Home | E-Newsletter | | ¤ӹdz | FAQ | English

  

หลักเกณฑ์การลงทุน

 

 

 

 ประเภทนโยบายการลงทุน

 

 ประเภทหลักทรัพย์และทรัพย์สินที่ลงทุนได้

 

  อัตราส่วนการลงทุน

 

 การเปิดเผยข้อมูลการลงทุน และการดำเนินการเมื่อมีการลงทุนไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์

 

 ประกาศที่เกี่ยวข้อง

ประเภทนโยบายการลงทุน  

          โดยทั่วไป นโยบายการลงทุนแบ่งออกเป็นนโยบายทั่วไป 3 แบบ (non-specialised fund) และนโยบายพิเศษ (specialised fund) ดังนี้

 

 

นโยบายการลงทุน

ลักษณะการลงทุน 

 

1. นโยบายการลงทุนในตราสารแห่งทุน
(Equity fund)

เน้นการลงทุนเพื่อให้ปริมาณเงินพอกพูนมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่จะนำเงินไปลงทุนในตราสารทุนเฉลี่ยแล้วไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (NAV) และเงินส่วนที่เหลืออาจไปลงทุนไว้ในเงินฝาก และตราสารหนี้ด้วยก็ได้ หรือนำเงินทั้งหมดไปลงทุนในตราสารทุนล้วนๆ ก็ได้

 

2. นโยบายการลงทุนในตราสารแห่งหนี้
(Fixed income fund)

เน้นการลงทุนที่ให้รายได้ประจำในรูปของดอกเบี้ย และให้ความสำคัญกับความมั่นคงของเงินต้น แต่จะไม่ให้ความสำคัญกับการขยายตัวของเงินลงทุน โดยจะเน้นลงทุนในเงินฝากและตราสารหนี้ต่างๆ เช่น พันธบัตรรัฐบาล ตั๋วเงินคลัง บัตรเงินฝากของธนาคาร ตั๋วสัญญาใช้เงิน ตั๋วแลกเงิน หุ้นกู้ เป็นต้น

 

 3. นโยบายการลงทุนแบบผสม (Mixed fund)

ลงทุนทั้งในเงินฝาก ตราสารหนี้ และตราสารทุน

 

     3.1 แบบกำหนดสัดส่วนการจัดสรรเงินลงทุนระหว่างหุ้นและตราสารหนี้

มีการกำหนดอัตราส่วนการลงทุนในตราสารทุนอย่างชัดเจน เช่น ไม่เกิน 10% 20% หรือ 40% แต่ไม่เกิน 65% ของ NAV (หากลงทุนในตราสารทุนตั้งแต่  65% ขึ้นไปของ NAV จะถือเป็นนโยบายตราสารแห่งทุน)

 

     3.2 แบบไม่กำหนดสัดส่วนการลงทุน (free hand)

รูปแบบการลงทุนจะถูกกำหนดโดยบริษัทจัดการ ซึ่งจะมีการพิจารณาตามความเหมาะสมของภาวะการลงทุนในแต่ละช่วงเวลา เช่น บางช่วงอาจลงทุนในตราสารหนี้ได้ถึง 100% แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป อาจเลือกลงทุนในตราสารทุน 100% ก็ได้

 

4. นโยบายการลงทุนพิเศษ (specialised fund)

นโยบายการลงทุนที่มิได้มุ่งเน้นลงทุนในตราสารแห่งทุนหรือตราสารแห่งหนี้เหมือนนโยบายการลงทุนตามข้อ 1 หรือ 2 แต่มีลักษณะเฉพาะที่นอกเหนือจากนโยบายทั่วไป เช่น ลงทุนในตลาดเงิน (money market fund) ลงทุนในตราสารที่มีประกัน (guaranteed fund) ลงทุนในลักษณะคุ้มครองเงินต้น (capital protected fund) เป็นต้น


ประเภททรัพย์สินที่ลงทุนได้ 

                  

เงินฝาก ตราสารที่เทียบเท่าเงินสด เช่น สลากออมทรัพย์ทวีสิน สลากออมสิน เงินฝากธนาคารพาณิชย์ ธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นหรือ สหกรณ์ออมทรัพย์ ชุมนุมสหกรณ์ ออมทรัพย์ และ เงินฝากในสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงินตามที่สำนักงานกำหนด เป็นต้น

                  

ตราสารแห่งหนี้ ได้แก่ พันธบัตร ตั๋วเงินคลัง บัตรเงินฝาก ตั๋วสัญญาใช้เงิน ตั๋วแลกเงิน หุ้นกู้ ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้

                  

ตราสารแห่งทุน ได้แก่ หุ้น ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น รวมถึงหุ้นสหกรณ์ออมทรัพย์

                  

ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ได้แก่ หุ้นกู้แปลงสภาพ 

                  

หน่วยลงทุน

                  

ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ 

                  

ธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo)

                  

ธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์

                  

สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (derivatives)

                  

ตราสารที่มีลักษณะสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (structured note)

อัตราส่วนการลงทุน

ลำดับที่

ประเภททรัพย์สิน

อัตราส่วน (NAV%)

1*

เงินฝาก ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ derivatives, structured note ของธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้ง ธ.พ. บง.
Company limit 20%

2.

ตราสารภาครัฐไทย
ตราสารภาครัฐต่างประเทศ ที่ได้ rating 2อันดับแรก
ตราสารภาครัฐต่างประเทศ ที่ได้ rating investment grade
-ไม่กำหนด limit
-ไม่กำหนด limit
- Company limit 35%

3.*

ตราสารหนี้ที่ไม่ใช่ภาครัฐและธพ.ที่ได้ rating investment grade
Company limit 15%

4.*

- ตราสารแห่งทุน
-
หุ้นที่อยู่ระหว่าง IPO
-
ตราสารแห่งทุนต่างประเทศ

Company limit 15%  
(กรณี
หุ้นสหกรณ์ออมทรัพย์ลงทุนได้ไม่เกินจำนวนขั้นต่ำที่ข้อบังคับสหกรณ์กำหนดสำหรับการเป็นสมาชิกสหกรณ์)

5.

Feeder fund(ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนใดกองทุนหนึ่ง)
Fund limit 80%

6.

หน่วยลงทุน และใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหน่วยลงทุน
- Product limit 65%
-
Specific fund 10%

7.

หน่วยลงทุน - กองทุนอสังหาริมทรัพย์
- Product limit 15%

 8.*

หน่วยลงทุน - กองทุนรวมต่างประเทศ
Fund limit 15%

9.

หน่วยลงทุน และใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนรวมมีประกัน
  
- รับประกันเงินทุนและผลตอบแทน
  
- รับประกันเงินทุนทั้งจำนวน
  
- รับประกันเฉพาะเงินลงทุนบางส่วน

- ไม่กำหนด product limit
- Product limit
65%
-
Product limit 10%

10.

Structured Note
- Product limit 15%

11

ตราสารที่ต่ำกว่า investment grade หรือไม่มีการจัดอันดับ (Junk)
- Company limit 5%
-
Product limit 15%

12.

ธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์

25%

13.

ธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน(Reverse Repo)
ไม่กำหนด product limit  แต่กำหนด limit
 
ตาม underlying asset

14.

Derivatives
  -  Exchange traded
  
-  OTC
ลงทุนไม่เกินความเสี่ยงที่กองทุนมี โดยให้นับ limit ของคู่สัญญา และ underlying asset ด้วย โดยถือเสมือนลงทุนโดยตรง

15

หลักทรัพย์ของนายจ้าง**  
  
- ธนาคารพาณิชย์
  
- investment grade
  - junk
 

- Company limit 15%
-
Company limit 15%
-
Company limit 5%
 *    กองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่มีนโยบายลงทุนในลักษณะเดียวกับกองทุนรวมดัชนีจะลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัทใดบริษัทหนึ่งได้ไม่เกิน 50% ของ NAV
 
**  ข้อนี้ไม่ใช้กับ pooled fund  ที่มีนายจ้างที่เป็นบริษัทในเครือ < 2 ใน 3
 

             ในกรณีกำหนดนโยบายการลงทุนแบบคุ้มครองเงินต้น ต้องคุ้มครองเงินลงทุนเริ่มแรกทั้งจำนวน โดยอัตราส่วนการลงทุนใน เงินฝากธ.พ. และตั๋วสัญญาใช้เงิน/บัตรเงินฝากของ บง. บค. ธพ. ในส่วนของ Company limit  ปรับเพิ่มเป็น 30% ของ NAV 


             ในกรณีการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ลงทุนได้เฉพาะกรณี hedging เพื่อลดความเสี่ยงในทรัพย์สินที่กองทุนลงทุน และมี
                   underlying asset  เป็น หลักทรัพย์ ดัชนีกลุ่มหลักทรัพย์ อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน อันดับความน่าเชื่อถือ  credit Event  ทองคำ
                   น้ำมันดิบ  commodity 
 

           การเปิดเผยข้อมูลการลงทุน บริษัทจัดการมีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูล ดังนี้
                 
1.  จำนวนเงินลงทุนในตราสารแห่งหนี้ เงินฝาก ตราสารทุนหรือตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และสัดส่วนเงินลงทุนต่อมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
                 
2. รายละเอียดและอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารแห่งหนี้ เงินฝาก หรือตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุนเป็นรายตัว
                 
3.  สัดส่วนเงินลงทุนขั้นสูงต่อ NAV ที่บริษัทจัดการตั้งไว้ในแผนการลงทุนสำหรับกลุ่มตราสารที่ต่ำกว่า Investment grade หรือไม่ได้รับการ
                      จัดอันดับ
ทั้งนี้ สัดส่วนเงินลงทุนขั้นสูงดังกล่าวต้องได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากคณะกรรมการกองทุน (FC)
                 
4.  เปิดเผยข้อมูลตาม 1-3 ไว้ในรายงานรายเดือน และรายปี
 

           การดำเนินการเมื่อทรัพย์สินขาดคุณสมบัติ
                หากทรัพย์สินมีคุณสมบัติเปลี่ยนแปลงไป จนเป็นทรัพย์สินที่กองทุนไม่สามารถลงทุนได้ บริษัทจัดการต้องจำหน่ายออกภายใน 30 วันนับแต่วันที่
                ทรัพย์สินนั้นขาดคุณสมบัติ
  เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นและสมควรโดยได้รับการผ่อนผันจากสำนักงาน ก.ล.ต.
 

         บริษัทจัดการมีหน้าที่จัดการเงินลงทุนของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ  โดยนำเงินไปลงทุนในตราสารการเงินประเภทต่างๆ ที่มีระดับความเสี่ยงและผลตอบแทนที่แตกต่างกันตามประเภทหลักทรัพย์และสัดส่วนที่กำหนดไว้ในนโยบายการลงทุนที่ได้ตกลงไว้กับคณะกรรมการกองทุน  ในการจัดการเงินลงทุนของกองทุน บริษัทจัดการต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขและวิธีการที่สำหนักงาน ก.ล.ต. ประกาศกำหนด  เช่น  ประเภทหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่ลงทุนได้  หรืออัตราส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินแต่ละประเภท เป็นต้น  ทั้งนี้   เพื่อให้สมาชิกมั่นใจว่ามีการกระจายความเสี่ยงในการลงทุน  และหากจะนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศ ก็ต้องปฏิบัติตามหลักเเกณฑ์เกี่ยวกับการลงทุนในต่างประเทศด้วย       

 การดำเนินการเมื่อมีเหตุที่ทำให้ไม่เป็นไปตามอัตราส่วน
               
1.  กรณีที่เกิดจากการใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุน ให้บริษัทจัดการดำเนินการแก้ไขอัตราส่วนภายใน 30 วันนับแต่วันที่ขึ้นเครื่องหมาย XR
               
2.  รณีที่เปลี่ยนจาก investment grade เป็น junkได้แก่ ถูกเพิกถอนจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน  ถูกปรับลด rating ให้บริษัทดำเนินการ
                     แก้ไขอัตราส่วนภายใน
30 วันนับแต่วันที่มีประกาศให้ทราบถึงเหตุดังกล่าว
 
              3.  กรณีที่เกิดจากการรับชำระหนี้ด้วยทรัพย์สินอื่น หรือไม่ได้เกิดจากการลงทุนเพิ่มบริษัทจัดการยังคงมีทรัพย์สินดังกล่าวต่อไปได้ โดยให้จัดทำ
                    รายงานให้
FC ทราบภายใน 3 วันนับแต่วันที่เกินอัตราส่วน


เมนูหลัก

ปรับปรุงล่าสุด : 17 กรกฎาคม 2550

About us | Site Map | Link | Glossary | Contact Us