|
|
|
| 11.
|
ภาษี |
|
|
|
| 11.1
|
สมาชิกมีปัญหาอายุงานไม่ต่อเนื่องกรณีไปทำงานกับบริษัทใหม่
ควรทำอย่างไรจึงจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีต่อเนื่อง |
|
ตอบ
|
กรณีสมาชิกมีระยะเวลาทดลองงานกับบริษัทใหม่หรือสมาชิกอยู่ระหว่างหางานใหม่ สมาชิกสามารถคงเงินไว้ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเดิม โดยแจ้งความประสงค์กับบริษัทจัดการ ซึ่งเงินนี้จะไม่ได้รับผลประโยชน์ใดๆ เนื่องจากอยู่ในบัญชีเจ้าหนี้ของกองทุน
อย่างไรก็ดี สมาชิกสามารถคงเงินไว้ได้ไม่เกิน 1 ปี หากเกินระยะเวลาดังกล่าว บริษัทจัดการจะดำเนินการส่งเงินให้สมาชิก และหักภาษี ณ ที่จ่ายนำส่งกรมสรรพากร
(อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม)
(ใช้กับการคงเงินก่อน
27 ม.ค.51) |
| 11.2 |
หากสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจำเป็นต้องออกจากงานก่อนเกษียณอายุ
และประสงค์จะโอนเงินที่จะได้รับจากกองทุนไปซื้อกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ
(RMF) ต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่ |
|
ตอบ
|
การโอนเงินที่จะได้รับจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไปซื้อกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ
(RMF) โดยตรง ไม่สามารถทำได้ สมาชิกจึงต้องรับเงินออกจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไปก่อน
โดยเงินดังกล่าวจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด
|
| 11.3 |
บริษัทกำหนดเกษียณอายุที่
60 ปี หากบริษัทมีโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด พนักงานที่มีอายุ 57
ปี จะขอเข้าโครงการ จะได้รับยกเว้นภาษีหรือไม่ |
|
ตอบ
|
ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ฉบับที่
158 ลงวันที่ 18 ต.ค. 2549 กำหนดว่า กรณีเกษียณอายุ หากสมาชิกกองทุนมีอายุไม่ต่ำกว่า
55 ปี และได้ออกจากงานเพราะครบกำหนดหรือสิ้นเวลาตามสัญญาจ้าง และเป็นสมาชิกกองทุนไม่น้อยกว่า
5 ปี จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้จากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
ดูประกาศกรมสรรพากรได้ที่ http://www.rd.go.th/publish/32542.0.html
ในกรณีที่ท่านเกษียณก่อนกำหนด ต้องพิจารณาข้อบังคับบริษัทว่า ถือเป็นการเกษียณอายุ
ตามที่กรมสรรพากรประกาศกำหนดหรือไม่ ซึ่งท่านควรหารือกรมสรรพากรเพื่อให้ได้ความชัดเจนต่อไป
|
| 11.4 |
หากสมาชิกมีอายุ
58 ปี และทำงานมากว่า 5 ปี และนายจ้างได้มีหนังสืออนุมัติเกี่ยวกับการเกษียณอายุก่อนครบ
60 ปีไปยังสมาชิกแล้ว เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะต้องเสียภาษีหรือไม่ |
|
ตอบ
|
ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ฉบับที่
158 ลงวันที่ 18 ต.ค. 2549 กำหนดว่า กรณีเกษียณอายุ หากสมาชิกกองทุนมีอายุไม่ต่ำกว่า
55 ปี และได้ออกจากงานเพราะครบกำหนดหรือสิ้นเวลาตามสัญญาจ้าง และเป็นสมาชิกกองทุนไม่น้อยกว่า
5 ปี จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้จากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
ดูประกาศกรมสรรพากรได้ที่ http://www.rd.go.th/publish/32542.0.html
ในกรณีที่ท่านเกษียณก่อนกำหนด ต้องพิจารณาข้อบังคับบริษัทว่า ถือเป็นการเกษียณอายุ
ตามที่กรมสรรพากรประกาศกำหนดหรือไม่ ซึ่งท่านควรหารือกรมสรรพากรเพื่อให้ได้ความชัดเจนต่อไป
|
| 11.5 |
กรณีที่พนักงานทำงานกับบริษัทเป็นระยะเวลา
5 ปี แต่สมัครเข้าเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นเวลา 3 ปี เมื่อพนักงานลาออกจากงาน
จะคำนวณภาษีอย่างไร |
|
ตอบ
|
การคำนวณภาษีสำหรับเงินที่ได้รับจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
กรณีลาออกจากงาน จะพิจารณาเฉพาะอายุงานโดยไม่ต้องคำนึงถึงอายุการเป็นสมาชิกกองทุน
ทั้งนี้ ท่านสามารถคำนวณภาษีโดยใช้ "โปรแกรมช่วยคำนวณภาษี"
ซึ่งอยู่บน www.thaipvd.com โดยเข้าไปที่ http://www.thaipvd.com/thaipvd_v3/tools/taxcalculate.shtml
|
| 11.6 |
การนับอายุงานจะนับเฉพาะที่ทำงานสุดท้ายใช่หรือไม่ |
|
ตอบ
|
การนับอายุการทำงานเพื่อประโยชน์ทางภาษี
หากท่านออมเงินในระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอย่างต่อเนื่อง ให้นับรวมอายุงานของท่านในนายจ้างทุกราย
แต่ไม่นับช่วงระยะเวลาที่ไม่มีการจ่ายเงินเข้ากองทุน แต่หากท่านลาออกและได้รับเงินกองทุนแล้ว
จะต้องเริ่มต้นนับอายุงานของที่ทำงานใหม่ที่ท่านเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
|
| 11.7 |
บริษัทเลิกกิจการและเลิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
ถ้าอายุงานมากกว่า 5 ปี แต่เป็นสมาชิกกองทุนน้อยกว่า 5 ปี เงินที่ได้รับจากกองทุนจะได้รับยกเว้นภาษีหรือไม่
|
|
ตอบ
|
เงินที่สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้รับจากกองทุนก่อนเกษียณอายุจะได้รับการลดหย่อนภาษีในกรณีสมาชิกมีอายุงานไม่น้อยกว่า
5 ปี และจะได้รับการยกเว้นภาษีเมื่อเกษียณโดยมีอายุเมื่อเกษียณไม่น้อยกว่า
55 ปี ทั้งนี้ จะต้องเป็นสมาชิกกองทุนไม่น้อยกว่า 5 ปีด้วย ท่านสามารถคำนวณภาษีได้บนเว็บไซต์
www.thaipvd.com โดยเข้าไปที่
โปรแกรมช่วยคำนวณภาษี
|
| 11.8 |
ในกรณีที่
พนักงานทำงานที่บริษัทโดยมีอายุเกษียณที่ 60 ปี และเป็นสมาชิกกองทุน
ไม่น้อยกว่า 5 ปี แต่พนักงานยังคงทำงานต่อไปเรื่อย ๆ จนอายุ 65 จึงได้ลาออกจากงาน
พนักงานจะต้องเสียภาษีจากเงินส่วนใด และจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายอย่างไร |
|
ตอบ
|
การคำนวณภาษีต้องแยกเงินเป็น
2 ส่วนดังนี้
1. เงินที่สมาชิกได้รับจากกองทุน
ณ วันเกษียณอายุตามข้อบังคับ คือ 60 ปี ได้รับยกเว้นภาษีทั้งจำนวน
2. ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นภายหลังเกษียณ
ถ้าสมาชิกมีระยะเวลาทำงานหลังจากอายุเกษียณตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป เงินที่สมาชิกได้รับจากกองทุนเฉพาะส่วนที่เป็นเงินสมทบ
ผลประโยชน์ของเงินสะสม และผลประโยชน์ของเงินสมทบ ให้คำนวณภาษีโดยหักค่าใช้จ่ายได้เท่ากับ
7,000 บาท คูณจำนวนปีที่ทำงาน เหลือเท่าใดหักได้อีก 50% แล้วคำนวณภาษีตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ซึ่งสมาชิกจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ตามจำนวนภาษีที่คำนวณได้
|
| 11.9 |
หากพนักงานทำงานที่บริษัทเก่าเกิน
5 ปี และย้ายไปทำงานที่บริษัทใหม่ 2 ปี แล้วลาออก เงินที่ได้รับจากกองทุนกรณีนี้จะคำนวณภาษีอย่างไร |
|
ตอบ
|
กรณีที่พนักงานลาออกจากบริษัทแรกโดยมีอายุงานเกิน
5 ปี ต่อมาเข้าทำงานกับบริษัทใหม่โดยโอนกองทุนไปที่ทำงานใหม่
โดยทำงานกับบริษัทใหม่อีก 2 ปีจึงลาออก กรณีนี้สามารถนับอายุงานต่อเนื่องเป็น
7 ปีได้เนื่องจากพนักงานไม่ได้รับเงินออกจากกองทุนแรก ในการคำนวณภาษี
สามารถเลือกนำเงินที่ได้รับจากกองทุน 3 ส่วนได้แก่ ผลประโยชน์ของเงินสะสม
(ไม่รวมเงินสะสม) เงินสมทบ และผลประโยชน์ของเงินสมทบไปคำนวณภาษีแบบแยกยื่นได้
โดยสามารถหักค่าใช้ได้เป็นจำนวน 7,000 บาท คูณจำนวนปีที่ทำงานแต่ไม่เกินเงินได้พึงประเมิน
เหลือเท่าใดหักได้อีกร้อยละ 50 แล้วคำนวณภาษีตามอัตราภาษีเงินได้
|