หน้าแรก | บทบาท ก.ล.ต. | Links | Sitemap | ติดต่อเรา  



Thai PVD Series คลิปวิดีโอเรื่อง
สุขหลังเกษียณ...คุณทำได้
Download : wmv | mp4

เข้าถึงทางเลือกในการลงทุนง่าย ๆ ใกล้บ้านคุณ
โดย ดร.วรพล โสคติยานุรักษ์
เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
คอลัมน์ เปิดบ้าน ก.ล.ต. หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน 2557

สังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้วนะครับ กล่าวง่าย ๆ คือโครงสร้างอายุของคนไทยจะมีลักษณะเป็นพิระมิดหัวกลับ ผู้สูงอายุหรือวัยพึ่งพิงจะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น ในขณะที่วัยเด็กและวัยทำงานจะมีสัดส่วนที่ลดลง จำนวนประชากรในวัยพึ่งพิงที่สูงขึ้นนี้จะแปรผกผันกับระดับรายได้ที่ลดลงในทันทีที่เกษียณ

ผมจึงเห็นว่าเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งที่เราต้องเข้าใจและเห็นความจำเป็นของการลงทุนเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการสุข..เกษียณ หรือเกษียณแบบพึ่งพาตนเองได้ มีเงินให้จับจ่ายใช้สอยอย่างพอเพียง หลังจากตรากตรำทำงานมาตลอดเวลาหลายสิบปี

แต่ปัจจุบันเรากลับพบปัญหาที่อาจทำให้พี่น้องชาวไทยจำนวนไม่น้อย ไม่สามารถเข้าสู่วัยเกษียณได้อย่างมั่นใจ ปัญหาดังกล่าวได้แก่ ปัญหาสามไม่ “การไม่มีความรู้และทักษะทางการเงิน การไม่มีวินัยทางการเงิน และการไม่สนใจปัญหาที่มีอยู่”

การไม่มีความรู้และทักษะทางการเงิน ส่งผลให้ไม่ทราบว่าจะวางแผนการลงทุนอย่างไรให้ชนะเงินเฟ้อหรือได้ผลตอบแทนที่ดีภายใต้ความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ส่วนการไม่มีวินัยทางการเงิน เช่น การใช้จ่ายเกินกำลังจนเป็นหนี้สิน ไม่เก็บออม ไม่นำเงินไปลงทุนอย่างสม่ำเสมอ แต่ที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดก็คือการไม่สนใจหรือไม่เข้าใจว่าการขาดความรู้และขาดวินัยการเงินเป็นปัญหาสำคัญ ซึ่งจะส่งผลต่ออนาคตของตนเองและสังคม

เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ก.ล.ต. ได้มีโครงการสร้างความ “เข้าใจ” รวมถึงเตรียมความพร้อมแหล่ง “เข้าถึง” เพื่อให้ประชาชนลงทุนได้ในแหล่งใกล้ตัว ในส่วนของการสร้างความ “เข้าใจ” ก.ล.ต. มุ่งเน้นการให้ความรู้ทางการเงินกับภาคประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยจัดให้มี “โครงการความรู้การเงินในที่ทำงาน” สนับสนุนให้นายจ้างจัดโปรแกรมให้ความรู้ด้านการจัดการทางการเงินแก่พนักงานอย่างต่อเนื่อง

ความรู้นี้จะสร้างรากฐานให้พนักงานซึ่งเป็นทรัพย์สินที่มีค่าสูงสุดขององค์กรมีความเป็นอยู่ที่ดี ทั้งในปัจจุบันต่อเนื่องถึงยามเกษียณ และเมื่อมีความสุข มีความเป็นอยู่ที่ดีแล้ว การปฏิบัติงานก็จะมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้องค์กรเข้มแข็ง ธุรกิจมั่นคง เศรษฐกิจชาติก็จะมั่งคั่งตามมาด้วยครับ

นอกจากความ “เข้าใจ” แล้ว การ “เข้าถึง” หรือการช่วยให้การลงทุนในตลาดทุนเป็นเรื่องใกล้ตัว ง่าย สะดวก ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้คนไทยหันมาลงทุนเพื่อมีทางเลือกในการสร้างผลตอบแทนมากขึ้นด้วยครับ การทำให้เข้าถึงแบบง่าย ๆ นี้ ทำได้ตั้งแต่การจัดให้มีเครื่องมือทางการเงินที่หลากหลายให้เลือกลงทุนได้เหมาะกับความต้องการ หรือการเข้าถึงการลงทุนด้วยเงินจำนวนไม่มาก เพื่อกลุ่มที่เริ่มทำงานใหม่ เงินเดือน รายได้อาจยังไม่มาก จะได้เริ่มต้นลงทุนเพื่อไว้ใช้ยามเกษียณ

โดยเริ่มต้นด้วยเงินจำนวนน้อยได้ เช่นโครงการ “สานฝันเริ่มด้วยพันบาท” ที่เปิดโอกาสให้ลงทุนในกองทุนรวมที่เข้าร่วมโครงการด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 1,000 บาทเป็นประจำทุกเดือนผ่านตัวแทนขายของบริษัทจัดการลงทุน

แนวทางหนึ่งที่จะส่งเสริมการ “เข้าถึง” การลงทุนก็คือ ลงทุนผ่านช่องทางที่เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนไทย ช่องทางแรกที่ใกล้ชิดกับคนไทยอย่างมากก็คือ ไปรษณีย์ไทยที่มีที่ทำการกระจายอยู่ทั่วประเทศ ครับ กิจการนี้มีความใกล้ชิด อยู่คู่ชีวิตประจำวัน ผูกพันกับเรามาช้านาน ทั้งยังมีบริการที่หลากหลายรวมถึงบริการ Pay @ Post ซึ่งรับชำระค่าบริการต่าง ๆ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบัตรเครดิตอีกด้วย

ปัจจุบัน ร้านสะดวกซื้อ เช่น 7-11 โมเดิร์นเทรด เช่น เทสโก้ โลตัส รวมถึงร้านค้าชั้นนำก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ใกล้ชิดกับคนไทยครับ หลายท่านใช้บริการจับจ่ายสินค้าอุปโภคบริโภค และใช้โอกาสเดียวกันชำระเงินค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ที่เคาน์เตอร์เซอร์วิส ในร้าน 7-11 หรือใช้บริการช่องชำระเงิน (bill payment) ในเทสโก้โลตัส ก็ทำให้ได้รับความสะดวกสบายอย่างมากครับ

ช่องทางที่ใกล้ชิดชาวไทยทั้งไปรษณีย์ ร้านสะดวกซื้อและโมเดิร์นเทรดนี้เองครับ ที่ผมเห็นว่าจะเป็นการเปิดมิติใหม่ในการทำให้คนไทยเข้าถึงการลงทุนในตลาดทุนได้อย่างง่ายและสะดวก โดยเริ่มต้นจากไปรษณีย์ไทย เคาน์เตอร์เซอร์วิสซึ่งให้บริการทั้งในร้าน 7-11 และร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ รวมถึงบริการ bill payment ในเทสโก้ โลตัส จะเปิดให้บริการรับชำระค่าซื้อกองทุนรวมในทุกสาขาทั่วประเทศ (Paying Agent) ตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไปครับ

ผมเชื่อว่าช่องทางนี้จะเป็นช่องทางที่มีประสิทธิภาพในการเข้าถึงตลาดทุน เพราะด้วยสาขาทั่วประเทศของไปรษณีย์ไทยที่ให้บริการมากกว่า 1,300 แห่ง สาขาของเทสโก้โลตัสที่มีมากกว่า 1,700 แห่ง และเคาน์เตอร์เซอร์วิสที่มีสาขามากกว่า 9,000 แห่ง จะทำให้ผู้ลงทุนเข้าถึงตลาดทุนได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมมากครับ ซึ่งในระยะแรกนี้ Paying Agent จะให้บริการแก่ผู้ที่เปิดบัญชีกับบริษัทหลักทรัพย์จัดการลงทุน (บลจ.) ที่เป็นพันธมิตรกับไปรษณีย์ ร้านสะดวกซื้อ และโมเดิร์นเทรด โดยเริ่มจากการส่งคำสั่งซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนรวมทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งรวมถึงกองทุนรวมใน “โครงการสานฝันเริ่มด้วยพันบาท” ด้วย โดยผู้ลงทุนสามารถชำระเงินค่าหน่วยลงทุนผ่าน Paying Agent ได้ทั่วประเทศตลอดเวลาทำการครับ

ในอนาคต หากไปรษณีย์ไทย ร้านสะดวกซื้อ และโมเดิร์นเทรดมีความพร้อมด้านต่าง ๆ เช่น ผู้บริหาร ระบบงาน รวมถึงบุคลากรได้รับการอบรม เพื่อทำหน้าที่ให้คำแนะนำในการวางแผนการจัดสรรพอร์ตการลงทุนและคัดเลือกหลักทรัพย์ที่จะลงทุนให้แก่ลูกค้าได้อย่างเหมาะสมแล้ว ก็จะสามารถขยายธุรกิจในตลาดทุนได้ครบวงจร ด้วยการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ค้าหลักทรัพย์ หรือจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ที่เป็นหน่วยลงทุน (LBDU) ได้อีกด้วย

เมื่อสังคมไทยมีความ “เข้าใจ” และ “เข้าถึง” การลงทุนได้มากขึ้นแล้ว ผมเชื่อว่าประชาชนชาวไทยก็จะ “เข้าใกล้” เป้าหมายของความมั่นคงทางการเงินส่วนตัวที่จะใช้ชีวิตทั้งในปัจจุบันและยามเกษียณอย่างเป็นสุขเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ประเทศไทยของเรามีความมั่นคงและมั่งคั่งทางเศรษฐกิจมากขึ้นด้วยครับ


วันที่อัพเดทล่าสุด 29/07/2557
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง : สำนักงาน ก.ล.ต. | สมาคมบริษัทจัดการลงทุน | สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
333/3 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ 1207 หรือ 0 2695 9999 โทรสาร 0 2695 9660
ข้อควรทราบ เว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการให้ข่าวสารและข้อมูลแก่ผู้สนใจทั่วไป แต่ไม่ถือว่าเป็นการให้คำแนะนำโดยสำนักงาน ก.ล.ต. การนำข้อมูลที่ปรากฏบนเว็บไซต์ไปใช้ประโยชน์ ถือว่าอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ใช้ข้อมูล ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งคณะผู้จัดทำตั้งใจที่จะปรับปรุงให้เป็นข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัยอยู่ตลอดเวลา
หากท่านเห็นว่าข้อมูลส่วนใดไม่ถูกต้อง โปรดแจ้งคณะผู้จัดทำหรือสอบถามเพิ่มเติมหรือได้ที่ thaipvd@sec.or.th