หน้าแรก | บทบาท ก.ล.ต. | Links | Sitemap | ติดต่อเรา  



Thai PVD Series คลิปวิดีโอเรื่อง
สุขหลังเกษียณ...คุณทำได้
Download : wmv | mp4

สรรหามาเล่า
ตอน ความเสี่ยงในการลงทุนของสมาชิก ควรป้องกันอย่างไร


            เมื่อพูดถึงกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สมาชิกกองทุนคงนึกถึงเงินก้อนโตที่จะได้รับจากกองทุนเมื่อออกจากงานหรือเกษียณอายุ หลังจากที่ได้ส่งเงินสะสมเข้ากองทุนมาเป็นระยะเวลานานนับสิบปี แต่จำนวนเงินที่สมาชิกแต่ละคนจะได้รับจะเป็นไปตามที่คาดหวังหรือไม่ ขึ้นกับปัจจัยหลัก 2 ประการคือ จำนวนเงินที่นำส่งเข้ากองทุนและผลตอบแทนที่ได้รับจากการที่บริษัทจัดการนำเงินกองทุนไปลงทุน ระบบการออมเพื่อเกษียณในลักษณะนี้เรียกว่า Defined Contribution (DC) ซึ่งเป็นระบบที่กองทุนการออมทั่วโลกใช้กันในปัจจุบัน

            ในหลักการสากลของการออมแบบ DC จะเปิดให้สมาชิกเลือกนโยบายการลงทุนที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมกับความต้องการใช้เงินในยามเกษียณและระดับการยอมรับความเสี่ยงของสมาชิกแต่ละคน ที่ผ่านมา ก.ล.ต. ได้ผลักดันให้คณะกรรมการกองทุนจัดให้สมาชิกเลือกนโยบายการลงทุนได้เอง (employee’s choice) แทนการมีนโยบายการลงทุนเพียงแบบเดียวที่ใช้กับทุกคน จนเป็นผลให้ปัจจุบัน (30 มิ.ย 56) สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกว่า 9 แสนคน จากทั้งหมด 2.5 ล้านคนมีโอกาสเลือกนโยบายการลงทุน และในการให้สมาชิกเลือกนโยบายการลงทุนยังทำได้ 2 รูปแบบ คือ

            รูปแบบที่ 1 ให้สมาชิกเลือกนโยบายหรือแผนการลงทุนที่มีการจัดสัดส่วนการลงทุนในทรัพย์สินต่าง ๆ แบบสำเร็จรูป เช่น แผนการลงทุนที่ 1 ลงทุนในตราสารหนี้ร้อยละ 80 ตราสารทุนร้อยละ 20 หรือแผนการลงทุนที่ 2 ลงทุนในตราสารหนี้ร้อยละ 60 ตราสารทุนร้อยละ 40 เป็นต้น

            รูปแบบที่ 2 ให้สมาชิกจัดสัดส่วนการลงทุนในทรัพย์สินประเภทต่าง ๆ ได้เอง (Do it yourself – DIY) เช่น นาย ก เลือกลงทุนในตราสารทุนร้อยละ 50 ตราสารหนี้ร้อยละ 40 กองทุนรวมทองคำร้อยละ 10 เป็นต้น 

            ไม่ว่าสมาชิกจะเลือกนโยบายการลงทุนรูปแบบใด สิ่งที่เป็นหัวใจของการลงทุนคือ สมาชิกต้องมีความเข้าใจในทรัพย์สินที่ลงทุนดีพอและมีทักษะในการจัดสรรเงินลงทุน (asset allocation) ที่เหมาะสมเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่ดีและมีการกระจายความเสี่ยงการลงทุน แต่จากวิกฤตการเงินโลกเมื่อปี 2551 International Organization of Pension Supervisor (IOPS) ได้สำรวจข้อมูลกองทุนการออม (pension fund) ทั่วโลกพบว่า สมาชิกกองทุนยังขาดความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดสรรเงินลงทุน มักลงทุนกระจุกตัวอยู่ในทรัพย์สินบางประเภท และตื่นตระหนกเมื่อเงินกองทุนลดลง ดังนั้น จึงแนะนำให้องค์กรกำกับดูแลกองทุนการออมเพิ่มผลิตภัณฑ์เพื่อให้สมาชิกลงทุนได้หลากหลาย แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องดูแลไม่ให้สมาชิกลงทุนโดยมีความเสี่ยงมากเกินไปจนมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเงินกองทุนในอนาคต

            จากข้อมูลของ IOPS ปัจจุบันองค์กรกำกับดูแลกองทุนการออมทั่วโลกมีการดูแลความเสี่ยงในการลงทุนของสมาชิก 2 แนวทาง 

            แนวทางแรก คือ การใช้หลักความรู้ความสามารถเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพ (Prudent person rule approach) ซึ่งไม่มีข้อจำกัดการลงทุนเชิงปริมาณแต่ใช้หลักการให้ผู้จัดการกองทุนปฏิบัติหน้าที่ตามความรับผิดชอบของตนด้วยความระมัดระวัง รอบคอบ และตามทักษะความเชี่ยวชาญที่ตนมี โดยองค์กรกำกับดูแลกำหนดเพียงให้มีการเปิดเผยข้อมูล การกำหนดแนวทางปฏิบัติที่ดี หรือกำหนดความคาดหวังที่มีต่อผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งทรัสตี (trustee) และผู้จัดการกองทุนว่าจะบริหารกองทุนอย่างไรเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของสมาชิก 

            แม้ว่าแนวทางนี้ไม่จำกัดการลงทุนเชิงปริมาณ แต่ทรัสตีต้องใช้หลักการกระจายความเสี่ยง (diversification) ในการจัดสรรเงินกองทุน ไม่ให้สมาชิกเลือกลงทุนทั้งหมดหรือส่วนใหญ่ในทรัพย์สินประเภทเดียว (single asset class) แต่หาก choice ที่ให้สมาชิกเลือกเป็นประเภททรัพย์สินที่มีความเสี่ยงสูงและไม่ได้กำหนดสัดส่วนให้สมาชิกลงทุน ทรัสตีก็อาจต้องนำการจำกัดเชิงปริมาณมาใช้ ซึ่งแนวทางนี้มักใช้กับประเทศที่ตลาดการเงินพัฒนาแล้ว มี trust-based provider จำนวนมาก เช่น สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย แคนาดา เนเธอร์แลนด์ ลักเซมเบอร์ก ญี่ปุ่น

            แนวทางที่ 2 คือ การมีข้อจำกัดเชิงปริมาณ (Qantitative approach) เป็นกลไกการควบคุมความเสี่ยงโดยออกเป็นเกณฑ์บังคับ เช่น จำกัดการลงทุนในทรัพย์สินแต่ละประเภท รวมทั้งออกเกณฑ์การลงทุนในทรัพย์สินทางเลือกที่ไม่มีสภาพคล่อง (illiquid asset classes) เช่น สินค้าโภคภัณฑ์ อสังหาริมทรัพย์ โครงสร้างพื้นฐาน โดยอนุญาตให้ลงทุนได้บางประเภทหรือลงทุนรวมกันได้ไม่เกินอัตราส่วนที่กำหนด จำกัดการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (derivatives) รวมทั้งมีการออกแบบทางเลือกในการลงทุนเพื่อจำกัดความเสี่ยงของสมาชิก เช่น ให้มีกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงสอดคล้องกับช่วงอายุของสมาชิก (life- cycle fund) แนวทางนี้มักใช้กับประเทศที่ตลาดการเงินกำลังพัฒนา มีผู้ให้บริการจำนวนน้อย ซึ่งเป็นประเทศในแถบเอเชีย ยุโรปตะวันออก แต่ก็มียุโรปบางประเทศที่มีข้อจำกัดเชิงปริมาณ เช่น ฟินแลนด์ กำหนดให้กองทุนลงทุนในทรัพย์สินประเภทเดียวได้ไม่เกิน 25 เปอร์เซนต์

            การที่องค์กรกำกับดูแลจะเลือกใช้แนวทางการควบคุมความเสี่ยงแบบใด ขึ้นกับลักษณะและที่มาของกองทุนของแต่ละประเทศ ซึ่งต้องพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ ประกอบ สำหรับประเทศไทย เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอาจเป็นเงินก้อนเดียวที่ลูกจ้างส่วนใหญ่มีไว้ดำรงชีพเมื่อเกษียณ การเพิ่มประเภททรัพย์สินให้กองทุนลงทุนได้หลากหลาย จึงเปิดโอกาสให้กองทุนสร้างผลตอบแทนได้มากขึ้น แต่ในขณะที่ตลาดการเงินของเราอยู่ระหว่างการพัฒนา ลูกจ้างที่เป็นสมาชิกกองทุนยังมีความรู้ ความเข้าใจทางการเงินการลงทุนไม่มากนัก ไม่ว่าจะเป็นลูกจ้างที่ทำงานในโรงงานหรือแม้แต่ในธุรกิจการเงินก็ตาม ดังนั้น การใช้กลไกจำกัดการลงทุนเชิงปริมาณที่กำหนดให้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพลงทุนในทรัพย์ทางเลือก เช่น กองทุนรวมทองคำ ได้ไม่เกิน 15 เปอร์เซ็นต์ จึงมีความจำเป็นต้องนำมาใช้ (ประเทศอื่นจำกัดการลงทุนในทรัพย์สินทางเลือกแตกต่างกันอยู่ระหว่าง 5-30 เปอร์เซ็นต์) เพื่อให้สมาชิกมีการกระจายความเสี่ยงในการลงทุน เนื่องจากทองคำมีความผันผวนทางด้านราคาสูง ไม่ได้เป็นสินทรัพย์ที่มีความมั่นคง (safe haven) ของผู้ลงทุนอีกต่อไป เนื่องจากผลกำไรหรือขาดทุนไม่เพียงจะขึ้นกับราคาทองคำที่เปลี่ยนไปตาม demand และ supply ในตลาดโลก แต่ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยเชิงมหภาคอื่น ๆ อีกหลายประการ ซึ่งการวิเคราะห์มูลค่าทองคำไม่สามารถทำได้แบบที่วิเคราะห์มูลค่าหุ้นที่ดูว่าบริษัทนั้นมียอดขายอย่างไร มีการขยายการผลิตหรือผลิตสินค้าใหม่ไปในทางไหน มีความเข้มแข็งทางการเงินหรือไม่ มีอัตรากำไรและการจ่ายเงินปันผลอย่างไร มีผู้บริหารที่มีความสามารถและมีความซื่อสัตย์สุจริตหรือไม่ อย่างไรก็ดี หากในอนาคตสมาชิกกองทุนมีความเข้าใจการลงทุนในทรัพย์สินทางเลือกมากขึ้น ก.ล.ต. ก็อาจขยายอัตราส่วนการลงทุนเพิ่มขึ้น

            สำหรับสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่รู้จักและเข้าใจความเสี่ยงในการลงทุนเป็นอย่างดีและ ประสงค์จะลงทุนในทรัพย์สินประเภทใดประเภทหนึ่งในอัตราส่วนที่มากกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ก็สามารถลงทุนเพิ่ม (top up) ผ่านกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (retirement mutual fund – RMF) ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการออมเงินระยะยาวเพื่อวัยเกษียณ โดยไม่มีข้อจำกัดในการจัดสรรเงินลงทุนแต่อย่างใด

            แม้ว่าปัจจุบันการควบคุมความเสี่ยงที่ ก.ล.ต. ใช้อยู่จะเป็น Quantitative approach แต่ก็มีหลายเรื่องที่ใช้ Prudent person rule approach รวมทั้งมีเป้าหมายที่จะมุ่งไปสู่ Prudent person rule approach มากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ของบริษัทจัดการในการบริหารกองทุนเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของสมาชิก และที่สำคัญคือต้องช่วยกันทำให้สมาชิกมีความรู้ความเข้าใจในการเงินการลงทุนและผลิตภัณฑ์ทางการเงินอย่างเพียงพอ เพื่อให้สมาชิกเลือกลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพด้วยความเข้าใจ...เพราะ ก.ล.ต. อยากให้คนไทยสุขล้ำยามเกษียณ



วันที่อัพเดทล่าสุด 30/10/2556
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง : สำนักงาน ก.ล.ต. | สมาคมบริษัทจัดการลงทุน | สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
333/3 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ 1207 หรือ 0 2695 9999 โทรสาร 0 2695 9660
ข้อควรทราบ เว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการให้ข่าวสารและข้อมูลแก่ผู้สนใจทั่วไป แต่ไม่ถือว่าเป็นการให้คำแนะนำโดยสำนักงาน ก.ล.ต. การนำข้อมูลที่ปรากฏบนเว็บไซต์ไปใช้ประโยชน์ ถือว่าอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ใช้ข้อมูล ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งคณะผู้จัดทำตั้งใจที่จะปรับปรุงให้เป็นข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัยอยู่ตลอดเวลา
หากท่านเห็นว่าข้อมูลส่วนใดไม่ถูกต้อง โปรดแจ้งคณะผู้จัดทำหรือสอบถามเพิ่มเติมหรือได้ที่ thaipvd@sec.or.th