|
|
|
| 5.
|
เงินสะสม
เงินสมทบ และเงินบริจาค |
|
|
|
| 5.1
|
กรณีสมัครเป็นสมาชิกในระหว่างเดือน
เงินที่นำส่งเข้ากองทุนจะคำนวณอย่างไร
|
|
ตอบ
|
โดยหลักนายจ้างต้องนำส่งเงินสะสม/สมทบเข้ากองทุนต่อเมื่อลูกจ้างเป็นสมาชิกกองทุนและมีการจ่ายค่าจ้างให้ในระหว่างที่ลูกจ้างเป็นสมาชิกกองทุนอยู่ ทั้งนี้ การนำเงินสะสม/สมทบเข้ากองทุนในครั้งแรกของการสมัครเข้าเป็นสมาชิก
การนำเงินดังกล่าวเข้ากองทุนให้เป็นไปตามที่ข้อบังคับกองทุนกำหนด ซึ่งจะกำหนดให้คำนวณจากฐานค่าจ้างเต็มเดือนหรือจากฐานค่าจ้างตามระยะเวลาที่เป็นสมาชิกของกองทุนก็ได้ อย่างไรก็ดี หากข้อบังคับไม่ได้มีการกำหนดในเรื่องดังกล่าวไว้ ให้นายจ้างหักเงินสะสม/สมทบโดยคำนวณจากฐานค่าจ้างตามระยะเวลาที่เป็นสมาชิกของกองทุนเป็นอย่างน้อย
|
| 5.2 |
เมื่อลูกจ้างสิ้นสมาชิกภาพระหว่างเดือน นายจ้างจะต้องนำเงินเข้ากองทุนในวันที่มีการจ่ายค่าจ้างงวดสุดท้าย
หรือไม่
|
|
ตอบ
|
วันสิ้นสมาชิกภาพ
วันที่จ่ายค่าจ้างสำหรับเดือน
ต.ค. |--------------------------------|----------------------------------|
25
ต.ค. 47 30
ต.ค. 47
ช่วงระหว่างวันที่ 1 - 25 ต.ค. 47 ลูกจ้างยังเป็นสมาชิกของกองทุนอยู่ ดังนั้น ณ วันที่ 30 ต.ค. 47
ที่นายจ้างมีการจ่ายค่าจ้าง นายจ้างต้องจ่ายเงินเข้ากองทุน โดยจำนวนเงินที่จะนำเข้าให้คำนวณจากฐานค่าจ้างตามสัดส่วนของระยะเวลาทำงาน คือ
วันที่ 1
- 25 ต.ค. 47 เท่านั้น ทั้งนี้ การจ่ายเงินเข้ากองทุนในวันที่ 30 ต.ค. 47
ซึ่งเป็นงวดการจ่ายเงินเดือนตามปกติของนายจ้าง ถึงแม้ว่าลูกจ้างจะไม่มีความเป็นสมาชิกภาพในวันดังกล่าวแล้วก็ไม่ได้ขัดกับหลักกฎหมายที่ว่านายจ้างต้องนำส่งเงินสะสม/สมทบเข้ากองทุนต่อเมื่อลูกจ้างเป็นสมาชิกกองทุนและมีการจ่ายค่าจ้างให้ในระหว่างที่ลูกจ้างเป็นสมาชิกกองทุนอยู่ เนื่องจากเป็นการจ่ายเงินสะสม/สมทบจากฐานค่าจ้างที่ค้างจ่าย ระหว่างวันที่ 1
- 25 ต.ค. 47
|
| 5.3 |
ลูกจ้างสามารถจ่ายเงินสะสมมากกว่าที่นายจ้างจ่ายเงินสมทบ ได้หรือไม่
|
|
ตอบ
|
ปัจจุบันยังไม่สามารถทำได้
และการแก้ไขหลักเกณฑ์ดังกล่าวต้องเป็นการแก้ไขพระราชบัญญัติ ซึ่งต้องใช้เวลา อย่างไรก็ดี ปัจจุบันทางการได้สนับสนุนให้มีทางเลือกในการออมเพื่อเกษียณอายุโดยการออมผ่านกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (Retirement Mutual Fund : RMF) ซึ่งเป็นกองทุนรวมที่เสนอขายหน่วยลงทุนให้แก่ผู้ลงทุนประเภทบุคคลธรรมดาที่มีเงินได้ ผู้ประกอบวิชาชีพอิสระ หรือลูกจ้างที่ต้องการออมเงินมากกว่านายจ้างจ่ายสมทบให้ โดยหากปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ทางการกำหนด ผู้ลงทุนก็จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ซึ่งในขณะนี้ ได้มีการจัดตั้งกองทุนรวมดังกล่าวแล้วหลายกองทุน |
| 5.4 |
ลูกจ้างหยุดพักงานชั่วคราวและไม่ได้รับค่าจ้าง ลูกจ้างจะจ่ายเงินสะสม/เงินสมทบเข้ากองทุนแทนนายจ้าง
ได้หรือไม่ |
|
ตอบ
|
ไม่ได้ เนื่องจากการจ่ายเงินสะสมจะหักจากค่าจ้างทุกครั้งที่มีการจ่ายค่าจ้าง ดังนั้น เมื่อไม่มีการจ่ายค่าจ้าง จึงไม่สามารถจ่ายเงินเข้ากองทุนได้ |
| 5.5 |
กรณีแก้ไขข้อบังคับกองทุนเพื่อเปลี่ยนแปลงอัตราเงินสมทบ ทำไมต้องมีหนังสือยืนยันจากนายจ้าง |
|
ตอบ
|
เนื่องจากนายจ้างเป็นผู้รับภาระการจ่ายเงินสมทบ ดังนั้น เพื่อให้ข้อบังคับกองทุนที่ขอแก้ไขปฏิบัติได้จริง และป้องกันมิให้เกิดปัญหาขึ้นภายหลัง จึงจำเป็นต้องขอหนังสือยืนยันจากนายจ้าง |
| 5.6 |
บริษัทประสบปัญหาทางการเงินทำให้ไม่สามารถนำส่งเงินสมทบเข้ากองทุนต่อไปได้
หากบริษัทจะขอหยุดการนำส่งเงินสะสม-สมทบชั่วคราว จะทำได้หรือไม่ |
|
ตอบ
|
เนื่องจาก
พ.ร.บ. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 กำหนดชัดเจนว่า
ทุกครั้งที่มีการจ่ายค่าจ้าง นายจ้างต้องนำส่งเงินสะสม/สมทบเข้ากองทุน
หากนายจ้างไม่นำส่ง กฎหมายกำหนดให้นายจ้างต้องส่งเงินเพิ่มเข้ากองทุนด้วย
ดังนั้น นายจ้างจึงมีหน้าที่ตามกฎหมายดังกล่าว อย่างไรก็ตาม
กรณีที่นายจ้างประสบปัญหาการเงิน เบื้องต้นนายจ้างควรพูดคุยกับลูกจ้างให้รับทราบและเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาระยะสั้นก่อน
เช่น การแก้ไขข้อบังคับกองทุนเพื่อลดเงินสมทบชั่วคราว
(ต้องเป็นอัตราที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย) เป็นต้น |
| 5.7 |
นายจ้างส่งเงินสมทบเข้ากองทุนเกิน จึงต้องการหยุดส่งเงินสมทบเข้ากองทุนจนครบจำนวนที่ส่งเกิน
ทำได้หรือไม่ |
|
ตอบ
|
ทำได้
โดยอาจถือเป็นเงินที่นายจ้างจ่ายสมทบเข้ากองทุนล่วงหน้า มิใช่การหยุดส่งเงินสมทบ
อย่างไรก็ดี นายจ้างควรแจ้งให้สมาชิกทราบข้อมูลและแนวทางแก้ไขที่ชัดเจนด้วย
เช่น แจ้งให้สมาชิกทราบว่า นายจ้างได้ส่งเงินสมทบเกินเป็นจำนวนเท่าไร
จะถือเป็นการนำส่งเงินสมทบล่วงหน้าเป็นระยะเวลานานเท่าใด เป็นต้น และเมื่อครบระยะเวลาดังกล่าว
นายจ้างต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนตามปกติต่อไป
|
| 5.8 |
เงินเพิ่มที่นายจ้างใน pooled fund นำส่งเข้ากองทุน ควรกระจายอย่างไร
|
|
ตอบ
|
กระจายให้ลูกจ้างทุกรายของนายจ้างรายที่จ่ายเงินเพิ่ม
โดยกระจายตามส่วนได้เสียของลูกจ้างแต่ละราย |
| 5.9 |
หากมีเงินอุทิศเข้ากองทุน
ควรกระจายอย่างไร
|
|
ตอบ
|
กระจายให้ลูกจ้างทุกรายของนายจ้างรายที่ได้รับเงินอุทิศเข้ากองทุน
โดยกระจายตามส่วนได้เสียของลูกจ้างแต่ละราย |
| 5.10 |
จะตรวจสอบได้อย่างไรว่า บริษัทมีการนำส่งเงินสะสมและเงินสมทบเข้ากองทุนให้สมาชิก
|
|
ตอบ
|
สมาชิกตรวจสอบได้จากรายงานแจ้งยอดเงินที่บริษัทจัดการจัดส่งให้ทุก
6 เดือน หากไม่ได้รับ ขอให้ติดต่อคณะกรรมการกองทุนหรือบริษัทจัดการที่บริหารกองทุนของสมาชิก |
| 5.11 |
กรณีนายจ้างมีคำสั่งปรับขึ้นเงินเดือนและให้มีผลย้อนหลัง สมาชิกที่สิ้นสมาชิกภาพก่อนวันที่มีคำสั่ง
แต่หลังจากวันที่มีผลย้อนหลัง
(1 พ.ย. 47)จะมีสิทธิในเงินสมทบของนายจ้างหรือไม่
|
|
ตอบ
|
ไม่มี เนื่องจากต้องพิจารณาองค์ประกอบ 3 ข้อ คือ (1)
ลูกจ้างเกิดสิทธิขึ้น ณ วันใด (2)
มีนิติสัมพันธ์เป็นนายจ้าง/ลูกจ้าง (3)
ลูกจ้างมีสถานะเป็นสมาชิกภาพในกองทุน ดังนั้น
สมาชิกที่สิ้นสมาชิกภาพ (30 พ.ย. 47) ก่อนวันที่นายจ้างมีคำสั่งปรับเงินเดือน (1
ม.ค. 48) จึงไม่เข้าเกณฑ์ที่จะได้รับเงินสมทบส่วนต่างจากการปรับขึ้นเงินเดือน
เนื่องจากขาดองค์ประกอบในเรื่องความเป็นสมาชิกภาพในกองทุน
|
| 5.12 |
สมาชิกไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของนายจ้างและถูกตัดเงินเดือน จะต้องคำนวณเงินที่นำส่งเข้ากองทุนอย่างไร่
|
|
ตอบ
|
สมาชิกมีสิทธิได้รับเงินเดือนตามที่ตกลงในสัญญาจ้าง หากข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของนายจ้างกำหนดหลักเกณฑ์ในส่วนที่เกี่ยวกับการคำนวณค่าจ้างไว้
เช่น การตัดเงินเดือนกรณีลูกจ้างทำผิดระเบียบ เป็นต้น สิทธิของลูกจ้างในการได้รับค่าจ้างจึงอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ดังกล่าว
ดังนั้น ฐานที่ใช้ในการคำนวณเงินสะสมและเงินสมทบเข้ากองทุน จึงหมายถึงค่าจ้างตามที่จ่ายจริง
(หลังตัดค่าจ้างแล้ว)
|
| 5.13 |
ปัจจุบันหักเงินเข้ากองทุน
5% ของเงินเดือน
ถ้าต้องการหักมากกว่านี้ต้องทำอย่างไรบ้าง หักได้สูงสุดกี่
% ของเงินเดือน
|
|
ตอบ
|
สมาชิกจะจ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนในอัตราเท่าใดนั้น ขึ้นอยู่กับข้อบังคับของกองทุนนั้นๆ
ซึ่งสามารถกำหนดได้ตั้งแต่ 2-15 % ของเงินเดือน
ดังนั้น หากประสงค์จะจ่ายเงินมากกว่าปัจจุบัน ให้ตรวจสอบข้อบังคับของกองทุนว่ากำหนดให้ทำได้หรือไม่ โดยขอดูข้อบังคับกองทุนได้ที่คณะกรรมการกองทุน
ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล
|
| 5.14 |
สมาชิกออกจากกองทุนและได้รับเงินจากกองทุนเฉพาะส่วนของเงินสะสมและผลประโยชน์ของเงินสะสม
หากนายจ้างยอมให้สมาชิกกลับเข้ากองทุน
โดยจะนำเงินสมทบของนายจ้างซึ่งสมาชิกไม่มีสิทธิได้รับในครั้งแรกกลับเข้ากองทุนด้วย จะทำได้หรือไม่
|
|
ตอบ
|
การนำเงินสมทบที่สมาชิกไม่มีสิทธิได้รับกลับเข้ากองทุนโดยจ่ายให้สมาชิกรายดังกล่าวโดยตรงไม่สามารถทำได้
อย่างไรก็ตาม หากนายจ้างประสงค์จะจ่ายเงินสมทบให้ลูกจ้างในอัตราที่ต่างกัน
ก็สามารถทำได้โดยกำหนดไว้ในข้อบังคับกองทุน
|
| 5.15 |
เงินรางวัลประจำปีสามารถนำมาคำนวณจ่ายเป็นเงินสะสมเข้ากองทุนหรือไม่
|
|
ตอบ
|
เงินสะสมที่จ่ายเข้ากองทุนเป็นเงินที่คำนวณจาก
"ค่าจ้าง" ซึ่งเป็นเงินที่นายจ้างจ่ายให้เป็นการตอบแทนการทำงานและมีการจ่ายเป็นประจำ
เงินรางวัลประจำปีไม่เข้าลักษณะดังกล่าว จึงไม่สามารถนำเข้ากองทุนได้ |
| 5.16 |
การนำเงินเข้ากองทุนในกรณีที่นายจ้างมีคำสั่งให้ลูกจ้างกลับเข้าทำงาน
(ซึ่งนายจ้างต้องจ่ายเงินเข้ากองทุนเพิ่มเติม)
มีกำหนดเวลาหรือไม่
|
|
ตอบ
|
การที่นายจ้างมีคำสั่งให้สมาชิกที่สิ้นสมาชิกภาพแล้วกลับเข้าทำงาน
ทำให้ต้องจ่ายเงินเข้ากองทุนเพิ่มเติมให้แก่สมาชิกรายนั้น
การนำเงินเข้าในกรณีดังกล่าวไม่มีข้อกำหนดเกี่ยวกับเวลา นายจ้างจึงสามารถตกลงวิธีที่เหมาะสมกับบริษัทจัดการได้เอง
|
| 5.17 |
กรณีมีเงินบริจาคเข้ากองทุน
ควรกระจายอย่างไร
|
|
ตอบ
|
กระจายให้ลูกจ้างทุกรายของนายจ้างรายที่ได้รับเงินบริจาคเข้ากองทุน
โดยกระจายตามส่วนได้เสียของลูกจ้างแต่ละราย
|
| 5.18 |
นายจ้างในกองทุนร่วม
(Pooled Fund) จ่ายเงินสมทบให้ลูกจ้างในอัตราที่แตกต่างกันได้หรือไม่
|
|
ตอบ
|
นายจ้างในกองทุนร่วมสามารถกำหนดอัตราเงินสมทบที่แตกต่างกันได้โดยกำหนดไว้ในข้อบังคับเฉพาะส่วนของแต่ละนายจ้าง
|
| 5.19 |
คณะกรรมการกองทุนสามารถจ่ายโบนัสให้บริษัทจัดการหรือไม่
หรือจะต้องนำไปขออนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ก่อน
|
|
ตอบ
|
การจ่ายค่าตอบแทนในรูปโบนัสให้แก่บริษัทจัดการ
ควรมีการกำหนดไว้ให้ชัดเจนในสัญญาแต่งตั้งบริษัทจัดการ หากไม่ได้กำหนดไว้
อาจไม่สามารถจ่ายได้
|
| 5.20 |
ต้องการลดอัตราเงินสะสมและเงินสมทบทำได้หรือไม่
|
|
ตอบ
|
ข้อบังคับกองทุนกำหนดอัตราเงินสะสม/เงินสมทบไว้
ดังนั้น หากจะมีการแก้ไขอัตราเงินสะสม/สมทบทั้งในอัตราที่เพิ่มขึ้น
หรือลดลงจากเดิม ให้คณะกรรมการกองทุนยื่นขอจดทะเบียนแก้ไขข้อบังคับกองทุนต่อนายทะเบียนกองทุน
โดยอัตราดังกล่าวต้องไม่ขัดต่อกฎหมาย
|
| 5.21 |
ในกรณีที่พนักงานลาออกจากกองทุน
แต่ต้องการโอนเงินไป RMF จะทำได้หรือไม่
|
|
ตอบ
|
ปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายรองรับการโอนเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไปซื้อหน่วยลงทุนของกองทุน
RMF ได้โดยตรง สมาชิกจะต้องรับเงินกองทุนทั้งก้อนพร้อมเสียภาษี (ถ้ามี)
แล้วนำเงินดังกล่าวไปลงทุนใน RMF ต่อไป
|
| 5.22
|
ลูกจ้างนายจ้างในระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพส่วนใหญ่จ่ายเงินสะสมเงินสมทบเข้ากองทุนในอัตราเท่าใด
|
|
ตอบ
|
ดูข้อมูลล่าสุดได้จาก
www.thaipvd.com
หัวข้อข้อมูลสถิติ click
|
| 5.23 |
หากสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพทำผิดข้อบังคับการทำงานของบริษัท
เป็นเหตุให้สมาชิกถูกตัดเงินเดือน สมาชิกและนายจ้างจะต้องจ่ายเงินเข้ากองทุนโดยคิดจากฐานเงินเดือนเดิม
หรือฐานเงินเดือนใหม่ เพราะเหตุใด
|
|
ตอบ
|
ให้คำนวณเงินสะสมจากฐานเงินเดือนใหม่ภายหลังจากมีการลงโทษตัดเงินเดือนแล้ว
เนื่องจากลูกจ้างมีสิทธิที่จะได้รับเงินค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนการทำงาน
ซึ่งเป็นไปตามสัญญาจ้างที่ได้ตกลงกันไว้ ในกรณีที่ลูกจ้างทำงานตามปกติ
สิทธิการได้รับเงินค่าจ้างของลูกจ้างคือ อัตราเงินเดือนตามปกติ
แต่ในกรณีที่ลูกจ้างทำผิดและถูกลงโทษให้ตัดเงินเดือน สิทธิในการได้รับเงินค่าจ้างของลูกจ้างในงวดนั้น
ย่อมเท่ากับจำนวนเงินเดือนสุทธิคงเหลือภายหลังจากถูกตัดเงินเดือนแล้ว
การคำนวณเงินสะสมจึงต้องคำนวณจากฐานจำนวนเงินค่าจ้างที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับเป็นหลัก
|
| 5.24 |
หากนายจ้างได้เลิกจ้างลูกจ้างเพราะกระทำผิดวินัยของบริษัทอย่างร้ายแรง
ทำให้นายจ้างต้องไล่ออก ลูกจ้างคนนั้นยังคงมีสิทธิได้รับเงินสะสมจากกองทุนหรือไม่
|
|
ตอบ
|
ตาม
พ.ร.บ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ.2530 กำหนดให้บริษัทจัดการจ่ายเงินให้แก่สมาชิกที่สิ้นสมาชิกภายใน
30 วันนับแต่วันสิ้นสมาชิกภาพ โดยสมาชิกจะได้รับเงินกองทุนเมื่อสิ้นสมาชิกภาพจากกองทุน
ดังนี้
1.
สมาชิกจะได้รับเงินสะสมเต็มจำนวน เนื่องจากเป็นเงินในส่วนที่สมาชิกจ่ายสะสมเข้ากองทุน
2. ส่วนเงินสมทบจะได้รับหรือไม่ และได้รับเท่าไหร่
ขึ้นกับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการจ่ายเงินสมทบของนายจ้างที่กำหนดไว้ในข้อบังคับกองทุน
|