Home | E-Newsletter | สรรหามาเล่า | โปรแกรมช่วยคำนวณภาษี | FAQ | English

สรรหามาเล่า

 

 

สรรหามาเล่า

 

 

 

 

 

ตอน...มารู้จักกับกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (Sovereign Wealth Fund) ตอนที่ 1

(13 พ.ค. 51)

 

 

 

 

 

          สวัสดีค่ะ สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพทุกท่าน สรรหามาเล่าฉบับนี้  ขอพักร้อนจากเรื่องกองทุนสำรองเลี้ยงชีพชั่วคราวนะคะ  โดยจะขอชวนทุกท่านมารู้จักกับกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ  ซึ่งตอนนี้กระแสการจัดตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (SWF) ได้รับความสนใจและถูกจับตามองมากขึ้นเนื่องจากมีเงินกองทุนที่ใหญ่และส่วนมากลงทุนในสินทรัพย์สาธารณูปโภคพื้นฐานในประเทศต่าง ๆ ดังนั้น เพื่อไม่ให้ตกกระแสจึงขอเชิญท่านผู้อ่านทุกท่านมารู้จักกองทุนประเภทนี้กันค่ะ

 

          กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติส่วนมากจะจัดตั้งขึ้นโดยประเทศที่มีความร่ำรวย เกินดุลการค้า และมีเงินทุนสำรองในปริมาณที่สูงมากเกินความจำเป็นจึงมีความประสงค์ที่จะนำเงินดังกล่าวไปลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่าง ๆ เพื่อสร้างผลตอบแทนและลดสภาพคล่องภายในประเทศ ดังนั้นกองทุน SWF ส่วนมากจึงเน้นการลงทุนในบริษัทขนาดใหญ่ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศเป็นหลัก

 

        กองทุน SWF เป็นที่รู้จักมากขึ้นหลังจากที่สหรัฐฯเกิดวิกฤตซับไพรม์ส่งผลให้ธนาคารหลัก ๆ หลายแห่งต้องเพิ่มทุนเพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้ ซึ่งผู้ที่อัดฉีดเงินเข้าสู่บริษัทที่มีปัญหาเหล่านี้ส่วนมากเป็นกองทุน SWF เช่น การเข้าซื้อหุ้นธนาคาร CitiBank โดยกองทุน Abu Dhabi Investment Authority (ADIA) ของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และ การซื้อหุ้นของ Morgan Stanley ซึ่งเป็นวานิชธนกิจขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ โดย China Investment Corp เป็นต้น ดังนั้น กองทุนประเภท SWF ได้มีบทบาทอย่างมากในตลาดทุนโลกภายใต้ยุคโลกาภิวัฒน์

 

        เหตุผลหลักที่กระตุ้นให้รัฐบาลที่มีเงินทุนสำรองจำนวนมากจัดตั้งกองทุน SWF คือ การบริหารจัดการเงินสำรองให้ได้รับผลตอบแทนในอัตราที่สูงขึ้น หรือใช้เป็นทางเลือกในการบริหารอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อไม่ให้ค่าเงินของตนแข็งค่าจนเกินไป อย่างไรก็ดี การขยายตัวอย่างรวดเร็วส่งผลให้ประเทศที่รับเงินลงทุนจากกองทุนดังกล่าวเกิดความหวาดกลัวอย่างมากเนื่องจากกองทุนเหล่านี้ได้เข้าไปลงทุนในกิจการที่เป็นยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศ  ทำให้มีการเรียกร้องให้มีการวางมาตรการและกฎเกณฑ์กำกับดูแลการเข้ามาลงทุนของกองทุนเหล่านี้ให้มีความโปร่งใส  เป็นไปตามวัตถุประสงค์  และสามารถตรวจสอบได้  จึงอาจส่งผลกระทบไปถึงการหมุนเวียนของเงินทุนในตลาดโลก  ทำให้เงินทุนในตลาดโลกมีแนวโน้มที่เป็นไปอย่างเสรีน้อยลง  เนื่องจากมีอุปสรรคทางด้านกฎเกณฑ์และมาตรการในการเข้าไปลงทุนเข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น

 

        ข้อมูลของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) บ่งบอกถึงการเติบโตของขนาดกองทุน SWF โดยเติบโตจากประมาณ 5 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วงปี 1990 มาอยู่ที่ประมาณ 2 – 3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ และคาดว่าจะเติบโตเป็น 10 ล้านล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2012 หรืออีก 4 ปีข้างหน้าเท่านั้น

 

        ท่านผู้อ่านจะเห็นได้ว่ากองทุนประเภท SWF เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการบริหารจัดการเงินทุนสำรองที่มีมากเกินความจำเป็นเพื่อแสวงหาผลตอบแทนในอัตราที่สูงกว่าการลงทุนในประเทศและเป็นการบริหารอัตราแลกเปลี่ยนทางอ้อมอีกด้วยเนื่องจากการนำเงินเข้าออกประเทศจะส่งผลกระทบกับอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง หากท่านผู้อ่านอยากทราบว่า กองทุนใดมีขนาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก หรือประเทศเพื่อนบ้านของเราประเทศใดมีการจัดตั้งกองทุนประเท SWF แล้วบ้าง อย่าลืมติดตามอ่านในสรรหามาเล่าฉบับหน้านะคะ สวัสดีค่ะ
 

 

 

bar06_blue.gif

 

 

คอลัมน์นี้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้แก่สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและผู้ที่สนใจ

 

bar06_blue.gif

 

About us | Site Map | Link | Glossary | Contact Us