หน้าแรก | บทบาท ก.ล.ต. | Links | Sitemap | ติดต่อเรา  



Thai PVD Series คลิปวิดีโอเรื่อง
สุขหลังเกษียณ...คุณทำได้
Download : wmv | mp4

สรรหามาเล่า
ตอน ปิดฉากการนำเงินประเดิมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 

            สวัสดีค่ะท่านกรรมการและสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพทุกท่าน เมื่อกลางปี 2553 กระทรวงการคลังได้ออกกฎกระทรวงเปิดให้นายจ้างที่มีเงินทุนสำรองเลี้ยงชีพลูกจ้าง (“เงินประเดิม”) สามารถยื่นคำขอนำเงินประเดิมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้อีกครั้งตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2553 ถึงมิถุนายน 2554 เป็นเวลา 1 ปี และเป็นครั้งสุดท้าย...ท้ายที่สุดแล้วค่ะ

            เพราะเหตุใดจึงเป็นครั้งสุดท้าย? 

            กระทรวงการคลังได้เปิดให้นายจ้างนำเงินประเดิมเข้ากองทุนมาแล้ว 3 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อปี 2532 แต่นายจ้างบางส่วนรวมทั้งสมาชิกยังไม่ค่อยรู้จักและอาจจะยังไม่ค่อยมั่นใจในระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่เพิ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2530 จึงมีการจัดตั้งกองทุนกันน้อยประกอบกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นภาคสมัครใจไม่ได้บังคับให้ลูกจ้างต้องเป็นสมาชิก ลูกจ้างส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะอยู่กับระบบการออมของนายจ้างแบบเดิมซึ่งอาจจะอุ่นใจมากกว่า ต่อมากองทุนสำรองเลี้ยงชีพเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งนายจ้างและสมาชิกเห็นประโยชน์ของการนำเงินประเดิมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพทั้งการได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีและการอยู่ภายใต้การดูแลของรัฐ จึงประสงค์จะนำเงินที่ออมไว้เข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กระทรวงการคลังจึงมีนโยบายขยายเวลาให้นายจ้างยื่นคำขอนำเงินประเดิมเข้ากองทุนได้อีกในปี 2539 และปี 2547 โดยในปี 2547 มีนายจ้างขอนำเงินประเดิมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพกว่าสองหมื่นล้านบาทค่ะ

            การเปิดให้นายจ้างนำเงินประเดิมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้อีกครั้งหนึ่งในปี 2553 มาจากเสียงเรียกร้องของสหกรณ์ออมทรัพย์และอีกหลายนายจ้างที่ขอนำเงินประเดิมเข้ากองทุนเมื่อครั้งที่ผ่านมา
ไม่ทันหรือยังไม่มีความพร้อมที่จะนำเข้าจึงทำให้เกิดการตกขบวน เพราะกว่าจะทราบข่าวการเปิดให้นำเงินเข้า กว่าจะรวบรวมจำนวนลูกจ้างที่ประสงค์จะนำเงินเข้า กว่าจะเสนอขออนุมัติ ก็เกินเวลา 1 ปีแล้ว แต่อย่างที่กล่าวตั้งแต่ต้นว่าเนื่องจากกระทรวงการคลังเปิดให้นำเงินประเดิมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพมา 3 ครั้งแล้ว การเปิดครั้งล่าสุดนี้ถือเป็นการเก็บตกนายจ้างขบวนสุดท้ายซึ่งได้มีการป่าวประกาศให้นายจ้างเตรียมตัวกันมาพอสมควรประกอบกับกองทุนของนายจ้างที่จัดตั้งขึ้นก่อนวันที่พระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 ใช้บังคับ น่าจะนำเงินประเดิมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพกันหมดแล้วค่ะ

            ใครนำเงินประเดิมเข้ากองทุนบ้าง จำนวนเท่าใด?

            ระหว่างเดือนกรกฎาคม 2553 ถึงเดือนมิถุนายน 2554 มีนายจ้างขอนำเงินประเดิมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 96 ราย แบ่งออกเป็น 1) นายจ้างที่จัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพพร้อมนำเงินประเดิมเข้ากองทุน 2) นายจ้างที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแล้วแต่พนักงานยังไม่ได้สมัครเป็นสมาชิก และ 3) นายจ้างที่ขอนำเงินประเดิมเข้ากองทุนแล้วแต่ยังมีเงินที่จะขอนำเข้าในรอบนี้อีก โดยมียอดเงินประเดิมที่ขอนำเข้ากองทุนสูงถึง 23,105 ล้านบาท (รายละเอียดตามตาราง)
 

หน่วยงาน จำนวนนายจ้าง
(ราย)
จำนวนเงิน
(ล้านบาท)
ร้อยละของจำนวนเงิน
  ภาครัฐ/รัฐวิสาหกิจ 20 20,186 87.40
  ภาคเอกชน 55 2,726 11.80
  สหกรณ์ออมทรัพย์ 21 193 0.80
  รวม 96 23,105 100

            ขณะนี้หมดเวลาที่จะขอยื่นนำเงินประเดิมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพแล้วนะคะ หากนายจ้างรายใดที่จะนำเงินประเดิมเข้ากองทุนแต่มียอดเงินไม่ตรงกับที่ได้รับอนุมัติจากนายทะเบียน เช่น มียอดเงินนำเข้ากองทุนลดลงเนื่องจากลูกจ้างเปลี่ยนใจไม่ประสงค์จะนำเงินประเดิมเข้ากองทุน ลูกจ้างลาออกจากงาน เป็นต้น ขอให้ยื่นปรับปรุงยอดเงินที่ขอนำเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพมายังนายทะเบียนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ผ่านบริษัทจัดการที่บริหารกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของบริษัทท่านนะคะ โดยท่านสามารถดูรายละเอียดได้ที่ www.thaipvd.com หัวข้อเงินประเดิม คลิกที่แบบฟอร์มขอปรับปรุงเงินประเดิม แล้วพบกันใหม่ฉบับหน้า สวัสดีค่ะ
 

วันที่อัพเดทล่าสุด 28/07/2554
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง : สำนักงาน ก.ล.ต. | สมาคมบริษัทจัดการลงทุน | สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
333/3 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ 1207 หรือ 0 2695 9999 โทรสาร 0 2695 9660
ข้อควรทราบ เว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการให้ข่าวสารและข้อมูลแก่ผู้สนใจทั่วไป แต่ไม่ถือว่าเป็นการให้คำแนะนำโดยสำนักงาน ก.ล.ต. การนำข้อมูลที่ปรากฏบนเว็บไซต์ไปใช้ประโยชน์ ถือว่าอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ใช้ข้อมูล ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งคณะผู้จัดทำตั้งใจที่จะปรับปรุงให้เป็นข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัยอยู่ตลอดเวลา
หากท่านเห็นว่าข้อมูลส่วนใดไม่ถูกต้อง โปรดแจ้งคณะผู้จัดทำหรือสอบถามเพิ่มเติมหรือได้ที่ thaipvd@sec.or.th