Home | E-Newsletter | สรรหามาเล่า | โปรแกรมช่วยคำนวณภาษี | FAQ | English

 

ขั้นตอนการมี  employee's choice

           ณ วันที่คณะกรรมการกองทุนได้ตัดสินใจที่จะนำระบบ "ลูกจ้างเลือกลงทุน" มาใช้นั้น นายจ้างต้องเตรียมการทั้งในด้านกลไกการดำเนินงานสำหรับรองรับระบบการบริหารกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่จะซับซ้อนขึ้น พร้อมทั้งสร้างความรู้และความเข้าใจกับบุคลากรในทุกระดับชั้น ให้พร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งของระบบการเลือกนโยบายการลงทุนด้วยตนเอง 

 

 

 

 

 

 

          1. เช็คสภาพก่อนใช้ระบบ "ลูกจ้างเลือกลงทุน"

                 ก่อนอื่นเลยคณะกรรมการกองทุนควรจะสำรวจสถานภาพของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของตนเองว่ามีความพร้อมในด้านต่างๆ มากน้อยเพียงไร ที่จะต่อยอดกับระบบ "ลูกจ้างเลือกลงทุน"

                  ความพร้อมของระบบงาน มีผลต่อบุคลากรและงานธุรการ 

                       สำรวจดูความพร้อมของนายจ้าง เพื่อรองรับงานธุรการที่จะเกิดขึ้นเพิ่มเติม เนื่องจากสมาชิกแต่ละรายอาจเลือกนโยบายการลงทุนมากกว่า 1 แบบได้ จึงควรมีระบบการบันทึกข้อมูลที่ถูกต้องและเชื่อถือได้ คณะกรรมการกองทุนอาจต้องปรึกษากับฝ่ายงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ฝ่ายการพนักงานหรือฝ่ายการเงิน เพื่อดูความพร้อมของระบบงานที่จะรองรับการบันทึกข้อมูลและการจ่ายเงินเข้ากองทุน เป็นต้น นอกจากนี้ ผู้ที่ทำทะเบียนสมาชิกควรเข้าใจในความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นและสามารถประสานงานร่วมกับบริษัทจัดการ เพื่อให้การนำจ่ายเงินเข้ากองทุนเป็นไปได้อย่างถูกต้องด้วย 

                  เงินกองทุน  มีผลในเรื่องจำนวนกองทุน และต้นทุน

                       ในกรณี single fund จำนวนนโยบายที่จะมีให้ลูกจ้างเลือกลงทุนนั้นขึ้นอยู่กับขนาดของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพด้วยเช่นกัน เนื่องจากผู้จัดการกองทุนจะไม่สามารถบริหารนโยบายนั้น ๆ ได้ หากมีจำนวนเงินกองทุนน้อยเกินไป ดังนั้น สำหรับนายจ้างที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพขนาดไม่ใหญ่นัก ก็มีทางเลือกอื่นในการใช้ระบบลูกจ้างเลือกลงทุน เช่น การไปเข้าร่วมใน Pooled Fund กับนายจ้างอื่น ซึ่งจะทำให้หมดปัญหาเรื่องขนาดเงินกองทุนตามที่กล่าวข้างต้น 

                  บริษัทจัดการ  มีผลต่อประสิทธิภาพการบริหารกองทุน  

                       คณะกรรมการกองทุนจะยังคงให้บริษัทจัดการที่บริหารเงินอยู่ในปัจจุบัน ดำเนินการต่อไป หรือจะเลือกบริษัทจัดการอื่นเข้ามาทำหน้าที่ ซึ่งอาจจะต้องเปรียบเทียบปัจจัยต่างๆ เช่น นโยบายการลงทุนที่บริษัทจัดการเสนอ ความชำนาญในนโยบายการลงทุนแต่ละแบบ หรือบริการเสริมอื่นๆ เป็นต้น 

          2. ดูใจสมาชิก 

                 เพื่อดูความพร้อมของสมาชิก คณะกรรมการกองทุนควรสำรวจความคิดเห็นเบื้องต้น เพื่อให้ทราบกระแส ความต้องการและความเข้าใจของสมาชิกในการนำระบบ "ลูกจ้างเลือกลงทุน" มาใช้ด้วยขั้นตอนต่าง ๆ ต่อไปนี้

                  แจ้งสิ่งที่จะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงในข้อ 1 ให้สมาชิกทราบ รวมทั้งหน้าที่ของลูกจ้างที่ต้องรับผิดชอบตัวเองมากขึ้น ระบบธุรการ และสิทธิประโยชน์ต่างๆ

                  เผยแพร่ให้ความรู้แก่สมาชิกโดยอาจแจกเอกสารสารเผยแพร่ หรือจัดกิจกรรมเพื่อสื่อสารความรู้ขึ้น เช่น การจัดสัมมนาโดยเชิญบริษัทจัดการมาให้ความรู้เกี่ยวกับนโยบายการลงทุนแบบต่าง ๆ และผลกระทบจากการเปลี่ยนนโยบายการลงทุน ทั้งนี้ สิ่งที่สมาชิกกองทุนควรต้องรู้ ได้แก่ วิธีการเลือกนโยบายการลงทุนที่เหมาะสมกับตนเอง สิทธิในการเปลี่ยนนโยบายการลงทุนรูปแบบกองทุน และความถี่ของการรายงานยอดเงินกองทุนแก่สมาชิก ซึ่งหมายรวมถึงรายงานเกี่ยวกับมูลค่าต่อหน่วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จำนวนหน่วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 

                  เมื่อได้ให้ความรู้แก่สมาชิกแล้ว อาจจัดให้สมาชิกตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับการนำระบบ "ลูกจ้างเลือกลงทุน" มาใช้ โดยให้แบบสอบถามครอบคลุมถึงเรื่องความต้องการเปลี่ยนนโยบายการลงทุน รูปแบบกองทุน นโยบายการลงทุน สัดส่วนการลงทุน รวมทั้งความถี่ในการปรับเปลี่ยนนโยบายลงทุน เป็นต้น และนำข้อมูลในแบบสอบถามมาประมวลผล เพื่อดูทัศนคติ ความต้องการส่วนใหญ่ของสมาชิก ทั้งนี้ หากสมาชิกส่วนใหญ่ต้องการให้มีระบบ "ลูกจ้างเลือกลงทุน" คณะกรรมการกองทุนจะต้องศึกษาจากข้อมูลที่ได้ว่าสมาชิกส่วนใหญ่ต้องการเลือกนโยบายการลงทุนแบบใด แบ่งสัดส่วนการลงทุนเท่าไร เพื่อนำมาพิจารณาแนวทางการจัดรูปแบบ "ลูกจ้างเลือกลงทุน" ที่เหมาะสม เพราะหากจัดให้มีทุกนโยบายการลงทุน ตามที่สมาชิกต้องการทั้งหมด อาจไม่คุ้มกับค่าใช้จ่ายและความยุ่งยากที่อาจเกิดขึ้น 

 

 


 เมนูหลัก                                                                                                                                                                            ปรับปรุงล่าสุด : 21 สิงหาคม 2551

About us | Site Map | Link | Glossary | Contact Us