![]() |
|
|
|
Home | E-Newsletter | สรรหามาเล่า | โปรแกรมช่วยคำนวณภาษี | FAQ | English |
|
คำถามที่ถูกถามบ่อย |
||
|
|
||
|
การแก้ไขพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
(ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2550 |
||
|
||
|
เหตุใดจึงไม่ให้ Fund Manager ตั้งเป็นกองทุน 4 แบบ คือ (1).
กองทุนตราสารทุน แล้วให้แต่ละนายจ้าง (หรือสมาชิก) เลือกลงกองทุนนั้น ๆ โดยไม่ต้องมาจัดตั้งทีละกองทุนเฉพาะนายจ้าง แล้วต้องมาแยกเป็นหลายนโยบายการลงทุนอีก (เป็นการซ้ำซ้อน) ซึ่งจะช่วยลดจำนวนกองทุนและง่ายต่อการเลือกลงทุนด้วย |
||
|
|
สามารถทำอย่างที่ท่านเสนอได้
ซึ่งเรียกเป็นรูปแบบว่า Pooled fund นายจ้างที่ต้องการลงทุนในกองทุนใด
สามารถเข้าร่วมได้ โดยไม่ต้องจัดตั้งทีละกองทุนเฉพาะนายจ้าง
อย่างไรก็ดี หากแต่ละกองทุนดังกล่าวซึ่งมีหลายนายจ้างมาเข้าร่วมอยู่แล้ว
ต้องการจะเพิ่มนโยบายการลงทุนให้หลากหลายมากขึ้นภายในกองทุนเดียวกันอีก
ก็สามารถทำได้ตามกฎหมายใหม่ |
|
|
กรณี Master Fund ขนาดกองทุนของกองทุนทั้งหมดควรมีขนาดกองทุนเท่าใดจึงจะเหมาะสมเป็น Master Fund |
||
|
|
ไม่มีเกณฑ์กำหนดแน่นอน
บริษัทจัดการจะร่วมพิจารณากับคณะกรรมการกองทุน แต่โดยทั่วไปขึ้นอยู่กับนโยบายการลงทุนที่เลือกว่าควรมีจำนวนเงินเพียงพอที่จะไปลงทุนในหลักทรัพย์ได้ |
|
|
Master Fund ต่างกับ Employees choice ในเรื่องของการส่งเงินสะสม/สมทบอย่างไร มีการแบ่งสัดส่วนเงินเหมือนหรือต่างกันอย่างไร 1 คน เลือก 1 นโยบายใช่หรือไม่ |
||
|
|
Master
fund เป็นรูปแบบที่กฎหมายกำหนดให้กองทุนสามารถจัดให้มีนโยบายการลงทุนโดยไม่ต้องจดทะเบียนจัดตั้งกองทุนขึ้นใหม่
ส่วน Employees choice เป็นหลักการที่เปิดโอกาสให้สมาชิกเลือกนโยบายการลงทุนที่เหมาะสมกับตนเองได้โดยอาจผ่านรูปแบบของ
Master fund หรือไม่ผ่านก็ได้ |
|
|
คณะกรรมการกองทุนจะต้องทำเอกสารให้ลูกจ้างเป็นรายบุคคลในการเลือกนโยบายใน Master Fund ก่อนจัดตั้งกองทุนหรือไม่ |
||
|
|
ไม่มีกฎหมายกำหนดให้ต้องทำ
แต่เพื่อให้เกิดความชัดเจนและให้บริษัทจัดการทราบว่าเงินของสมาชิกที่จ่ายเข้ากองทุนจะนำไปลงทุนในนโยบายใด
เห็นว่าควรทำ ส่วนใครจะเป็นผู้ดำเนินการ แล้วแต่คณะกรรมการกองทุนจะตกลงกับ
บลจ. |
|
|
Master Fund สำนักงานจะเปิดให้จดทะเบียนได้เมื่อไหร่ แล้ว Employees choice จะยังคงมีอยู่หรือไม่ |
||
|
|
เมื่อกฎหมายมีผลใช้บังคับคือวันที่
27 มกราคม 2551 เป็นต้นไป ส่วน Employees choice ทางการยังคงสนับสนุนให้ทำต่อไป
|
|
|
ถ้าเป็น Master Fund มี 3 นโยบาย คณะกรรมการกองทุนจะได้รับรายงานเป็นแบบแยก 3 นโยบายหรือแบบรวมทุกนโยบายและตัวสมาชิกเองด้วยเช่นกันหรือไม่ |
||
|
|
จะได้รับรายงานผลการดำเนินการตามรายนโยบาย
ซึ่งอาจอยู่ในฉบับเดียวกันหรือไม่ก็ได้ |
|
|
กรณีเรื่องนโยบาย Employees choice นั้น หากพนักงานไม่เลือกว่าจะเลือกนโยบายใด เช่นนี้ ตามพ.ร.บ.ใหม่ให้ถือว่าให้คงนโยบายเดิมต่อไปใช่หรือไม่ และหากต่อไปข้างหน้าสมาชิกจะขอเลือกนโยบายใหม่ เช่นนี้ กองทุนฯ ก็ต้องเปิดให้สมาชิกเลือกได้ใช่หรือไม่ โดยกองทุนจะมีข้อบังคับกำหนดเวลาการเปิดให้สมาชิกเลือกได้ ใช่หรือไม่ |
||
|
|
เป็นไปตามที่ท่านเข้าใจคือหากสมาชิกไม่เลือกนโยบาย
ให้ถือว่าคงนโยบายเดิม (หากมี) อย่างไรก็ดี การที่กองทุนจะเสนอนโยบายให้เลือกอีกหรือไม่
อย่างไร แล้วแต่กองทุนจะกำหนด |
|
|
สำนักงานต้องการผลักดันให้ master fund เกิดใช่หรือไม่ และกองทุนที่มีนโยบาย master fund ควรมีมูลค่ากองทุนขนาดไหนที่ทำให้การลงทุนของกองทุนมีประสิทธิภาพมากที่สุด |
||
|
|
สำนักงานเห็นว่า
Master Fund เป็นหลักการที่ดีและเป็นประโยชน์แก่สมาชิกกองทุน
ส่วนเรื่องจำนวนเงินกองทุนนั้น ขึ้นกับ บลจ. จะเห็นสมควรและตกลงกับคณะกรรมการกองทุน |
|
|
กรณี Master fund ถ้ามี 3 นโยบายให้เลือก ก็ควรจะต้องมี Benchmark 3 แบบใช่หรือไม่ และ NAV ของทั้ง 3 นโยบาย ควรนำมารวมกันเพื่อทำ report หรือเปล่า หรือบริษัทควรจะได้รับ report เป็น 3 ชุด ตามแต่ละนโยบาย |
||
|
|
3
นโยบาย ควรมี 3 Benchmark และรายงานผลการดำเนินการตามแต่ละนโยบาย
แต่ไม่ต้องเอา NAV มารวมกันเพื่อทำรายงาน โดยอาจรวมอยู่ในฉบับเดียวก็ได้ |
|
|
ลูกจ้างสามารถแบ่งเงินสมาชิกของตนลงทุนตามนโยบายได้หรือไม่ |
||
|
|
สามารถทำได้
หากกองทุนเปิดให้ทำได้ |
|
|
การกระจายเงิน Unvested ในกรณี Master fund สามารถกำหนดให้กระจายแก่สมาชิกที่ยังคงอยู่ของนายจ้างนั้น ๆ ในสัดส่วนที่เท่ากันได้หรือไม่ หรือว่าจะต้องจัดสรรตาม NAV ของสมาชิกแต่ละคนที่มีอยู่ |
||
|
|
ตามกฎหมายที่แก้ไข
กำหนดให้กระจายตามสัดส่วนมูลค่าทรัพย์สินของแต่ละนโยบายที่สมาชิกมีอยู่ |
|
|
Policy แต่ละ policy การลงทุนใน master fund จำเป็นต้องเป็น pure product หรือไม่ |
||
|
|
ไม่จำเป็น
แต่เพื่อให้สมาชิกสามารถวัดผลการดำเนินงานของแต่ละนโยบายได้ชัดเจน
ควรเป็น pure product คือเป็นนโยบายใดนโยบายหนึ่ง |
|
|
สมาชิกมีสิทธิเลือกนโยบายการลงทุนได้ กรรมการกองทุนมีสิทธิที่จะไม่เปิด choice ให้สมาชิกเลือก โดยจะคง 1 นโยบายเหมือนเดิมได้หรือไม่ |
||
|
|
ได้
แต่การเปิดโอกาสให้สมาชิกเลือกนโยบายได้ นอกจากจะตอบสนองเรื่องการลงทุนที่เหมาะสมกับสมาชิกแล้ว
ยังจะช่วยลดภาระของกรรมการกองทุนเกี่ยวกับการตัดสินใจการลงทุนได้บางส่วนด้วย
|
|
|
กรณี Employees choice สมาชิกมีการลงทุนทั้ง 2 นโยบาย เช่น นโยบาย A = 60% , นโยบาย B = 40% เวลาสิ้นสุดสมาชิกภาพจะได้รับเงินจากบัญชี master หรือบัญชีของแต่ละนโยบาย คือ ได้รับเงินรวมกัน แล้วคิดภาษีครั้งเดียว |
||
|
|
ได้รับจากแต่ละนโยบาย |
|
|
||
|
|
|
|
ปรับปรุงล่าสุด
: 5 กุมภาพันธ์ 2551 |
|
|
About us | Site Map | Link | Glossary | Contact Us |