาตรา 29 วรรคสอง - ในระหว่างการชำระบัญชี ถ้าผู้ชำระบัญชีเห็นสมควรจะจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้างบางส่วนก่อนก็ได้ และเมื่อได้ชำระบัญชีเสร็จแล้ว ให้จ่ายเงินทั้งหมดที่ค้างชำระแก่ลูกจ้างให้เสร็จภายในเวลาไม่เกิน 30 วันนับแต่วันเสร็จการชำระบัญชี ถ้าคงมีเงินเหลืออยู่ ให้จัดการตามที่ข้อบังคับของกองทุน และวรรคสามบัญญัติให้ค่าใช้จ่ายและค่าตอบแทนในการชำระบัญชีให้จ่ายจากทรัพย์สินของกองทุน
ทั้งนี้ หากมีการดำเนินการอื่นๆที่เกี่ยวข้องนอกจากที่กล่าวมาข้างต้น มาตรา 29 วรรคหนึ่งบัญญัติว่าให้เป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยการชำระบัญชี
 

17.34

ข้อบังคับกองทุนกำหนดให้เงินเพิ่มหรือเงินที่มีผู้อุทิศตกให้แก่สมาชิกบางรายในกองทุนได้หรือไม่
ตอบ ตามพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 มาตรา 7 กำหนดว่า “กองทุนเป็นนิติบุคคล และทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้ เป็นทรัพย์สินของกองทุน” ประกอบกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามีคำวินิจฉัยเมื่อเดือนตุลาคม 2546 ว่า “เงินเพิ่มและเงินที่มีผู้อุทิศให้ เมื่อเอาไปรวมกับเงินประเภทอื่นแล้ว จะเป็นเงินของกองทุนก้อนเดียวกันจะแยกบางประเภทออกมาไม่ได้ กองทุนเป็นนิติบุคคล ผู้จัดการกองทุนต้องจ่ายเงินจากกองทุนให้แก่ลูกจ้างเมื่อลูกจ้างสิ้นสมาชิกภาพ จะกำหนดให้เงินเพิ่มหรือเงินที่มีผู้อุทิศตกให้แก่สมาชิกในกองทุนเฉพาะสมาชิกบางรายไม่ได้” 
 
17.35 หากเลิกกองทุนเนื่องจากนายจ้างเลิกกิจการ การเลิกกองทุนให้นับวันนายจ้างเลิกกิจการในวันที่แจ้งกับกระทรวงพาณิชย์ หรือวันชำระบัญชีนายจ้างเสร็จสิ้น
ตอบ คำตอบ ตามม.25(1) แห่ง พ.ร.บ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กำหนดให้เลิกกองทุนเมื่อนายจ้างเลิกกิจการ เนื่องจากไม่มีการดำเนินธุรกิจและจ่ายเงินให้ลูกจ้าง จึงนำส่งเงินเข้ากองทุนไมได้ ดังนั้น บลจ.ต้องแจ้งเลิกกองทุนในวันที่เลิกกิจการ 
 
  กลับไปหน้า 1


 
ข้อควรทราบ :  คำตอบที่แสดงนี้เป็นการตอบตามกฎเกณฑ์ที่มีผลบังคับใช้ในขณะที่มีการตอบคำถามในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัย สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ thaipvd@sec.or.th 
วันที่อัพเดทล่าสุด 03/06/2558
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง : สำนักงาน ก.ล.ต. | สมาคมบริษัทจัดการลงทุน | สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
333/3 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ 1207 หรือ 0 2695 9999 โทรสาร 0 2695 9660
ข้อควรทราบ เว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการให้ข่าวสารและข้อมูลแก่ผู้สนใจทั่วไป แต่ไม่ถือว่าเป็นการให้คำแนะนำโดยสำนักงาน ก.ล.ต. การนำข้อมูลที่ปรากฏบนเว็บไซต์ไปใช้ประโยชน์ ถือว่าอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ใช้ข้อมูล ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งคณะผู้จัดทำตั้งใจที่จะปรับปรุงให้เป็นข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัยอยู่ตลอดเวลา
หากท่านเห็นว่าข้อมูลส่วนใดไม่ถูกต้อง โปรดแจ้งคณะผู้จัดทำหรือสอบถามเพิ่มเติมหรือได้ที่ thaipvd@sec.or.th