Home | E-Newsletter | สรรหามาเล่า | โปรแกรมช่วยคำนวณภาษี | FAQ | English

คำถามที่ถูกถามบ่อย

คำถามที่ถูกถามบ่อย

 

การแก้ไขพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2550
 

  • คำถามอื่นๆ เกี่ยวกับการแก้ไขพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2550

1.

การลาออกจากกองทุนโดยไม่ออกจากงานสามารถทำได้หรือไม่ และเป็นการบังคับโดยกฎหมายที่ต้องกำหนดในข้อบังคับกองทุนหรือไม่  หากไม่บังคับ ถ้าไม่กำหนดในข้อบังคับอย่างชัดเจน  จะผิดหรือไม่  (ถ้าสมาชิกอยากลาออกก็ต้องชี้แจงเรียนนายจ้างจะลาออกได้  เพราะวัตถุประสงค์ของกองทุนไม่อยากให้ออก)

 

การลาออกจากกองทุนเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ที่สมาชิกสามารถทำได้ แม้กฎหมายไม่ได้กำหนดให้เขียนหลักเกณฑ์เรื่องนี้ไว้ แต่ควรกำหนดในข้อบังคับให้ชัดเจนเพื่อลดข้อถกเถียงระหว่างกัน โดยอาจกำหนดข้อปฏิบัติที่ให้ลูกจ้างต้องดำเนินการเกี่ยวกับการลาออกจากกองทุนด้วยก็ได้ เช่น การแจ้งล่วงหน้า เป็นต้น
 

2.

เงินเพิ่มที่นายจ้างจ่ายเข้ากองทุนตามมาตรา 17(1) ข้อ (ก)  หมายความถึงเงินค่าปรับล่าช้าที่นายจ้างจ่ายเข้ากองทุนใช่หรือไม่

 

ถูกต้อง
 

3.

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ  จะบังคับให้ทุกบริษัทฯ เข้าเป็นสมาชิกกองทุนเมื่อไร เพราะบางบริษัทให้เฉพาะผู้บริหารเท่านั้น

 

ประเด็นที่ท่านถาม เข้าใจว่าเป็นหลักการของกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาดำเนินการของกระทรวงการคลัง
 

4.

มาตรา 17 (1)  รายได้หรือคชจ. (ก) – (จ)  ประเด็นเงินสมทบที่สมาชิกไม่มีสิทธิได้รับในกรณีที่สมาชิกลาออกและข้อบังคับกองทุนระบุว่าจะได้รับเงินสมทบ + ผลประโยชน์ของนายจ้าง (สมมติว่า 20 %) 80% ที่เหลือให้จ่ายคืนนายจ้าง

คำถาม  กฎหมายใหม่ที่ออกจะบังคับให้ 80 % ที่เหลือกระจายเข้าสมาชิกที่เหลือ  หรือยังคงจ่ายเงินนายจ้างตามข้อบังคับกองทุน

 

ให้เป็นไปตามข้อบังคับกองทุน
 

5.

การสร้างความยืดหยุ่น กองทุนฯ ทำไมรับแค่ กบข. ไป pvd แต่ไม่รับ pvd ไป กบข.

 

การรับโอนเงินจาก PVD ไปเข้า กบข. ขึ้นอยู่กับนโยบายของ กบข. ที่จะแก้ไขกฎหมาย
 

6.

การโอนย้ายเงิน กรณีเปลี่ยนแปลงนโยบาย ต้องใช้เวลาในการโอนย้ายเงินภายใน 30 วัน เหมือนกรณีสิ้นสมาชิกภาพจากกองทุนหรือไม่

 

ไม่อยู่ภายใต้บังคับ 30 วัน
 

7.

ไม่ทราบว่ามีกฎหมายรองรับในส่วนของนายจ้างที่พึงจะได้หากมีการลาออกจากงานเพราะว่าบางบริษัทมีกำหนดจ่ายส่วนนายจ้างเมื่อทำงานครบ 4 ปี แล้วหากออกก่อนกำหนด ได้เฉพาะส่วนพนักงาน

 

มาตรา 9(8) กำหนดให้เขียน vesting clause ไว้ในข้อบังคับกองทุน ตามที่นายจ้างและลูกจ้างกำหนด
 

8.

เงินเพิ่ม มีความเห็นว่า ถ้ามีจำนวนเพียงไม่กี่บาท  เช่น  เป็นเศษสตางค์ แล้วทำการกระจายเฉพาะรายนายจ้าง สมาชิกแทบจะไม่ได้รับเงินที่กระจายเพราะเงินน้อยมาก และงานด้าน operation ของ บลจ. จะมีเพิ่มมากขึ้น

 

สำนักงานเห็นว่า บทบัญญัติดังกล่าวเป็นไปตามหลักการที่เหมาะสมแล้ว  
 

9.

เงินสมทบของลูกจ้างมากกว่าของนายจ้างมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่

 

ไม่มีการแก้ไขกฎหมายในครั้งนี้
 

10.

เงินสมทบที่สมาชิกไม่มีสิทธิได้รับ Unvested  สามารถกำหนดในระเบียบกองทุนฯ ให้คืนกลับไปที่นายจ้างได้หรือไม่ ม.17 (1) (ข)

 

สามารถทำได้ ส่วนกรณีตามมาตรา 17(1) หมายถึง กรณีที่ข้อบังคับกำหนดให้เงินตกเป็นของกองทุน ให้กระจายแก่สมาชิกตามรายนายจ้าง
 

11.

กรณีกองทุนเดียว  เงินสมทบและผลประโยชน์ของเงินสมทบที่สมาชิกไม่มีสิทธิได้รับตามเงื่อนไขเงื่อนเวลาจะถูกคืนไปที่ใคร

 

เป็นไปตามที่ข้อบังคับกองทุนกำหนด
 

12.

อยากให้กำหนดขั้นต่ำเพิ่มเงินสมทบของนายจ้างให้มากกว่า 3 จะได้หรือไม่  เพราะโดยปกตินายจ้างจะขึ้นหรือให้เงินเดือนลูกจ้างต่ำมากทำให้ 3%  แล้วน้อยมากไม่พอเลี้ยงชีพพนักงาน  ได้ในตอนชรา (รวมแล้วไม่พอเงินเฟ้อเลยค่ะ)

 

กฎหมายกำหนดให้เงินสมทบอยู่ในอัตรา 2-15% ส่วนข้อบังคับกองทุนจะกำหนดเป็นเท่าใดแล้วแต่จะตกลงกัน ทั้งนี้ กรรมการกองทุนฝ่ายลูกจ้างหรือสมาชิกควรหารือกับนายจ้างถึงปัญหาหรือความจำเป็นดังที่ถาม
 

13.

อยากให้กำหนดข้อบังคับนายจ้างในส่วนของเงินที่ลูกจ้างไม่มีสิทธิได้รับเงินของกองทุนในส่วนนายจ้าง  เช่น  ลาออกก่อนกำหนดเงินส่วนนี้นายจ้างบางคนไม่เอาเข้ากองทุนข้อกำหนดให้คืนนายจ้างทำให้ผลประโยชน์เกิดกับลูกจ้างที่อยู่จะได้เป็นโบนัสกับพนักงานที่เกษียณจะดีกว่า (ข้อนี้ถ้าทำได้ก็จะดีมาก)

 

กฎหมายปัจจุบันไม่ได้บังคับ แต่ให้กองทุนแต่ละนายจ้างกำหนดตามแต่ตกลงกัน ซึ่งปัจจุบันมีหลายกองทุนที่กำหนดให้เงินส่วนนายจ้างตกเป็นของกองทุน
 

14.

ค่าจัดการกองทุนสามารถเก็บในอัตราที่ไม่เท่ากันระหว่างแต่ละนโยบายใน Master Fund ได้หรือไม่

 

ได้ แล้วแต่จะตกลงกัน
 

15.

ม.17 (1) ที่บอกว่ารายได้หรือค่าใช้จ่าย (ก) – (จ) ที่กระจายเฉพาะลูกจ้างของนายจ้างรายเดียวกัน  (ก) เงินเพิ่ม  ปัจจุบันเงินค่าปรับจะกระจายทั้งกองทุน ไม่ได้กระจายเฉพาะรายนายจ้าง   หมายความว่า  ถ้าพรบ.  ใหม่ ประกาศใช้  ให้เปลี่ยนวิธีกระจายใช่หรือไม่

 

ถูกต้อง
 

16.

การแก้ไขข้อบังคับจำเป็นต้องแก้ไขทั้ง 5 ประเด็นที่มีการแก้ไขกฎหมายหรือไม่  สามารถเลือกแก้ไขเป็นบางข้อได้หรือเปล่า

 

ควรจะกำหนดให้ชัดเจนทั้ง 5 ประเด็น
 

17.

มาตรา 17 (ข) unvested ที่ไม่ได้จ่ายให้สมาชิกที่เข้ากองทุนนั้นต้องกำหนดไว้ในข้อบังคับใช่ไหม  ว่าตกเป็นของกองทุน  ถ้าข้อบังคับไม่ได้กำหนดก็ยังคงต้องคืนให้นายจ้างใช่หรือไม่

 

ข้อบังคับอาจกำหนดให้ตกเป็นของนายจ้าง หรือเป็นของกองทุนก็ได้ ซึ่งหากกำหนดเป็นของกองทุน ให้ดำเนินการตาม ม.17
 

18.

ข้อซักซ้อมเรื่องการลาออกจากองทุนฯ โดยไม่ออกจากงานต้องดำเนินการเพิ่มเติมอะไรหรือไม่หรือยกเลิกประเด็นนี้ไปแล้วหรือรวมอยู่ในเรื่อง Vesting Clause

 

เป็นไปตามแนวที่สำนักงานเคยซักซ้อมตามหนังสือถึงนายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน ที่ กลต.ข. 751/2550 ลงวันที่ 4 เมษายน 2550 ซึ่งสำนักงานมีความเห็นว่า การลาออกจากกองทุนโดยไม่ออกจากงานเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่สมาชิกควรสามารถกระทำได้ตามความสมัครใจ ข้อบังคับกองทุนไม่ควรมีข้อกำหนดที่มีลักษณะเป็นการห้ามสมาชิกลาออกจากกองทุน
 

19.

ถ้าบริษัทมีพนักงานที่เกษียณอายุแล้วต่ออายุการทำงานโดยยังคงส่งเงินให้กองทุนเหมือนเดิมจะทำได้หรือไม่  หรือต้องหยุดส่งเมื่อครบอายุเกษียณและสรรพากรจะคิดภาษีอย่างไร

 

สามารถทำได้โดยข้อบังคับกองทุนต้องกำหนดรองรับการต่ออายุการทำงานและการให้เป็นสมาชิกในกองทุนต่อไป ส่วนเกณฑ์ทางด้านภาษีจะคำนวณเงินเป็น 2 ก้อน คือ ก้อนที่ได้รับเนื่องจากเกษียณ จะได้รับยกเว้น (เงินก้อนนี้อาจไว้ในกองทุนต่อไปแล้วไปรับเมื่อถึงวันสิ้นสมาชิกภาพได้) ส่วนก้อนที่ส่งเข้ากองทุนเนื่องจากการต่ออายุการทำงาน จะเริ่มคำนวณภาษีเสมือนสมาชิกใหม่
 

ข้อควรทราบ :  คำตอบที่แสดงนี้เป็นการตอบตามกฎเกณฑ์ที่มีผลบังคับใช้ในขณะที่มีการตอบคำถามในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัย สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ คลิก


เมนูหลัก

ปรับปรุงล่าสุด : 23 กันยายน 2551

About us | Site Map | Link | Glossary | Contact Us