หน้าแรก | บทบาท ก.ล.ต. | Links | Sitemap | ติดต่อเรา  



Thai PVD Series คลิปวิดีโอเรื่อง
สุขหลังเกษียณ...คุณทำได้
Download : wmv | mp4

สรรหามาเล่า
ตอน การยกเว้นภาษีแก่สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (ฉบับปรับปรุงใหม่) 

            ท่านที่ติดตามอ่านสรรหามาเล่าคงจะจำกันได้ว่าเมื่อปลายปี 2553 สรรหามาเล่าเคยนำเอาหลักเกณฑ์การยกเว้นภาษีแก่สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกรณีคงเงินและรับเงินเป็นงวดมาเล่าให้ฟังรวม 3 ตอน โดยเป็นการเล่ารายละเอียดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการยกเว้นภาษีแก่สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกรณีตาย ทุพพลภาพ และเกษียณอายุ ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 277 (พ.ศ. 2553) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร และประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 188) 

            ผ่านไปได้ครึ่งปี กรมสรรพากรมีการออกประกาศอธิบดีฯ ฉบับที่ 202 ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2554 เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมแก้ไขประกาศอธิบดีฯ ฉบับที่ 188 ในส่วนที่เป็นหลักเกณฑ์การยกเว้นภาษีกรณีลูกจ้างออกจากงานเพราะเกษียณอายุ เรามาดูกันค่ะว่าประกาศอธิบดีกรมสรรพากรฉบับใหม่แก้ไขในเรื่องอะไรและเป็นประโยชน์แก่ใคร

            แก้ไขเรื่องอะไร

            ประกาศอธิบดีฯ ฉบับใหม่นี้กำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินหรือผลประโยชน์ใด ๆ ที่ได้รับจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแทนข้อความที่กำหนดในประกาศอธิบดีฯ ฉบับที่ 188
โดยกำหนดให้ชัดเจนใน 2 กรณีทั้งกรณีสมาชิกเกษียณอายุปกติและกรณีสมาชิกออกจากงานและคงเงินไว้จนครบกำหนดระยะเวลาเกษียณอายุ ดังนี้

            กรณีที่ 1 ข้อ 3(3)(ก) “กรณีลูกจ้างออกจากงานเพราะเกษียณอายุ ต้องเกษียณอายุตามข้อบังคับของกองทุนที่มีอยู่ในเวลาที่ออกจากงาน โดยการเกษียณอายุตามข้อบังคับนั้นลูกจ้างต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 55 ปีบริบูรณ์ และกรณีเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมาโดยตลอด ต้องเป็นสมาชิกมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีต่อเนื่องกัน ถ้าเป็นสมาชิกไม่ถึง 5 ปีต่อเนื่องกัน ต้องเป็นสมาชิกไปจนมีระยะเวลาการเป็นสมาชิกไม่น้อยกว่า 5 ปีต่อเนื่องกัน”

            กรณีที่ 2 ข้อ 4(3)(ก) “กรณีได้รับเงินหรือผลประโยชน์หลังจากลูกจ้างผู้นั้นครบกำหนดเวลาเกษียณอายุตามข้อบังคับของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ต้องเป็นการรับเงินหรือผลประโยชน์หลังจากลูกจ้างผู้นั้นครบกำหนดเวลาเกษียณอายุตามข้อบังคับกองทุนที่มีอยู่ในเวลาที่ลูกจ้างผู้นั้นออกจากงาน โดยการเกษียณอายุตามข้อบังคับของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพนั้นลูกจ้างต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 55 ปีบริบูรณ์ และกรณีเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมาโดยตลอด ต้องเป็นสมาชิกมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีต่อเนื่องกัน ถ้าเป็นสมาชิกไม่ถึง 5 ปีต่อเนื่องกัน ต้องเป็นสมาชิกไปจนมีระยะเวลาการเป็นสมาชิกไม่น้อยกว่า 5 ปีต่อเนื่องกัน”

            ข้อความที่กำหนดใหม่ดังกล่าวข้างต้น เป็นการปรับปรุงเงื่อนไขการยกเว้นภาษีในเรื่องของอายุสมาชิกกองทุนทั้งกรณีสมาชิกที่เกษียณอายุปกติหรือออกจากงานแล้วคงเงินไว้กับกองทุนจนครบกำหนดระยะเวลาเกษียณอายุแต่ยังเป็นสมาชิกกองทุนไม่ถึง 5 ปีต่อเนื่องกัน หากขอคงเงินไว้กับกองทุนหลังเกษียณอายุ ก็ให้นับอายุสมาชิกในช่วงเวลาดังกล่าวต่อไปได้จนมีระยะเวลาการเป็นสมาชิกไม่น้อยกว่า 5 ปีต่อเนื่องกัน แต่เงื่อนไขเรื่องอายุไม่น้อยกว่า 55 ปี ณ วันเกษียณอายุหรือ ณ วันคงเงินไว้จนครบกำหนดระยะเวลาเกษียณอายุ ยังคงกำหนดเหมือนเดิมนะคะ

            ใครได้ประโยชน์ 

            ลูกจ้างที่อาจจะเพิ่งตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือผู้ที่ออกจากราชการโดยไม่มีกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการและมาเป็นลูกจ้างบริษัทเอกชนเมื่อตอนอายุค่อนข้างมาก เช่น ลูกจ้างสมัครเป็นสมาชิกกองทุนเมื่ออายุ 57 ปี หากข้อบังคับนายจ้างกำหนดให้เกษียณอายุ 60ปี ลูกจ้างกลุ่มนี้ก็จะเป็นสมาชิกกองทุนเพียง 3 ปีเท่านั้น หากนำเงินออกจากกองทุนทันทีที่เกษียณอายุ ก็จะไม่เข้าเงื่อนไขได้รับยกเว้นภาษีเงินที่ได้รับจากกองทุน แต่จากเงื่อนไขที่กำหนดตามประกาศอธิบดีฯ ฉบับใหม่นี้ หากลูกจ้างกลุ่มนี้ขอคงเงินไว้กับกองทุนต่อไปอีก 2 ปีหลังจากเกษียณอายุ ก็ถือว่าลูกจ้างกลุ่มนี้เป็นสมาชิกองทุนเป็นระยะเวลา 5 ปีต่อเนื่องกัน เนื่องจากตามพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กำหนดให้สมาชิกที่ขอคงเงินไว้กับกองทุนยังคงความเป็นสมาชิกต่อไปค่ะ

            ประกาศอธิบดีฯ ฉบับนี้มีผลใช้บังคับสำหรับเงินได้พึงประเมินที่ได้รับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2553 เป็นต้นไป 

            จะเห็นว่าเงื่อนไขตามประกาศอธิบดีฯ ฉบับใหม่นี้จะเป็นประโยชน์สำหรับสมาชิกกองทุนเพิ่มขึ้นและน่าจะเป็นการจูงใจให้ลูกจ้างที่ถึงแม้จะอยู่ในวัยใกล้เกษียณอายุตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิกกองทุนกันง่ายขึ้นนะคะ ต้องขอขอบคุณกรมสรรพากรที่ออกประกาศอธิบดีฯ ฉบับนี้เพื่อสนับสนุนให้ลูกจ้างได้ออมเงินในระบบเพิ่มขึ้นค่ะ ท่านสามารถอ่านรายละเอียดประกาศอธิบดีฯ ฉบับที่ 188 และฉบับที่ 202 และบทความสรรหามาเล่าที่อธิบายหลักการภาษีตามประกาศอธิบดีฉบับที่ 188 ได้ที่ www.thaipvd.com แล้วพบกันใหม่ สวัสดีค่ะ
 

วันที่อัพเดทล่าสุด 20/07/2554
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง : สำนักงาน ก.ล.ต. | สมาคมบริษัทจัดการลงทุน | สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
333/3 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ 1207 หรือ 0 2695 9999 โทรสาร 0 2695 9660
ข้อควรทราบ เว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการให้ข่าวสารและข้อมูลแก่ผู้สนใจทั่วไป แต่ไม่ถือว่าเป็นการให้คำแนะนำโดยสำนักงาน ก.ล.ต. การนำข้อมูลที่ปรากฏบนเว็บไซต์ไปใช้ประโยชน์ ถือว่าอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ใช้ข้อมูล ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งคณะผู้จัดทำตั้งใจที่จะปรับปรุงให้เป็นข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัยอยู่ตลอดเวลา
หากท่านเห็นว่าข้อมูลส่วนใดไม่ถูกต้อง โปรดแจ้งคณะผู้จัดทำหรือสอบถามเพิ่มเติมหรือได้ที่ thaipvd@sec.or.th