Home | E-Newsletter | สรรหามาเล่า | โปรแกรมช่วยคำนวณภาษี | FAQ | English

 

ทำไมต้องเลือกนโยบายการลงทุน

          แต่เดิมกฎหมายมีการวางเงื่อนไขนโยบายการลงทุนของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยกำหนดสัดส่วนของเงินลงทุนส่วนใหญ่ให้ไปลงทุนในตราสารทางการเงินที่มีความมั่นคงสูง ซึ่งอาจเป็นข้อจำกัดและไม่ยืดหยุ่นตามลักษณะและความต้องการที่แท้จริงของสมาชิกกองทุน ลักษณะที่ว่าได้แก่ อายุ การยอมรับในเรื่องความเสี่ยงจากการลงทุน และความต้องการผลตอบแทนที่ต้องการ เป็นต้น เหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่มีส่วนกำหนดรายละเอียดด้านนโยบายการลงทุนของสมาชิกกองทุนที่มีความหลากหลายมากกว่าที่กำหนดเป็นเงื่อนไขการลงทุนเพียงแบบเดียว

          ในปัจจุบัน กฎหมายเปิดโอกาสให้ลูกจ้างแต่ละคนเข้ามามีบทบาทในการเลือกนโยบายการลงทุนที่เหมาะสมกับตนเองได้ (employee's choice) ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า "ลูกจ้างเลือกลงทุน" โดยลูกจ้างสามารถเลือกนโยบายการลงทุนทั้งด้านความเสี่ยงและผลตอบแทนตามที่ตนเองต้องการ ลองมาดูกันว่า...การให้ลูกจ้างเลือกลงทุนได้ต้องมีการเตรียมตัวกันอย่างไร เนื่องจากต้องมีการเตรียมพร้อมทั้งฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้าง


          การวางเงื่อนไขนโยบายการลงทุนที่กำหนดสัดส่วนของเงินลงทุนส่วนใหญ่ ให้ลงทุนในตราสารทางการเงินที่มีความมั่นคงสูง อาจเป็นข้อจำกัด และไม่ยืดหยุ่นตามลักษณะและความต้องการที่แท้จริงของสมาชิกกองทุน ลักษณะที่ว่า ได้แก่ อายุ การยอมรับในเรื่องความเสี่ยงจากการลงทุน และความต้องการผลตอบแทนที่ต่างกัน เหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่มีส่วนกำหนดรายละเอียดด้านนโยบายการลงทุนของสมาชิกกองทุนที่มีความหลากหลายมากกว่าที่กำหนดเป็นเงื่อนไขการลงทุนเพียงแบบเดียว ซึ่งสามารถใช้แผนภาพด้านล่างนี้ พิจารณาดูความต้องการลงทุนที่ผันแปรไปตามธรรมชาติของบุคคล
 

 ช่วงอายุ (ปี)

รูปแบบการลงทุนที่เหมาะสม

เหตุผล

วัยหนุ่มสาว
(ไม่เกิน 30 ปี)

เน้นลงทุนเชิงรุกในตราสารทุน ซึ่งมีโอกาสได้รับอัตราผลตอบแทนสูงแม้จะมีความเสี่ยงสูง และแบ่งเงินบางส่วนไปลงทุนในตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงน้อยกว่า

มีช่วงเวลาในการออมนาน 30 - 40 ปี จึงสามารถลงทุนแบบเสี่ยงสูงเพื่อให้ได้อัตราผลตอบแทนสูงขึ้น และหากเกินการขาดทุน ก็มีเวลาปรับเปลี่ยนรูปแบบการลงทุนได้ทัน

วัยกลางคน
(30 - 50 ปี)

เน้นการลงทุนแบบผสมเพื่อเป็นการกระจายการลงทุนในหลักทรัพย์หลายประเภท โดยลงทุนทั้งในตราสารทุนและตราสารหนี้ในสัดส่วนใกล้เคียงกัน

มีช่วงเวลาการออมเพียง 10 - 30 ปี จึงควรแบ่งเงินลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่แน่นอนส่วนหนึ่ง และลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้นอีกส่วนหนึ่ง

วัยสูงอายุ
(50 ปีขึ้นไป)

เน้นลงทุนในตราสารหนี้ ซึ่งมีความเสี่ยงน้อย และลงทุนส่วนน้อยในตราสารทุนเพื่อหวังผลกำไรบ้าง

เป็นวัยใกล้เกษียณ เหลือเวลาในการออมสั้น จึงควรเน้นลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ


          จะเห็นได้ว่า "วัย" มีอิทธิพลไม่น้อยในการกำหนดระดับความทนทานต่อความเสี่ยงในการลงทุนและระยะเวลาสำหรับการลงทุน ซึ่งทำให้พฤติกรรมในการเลือกนโยบายการลงทุนของแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน และเป็นที่มาของการนำระบบ "ลูกจ้างเลือกลงทุน" มาใช้

          อย่างไรก็ดี การเปิดโอกาสให้สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแต่ละรายได้มีโอกาสเลือกนโยบายการลงทุนที่เหมาะสมกับตนเองนั้น มิได้เป็นการบังคับ หากแต่เป็นทางเลือกที่กองทุนอาจจะนำเข้ามาใช้ และสมาชิกสามารถจะเลือกใช้สิทธิในการเลือกนโยบายการลงทุนได้ตามความเหมาะสมของตนเอง หรือเลือกที่จะลงทุนในนโยบายการลงทุนแบบที่ผ่านมาต่อไปก็ได้  ทั้งนี้ คณะกรรมการกองทุนเองต้องสอบเช็คถึงความพร้อมในด้านต่างๆ ที่จะนำระบบ "ลูกจ้างเลือกลงทุน" มาใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเข้าใจของลูกจ้างในนโยบายการลงทุนแบบต่างๆ เพื่อมิให้เกิดปัญหาขึ้นในภายหลัง

 


เมนูหลัก                                                                                                                                                                           ปรับปรุงล่าสุด : 4 พฤษภาคม 2549

About us | Site Map | Link | Glossary | Contact Us