![]() |
|
|
|
Home | E-Newsletter | สรรหามาเล่า | โปรแกรมช่วยคำนวณภาษี | FAQ | English |
|
การคำนวณมูลค่าเงินกองทุน |
||||||||||||
|
|
||||||||||||
|
ตัวอย่าง มูลค่าทรัพย์สินสุทธิต่อหน่วยของกองทุน อยู่ที่ 10.00 บาท |
||||||||||||
|
สถานการณ์ที่ 1 : ราคาพันธบัตรที่กองทุนถืออยู่มีราคาตลาดสูงกว่าราคาทุน ส่งผลให้มูลค่าทรัพย์สินต่อหน่วยของกองทุนสูงขึ้นเป็น 11.00 บาท แต่กองทุนยังคงใช้ราคา 10.00 บาท ในการคำนวณผลประโยชน์ให้แก่สมาชิก...ผลก็คือ |
||||||||||||
|
||||||||||||
|
|
||||||||||||
|
สถานการณ์ที่ 2 : ราคาพันธบัตรที่กองทุนถืออยู่มีราคาตลาดต่ำกว่าราคาทุน ส่งผลให้มูลค่าทรัพย์สินต่อหน่วยของกองทุนลดลงเป็น 9.00 บาท แต่กองทุนยังคงใช้ราคา 10.00 บาท
ในการคำนวณผลประโยชน์ให้แก่สมาชิก...ผลก็คือ.. |
||||||||||||
|
||||||||||||
|
นอกจากนี้ การใช้ M to M ยังเป็นวิธีการที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เนื่องจากประเทศต่างๆ ที่มีการจัดตั้งกองทุนบำเหน็จบำนาญหรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ ญี่ปุ่น อินเดีย ออสเตรเลีย อังกฤษ ฯลฯ จะใช้วิธีการนี้เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับสมาชิกทุกคนในกองทุน และการใช้ M to M ยังเป็นไปตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 42 เรื่องการบัญชีสำหรับกิจการที่ดำเนินธุรกิจเฉพาะด้านการลงทุนที่กำหนดให้กิจการในลักษณะนี้ต้องประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่ลงทุนด้วยมูลค่าตามราคาตลาด ณ ปัจจุบันด้วย
|
||||||||||||
|
||||||||||||
|
เมื่อบริษัทจัดการคำนวณ NAV ของกองทุนโดยใช้หลัก mark to market ตามที่สมาคมบริษัทจัดการลงทุนกำหนดแล้ว จะต้องให้ผู้รับรองมูลค่า (NAV Verfier) ที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต. เป็นผู้ตรวจทานการคำนวณว่าถูกต้องหรือเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดหรือไม่ เนื่องจากข้อมูล NAV มีความสำคัญต่อการคำนวณจำนวนหน่วยสำหรับสมาชิกที่นำส่งเงินเข้ากองทุน และการจ่ายเงินให้แก่สมาชิกที่สิ้นสมาชิกภาพ นอกจากนี้ ยังใช้เป็นข้อมูลในการคำนวณผลตอบแทนรวมของกองทุนที่อยู่ภายใต้การจัดการ (composite return) ซึ่งจะมีประโยชน์ในการประเมินผลงานของบริษัทจัดการได้อย่างถูกต้องด้วย
|
|
|
|
|
|
เมนูหลัก ปรับปรุงล่าสุด : 21 มีนาคม 2550 |
|
About us | Site Map | Link | Glossary | Contact Us |