Home | E-Newsletter | สรรหามาเล่า | โปรแกรมช่วยคำนวณภาษี | FAQ | English

คำถามที่ถูกถามบ่อย

คำถามที่ถูกถามบ่อย

 

การแก้ไขพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2550
 

  • การจัดตั้งกองทุนที่มีหลายนโยบาย

1.

เหตุใดจึงไม่ให้ Fund Manager  ตั้งเป็นกองทุน 4 แบบ คือ

(1). กองทุนตราสารทุน
(2). กองทุนตราสารหนี้ภาคเอกชน
(3). กองทุนตราสารหนี้ภาครัฐ
(4). กองทุนตราสารเงิน

แล้วให้แต่ละนายจ้าง (หรือสมาชิก) เลือกลงกองทุนนั้น ๆ โดยไม่ต้องมาจัดตั้งทีละกองทุนเฉพาะนายจ้าง  แล้วต้องมาแยกเป็นหลายนโยบายการลงทุนอีก (เป็นการซ้ำซ้อน) ซึ่งจะช่วยลดจำนวนกองทุนและง่ายต่อการเลือกลงทุนด้วย

 

สามารถทำอย่างที่ท่านเสนอได้ ซึ่งเรียกเป็นรูปแบบว่า Pooled fund  นายจ้างที่ต้องการลงทุนในกองทุนใด สามารถเข้าร่วมได้ โดยไม่ต้องจัดตั้งทีละกองทุนเฉพาะนายจ้าง อย่างไรก็ดี หากแต่ละกองทุนดังกล่าวซึ่งมีหลายนายจ้างมาเข้าร่วมอยู่แล้ว ต้องการจะเพิ่มนโยบายการลงทุนให้หลากหลายมากขึ้นภายในกองทุนเดียวกันอีก ก็สามารถทำได้ตามกฎหมายใหม่
 

2.

กรณี Master Fund ขนาดกองทุนของกองทุนทั้งหมดควรมีขนาดกองทุนเท่าใดจึงจะเหมาะสมเป็น Master Fund

 

ไม่มีเกณฑ์กำหนดแน่นอน บริษัทจัดการจะร่วมพิจารณากับคณะกรรมการกองทุน แต่โดยทั่วไปขึ้นอยู่กับนโยบายการลงทุนที่เลือกว่าควรมีจำนวนเงินเพียงพอที่จะไปลงทุนในหลักทรัพย์ได้
 

3.

Master Fund ต่างกับ Employee’s choice  ในเรื่องของการส่งเงินสะสม/สมทบอย่างไร มีการแบ่งสัดส่วนเงินเหมือนหรือต่างกันอย่างไร 1 คน เลือก 1 นโยบายใช่หรือไม่

 

Master fund เป็นรูปแบบที่กฎหมายกำหนดให้กองทุนสามารถจัดให้มีนโยบายการลงทุนโดยไม่ต้องจดทะเบียนจัดตั้งกองทุนขึ้นใหม่ ส่วน Employee’s choice  เป็นหลักการที่เปิดโอกาสให้สมาชิกเลือกนโยบายการลงทุนที่เหมาะสมกับตนเองได้โดยอาจผ่านรูปแบบของ Master fund หรือไม่ผ่านก็ได้
 

4.

คณะกรรมการกองทุนจะต้องทำเอกสารให้ลูกจ้างเป็นรายบุคคลในการเลือกนโยบายใน Master Fund ก่อนจัดตั้งกองทุนหรือไม่

 

ไม่มีกฎหมายกำหนดให้ต้องทำ แต่เพื่อให้เกิดความชัดเจนและให้บริษัทจัดการทราบว่าเงินของสมาชิกที่จ่ายเข้ากองทุนจะนำไปลงทุนในนโยบายใด เห็นว่าควรทำ ส่วนใครจะเป็นผู้ดำเนินการ แล้วแต่คณะกรรมการกองทุนจะตกลงกับ บลจ.
 

5.

Master Fund สำนักงานจะเปิดให้จดทะเบียนได้เมื่อไหร่ แล้ว Employee’s choice  จะยังคงมีอยู่หรือไม่

 

เมื่อกฎหมายมีผลใช้บังคับคือวันที่ 27 มกราคม 2551 เป็นต้นไป ส่วน Employee’s choice ทางการยังคงสนับสนุนให้ทำต่อไป
 

6.

ถ้าเป็น  Master Fund มี 3 นโยบาย คณะกรรมการกองทุนจะได้รับรายงานเป็นแบบแยก 3 นโยบายหรือแบบรวมทุกนโยบายและตัวสมาชิกเองด้วยเช่นกันหรือไม่

 

จะได้รับรายงานผลการดำเนินการตามรายนโยบาย ซึ่งอาจอยู่ในฉบับเดียวกันหรือไม่ก็ได้
 

7.

กรณีเรื่องนโยบาย Employee’s choice  นั้น หากพนักงานไม่เลือกว่าจะเลือกนโยบายใด  เช่นนี้  ตามพ.ร.บ.ใหม่ให้ถือว่าให้คงนโยบายเดิมต่อไปใช่หรือไม่  และหากต่อไปข้างหน้าสมาชิกจะขอเลือกนโยบายใหม่  เช่นนี้  กองทุนฯ ก็ต้องเปิดให้สมาชิกเลือกได้ใช่หรือไม่  โดยกองทุนจะมีข้อบังคับกำหนดเวลาการเปิดให้สมาชิกเลือกได้ ใช่หรือไม่

 

เป็นไปตามที่ท่านเข้าใจคือหากสมาชิกไม่เลือกนโยบาย ให้ถือว่าคงนโยบายเดิม (หากมี) อย่างไรก็ดี การที่กองทุนจะเสนอนโยบายให้เลือกอีกหรือไม่ อย่างไร แล้วแต่กองทุนจะกำหนด
 

8.

สำนักงานต้องการผลักดันให้ master fund เกิดใช่หรือไม่  และกองทุนที่มีนโยบาย master fund ควรมีมูลค่ากองทุนขนาดไหนที่ทำให้การลงทุนของกองทุนมีประสิทธิภาพมากที่สุด

 

สำนักงานเห็นว่า Master Fund เป็นหลักการที่ดีและเป็นประโยชน์แก่สมาชิกกองทุน ส่วนเรื่องจำนวนเงินกองทุนนั้น ขึ้นกับ บลจ. จะเห็นสมควรและตกลงกับคณะกรรมการกองทุน
 

9.

กรณี Master fund ถ้ามี 3 นโยบายให้เลือก ก็ควรจะต้องมี Benchmark 3 แบบใช่หรือไม่ และ NAV ของทั้ง 3 นโยบาย ควรนำมารวมกันเพื่อทำ report หรือเปล่า หรือบริษัทควรจะได้รับ report  เป็น 3 ชุด ตามแต่ละนโยบาย

 

3 นโยบาย ควรมี 3 Benchmark และรายงานผลการดำเนินการตามแต่ละนโยบาย แต่ไม่ต้องเอา NAV มารวมกันเพื่อทำรายงาน โดยอาจรวมอยู่ในฉบับเดียวก็ได้
 

10.

ลูกจ้างสามารถแบ่งเงินสมาชิกของตนลงทุนตามนโยบายได้หรือไม่

 

สามารถทำได้ หากกองทุนเปิดให้ทำได้
 

11.

การกระจายเงิน Unvested ในกรณี Master fund สามารถกำหนดให้กระจายแก่สมาชิกที่ยังคงอยู่ของนายจ้างนั้น ๆ ในสัดส่วนที่เท่ากันได้หรือไม่  หรือว่าจะต้องจัดสรรตาม NAV ของสมาชิกแต่ละคนที่มีอยู่

 

ตามกฎหมายที่แก้ไข กำหนดให้กระจายตามสัดส่วนมูลค่าทรัพย์สินของแต่ละนโยบายที่สมาชิกมีอยู่
 

12.

Policy แต่ละ policy การลงทุนใน master fund จำเป็นต้องเป็น pure product หรือไม่

 

ไม่จำเป็น แต่เพื่อให้สมาชิกสามารถวัดผลการดำเนินงานของแต่ละนโยบายได้ชัดเจน ควรเป็น pure product คือเป็นนโยบายใดนโยบายหนึ่ง
 

13.

สมาชิกมีสิทธิเลือกนโยบายการลงทุนได้  กรรมการกองทุนมีสิทธิที่จะไม่เปิด choice ให้สมาชิกเลือก  โดยจะคง  1 นโยบายเหมือนเดิมได้หรือไม่

 

ได้ แต่การเปิดโอกาสให้สมาชิกเลือกนโยบายได้ นอกจากจะตอบสนองเรื่องการลงทุนที่เหมาะสมกับสมาชิกแล้ว ยังจะช่วยลดภาระของกรรมการกองทุนเกี่ยวกับการตัดสินใจการลงทุนได้บางส่วนด้วย
 

14.

กรณี Employees’ choice สมาชิกมีการลงทุนทั้ง  2  นโยบาย  เช่น  นโยบาย A = 60% , นโยบาย B = 40%  เวลาสิ้นสุดสมาชิกภาพจะได้รับเงินจากบัญชี master หรือบัญชีของแต่ละนโยบาย  คือ  ได้รับเงินรวมกัน  แล้วคิดภาษีครั้งเดียว

 

ได้รับจากแต่ละนโยบาย
 

ข้อควรทราบ :  คำตอบที่แสดงนี้เป็นการตอบตามกฎเกณฑ์ที่มีผลบังคับใช้ในขณะที่มีการตอบคำถามในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัย สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ คลิก


เมนูหลัก

ปรับปรุงล่าสุด : 5 กุมภาพันธ์ 2551

About us | Site Map | Link | Glossary | Contact Us