หน้าแรก | บทบาท ก.ล.ต. | Links | Sitemap | ติดต่อเรา  



Thai PVD Series คลิปวิดีโอเรื่อง
สุขหลังเกษียณ...คุณทำได้
Download : wmv | mp4

สรรหามาเล่า
ตอน เกษียณอายุก่อนกำหนดกับเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 

            เพิ่งสวัสดีปีใหม่ท่านผู้อ่านไปไม่นานนี้เอง เผลอแป๊บเดียวเข้าเดือนที่แปดแล้วและปลายเดือนหน้าซึ่งเป็นเดือนกันยายนก็จะมีสมาชิกกองทุนหลายท่านสิ้นสุดการทำงานไม่ต้องคร่ำเคร่งตื่นแต่เช้าผจญกับรถติดมาทำงานอีกต่อไปแล้วนะคะ

            ช่วงนี้หลายท่านที่จะเกษียณอายุหรือคิดจะเกษียณอายุคงต้องคิดหลายเรื่องโดยเฉพาะเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ มีหลายองค์กรที่เปิดให้พนักงานเกษียณอายุก่อนกำหนด (early retirement) หรือออกจากองค์กรโดยใช้ชื่อสุดเก๋ว่า “ร่วมใจจาก” พร้อมกับมีโปรโมชั่นสุดแสนจะยั่วยวนใจให้ต้องคิดว่าจะรับแพ็คเกจแล้ว ไปนั่งอยู่บ้านชิล..ชิล หรือทำงานต่อไปโดยยังได้ค่าจ้างและเงินสมทบเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพจากนายจ้างดี อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจ คิดให้รอบคอบก่อนค่ะโดยเฉพาะท่านที่คิดว่าจะไม่ทำงานอีกต่อไปแล้วและต้องพึ่งเงินที่ได้รับจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพื่อเลี้ยงชีพยามเกษียณ

            เรื่องอะไรบ้างที่ต้องดู
            
            1. ประเมินค่าใช้จ่าย 20 ปี สมมุติท่านตัดสินใจเกษียณอายุก่อนกำหนดโดยมีอายุ 55 ปี ท่านต้องประเมินให้ดีว่าแต่ละเดือนท่านต้องใช้จ่ายประจำเป็นค่ากินอยู่เท่าไหร่ มีภาระทางการเงินใด ๆ อีกหรือไม่ เท่าไหร่ เช่น ค่าผ่อนบ้าน ค่าเล่าเรียนลูก เป็นต้น ซึ่งแน่นอนยิ่งอายุมากขึ้น โรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ก็จะค่อย ๆ เริ่มถามหาและค่าใช้จ่ายทางการแพทย์เดี๋ยวนี้ค่อนข้างสูง ท่านมีแหล่งให้เบิกค่ารักษาพยาลหรือไม่ หรือหากต้องรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลเองก็ต้องเตรียมเงินสำหรับค่าใช้จ่ายดังกล่าวด้วย สรุปโดยรวมแล้วหากท่านดำรงชีพจนถึงอายุ 75 ปี ท่านจะมีค่าใช้จ่ายรวมเป็นเงินเท่าไหร่

            2. เงินที่ได้รับจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้รับยกเว้นภาษีหรือไม่ ก่อนอื่นท่านต้องถามกรรมการกองทุนก่อนว่าการออกจากงานของท่านอยู่ในโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนดของบริษัทท่านหรือไม่ ถ้าใช่ ก็ผ่านไปด่านที่สองคือเข้าไปดูประกาศอธิบดีกรมสรรพากรฉบับที่ 188 และ 202 ว่าเข้าเงื่อนไขได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับเงินที่ได้รับจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือไม่

            3. หาทางเลือก หากท่านยังไม่เข้าเงื่อนไขได้รับยกเว้นภาษี หมายความว่าเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ได้รับต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามประมวลรัษฎากร ก็ต้องลองคำนวณภาษีดูค่ะว่าต้องเสียภาษีเท่าไหร่แล้วเหลือสุทธิเท่าไหร่ ถึงตรงนี้คงต้องเลือกล่ะค่ะว่า (ก) จะยอมเสียภาษีเงินได้หากเงินกองทุนที่ได้รับหลังหักภาษียังมีอีกเหลือเฟือ หรือ (ข) คงเงินไว้ในกองทุนเพื่อรอให้เข้าเงื่อนไขยกเว้นภาษี ซึ่งในระหว่างที่คงเงินท่านไม่สามารถขอรับเงินออกจากองทุนบางส่วนได้ นั่นหมายความว่าระหว่างที่คงเงินท่านต้องมีเงินจากแหล่งอื่นมาใช้จ่ายโดยไม่ต้องพึ่งเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

            4. ทำความเข้าใจเงื่อนไขการคงเงิน หากท่านยังไม่เข้าเงื่อนไขได้รับยกเว้นภาษีในเรื่องอายุตัว คือมีอายุน้อยกว่า 55 ปี ท่านต้องคงเงินไว้จนถึงอายุเกษียณตามปกติที่นายจ้างกำหนด เช่น ข้อบังคับบริษัทกำหนดให้พนักงานเกษียณอายุปกติที่อายุ 60 ปี ท่านก็ต้องคงเงินไว้จนอายุครบ 60 ปี เป็นต้น แต่หากท่านยังไม่เข้าเงื่อนไขได้รับยกเว้นภาษีในเรื่องอายุสมาชิกกองทุน ท่านก็ต้องคงเงินไว้ในกองทุนจนกว่าจะมีอายุสมาชิกกองทุนไม่น้อยกว่า 5 ปี (รวมกับอายุสมาชิกกองทุนเมื่อยังทำงานอยู่ด้วย)

            เมื่อดูปัจจัยต่าง ๆ แล้ว มาถึงขั้นตอนสำคัญคือการประมวลผล สรุปว่าเงินสุทธิที่ท่านจะได้รับจากกองทุนจำนวนเท่าไหร่ เพียงพอกับค่าใช้จ่ายจนถึง 20 ปีข้างหน้าหรือไม่ ซึ่งในระหว่างทางก็ต้องคิดเรื่องการเสียภาษีหรือการคงเงินไว้ในกองทุนด้วยหากท่านยังไม่เข้าเงื่อนไขภาษี สุดท้ายอาจต้องคิดเผื่อด้วยว่าเงินกองทุนที่ได้รับไปทั้งก้อน ท่านจะบริหารจัดการอย่างไรให้เงินกองทุนงอกเงยทันหรือชนะเงินเฟ้อในอีก 20 ปีข้างหน้า หากประมวลผลแล้ว การออกจากงานอาจทำให้ไม่ค่อยอยู่แบบเป็นสุขเท่าไหร่ ก็ขอแนะนำให้ทำงานต่อไปก่อนเถอะค่ะ เพราะค่าจ้างก็ยังได้ แถมเผลอ ๆ อาจได้เพิ่มขึ้น เงินสมทบจากนายจ้างก็ยังได้อีก นอกจากนั้นยังได้บริหารสมองช่วยให้เป็นอัลไซเมอร์ช้าลงด้วยนะคะ

            ท่านสามารถดูข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้ที่ www.thaipvd.com แล้วพบกันใหม่ สวัสดีค่ะ



 

วันที่อัพเดทล่าสุด 23/08/2554
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง : สำนักงาน ก.ล.ต. | สมาคมบริษัทจัดการลงทุน | สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
333/3 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ 1207 หรือ 0 2695 9999 โทรสาร 0 2695 9660
ข้อควรทราบ เว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการให้ข่าวสารและข้อมูลแก่ผู้สนใจทั่วไป แต่ไม่ถือว่าเป็นการให้คำแนะนำโดยสำนักงาน ก.ล.ต. การนำข้อมูลที่ปรากฏบนเว็บไซต์ไปใช้ประโยชน์ ถือว่าอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ใช้ข้อมูล ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งคณะผู้จัดทำตั้งใจที่จะปรับปรุงให้เป็นข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัยอยู่ตลอดเวลา
หากท่านเห็นว่าข้อมูลส่วนใดไม่ถูกต้อง โปรดแจ้งคณะผู้จัดทำหรือสอบถามเพิ่มเติมหรือได้ที่ thaipvd@sec.or.th