![]() |
|
|
|
Home | E-Newsletter | สรรหามาเล่า | โปรแกรมช่วยคำนวณภาษี | FAQ | English |
|
|
สรรหามาเล่า |
|
|
|
|
|
|
|
ตอน...ออมเงินกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพดีอย่างไรในภาวะเงินเฟ้อ (5 ส.ค. 51) |
|
|
|
|
|
|
|
สวัสดีค่ะ เพื่อนสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพทุกท่าน ในช่วงที่ข้าวของแพง ภาวะเงินเฟ้อสูงดังเช่นทุกวันนี้ ก็จะได้ยินเพื่อนสมาชิกบางท่านบ่นว่า อยากลาออกจากกองทุน เนื่องจากไม่ต้องการถูกหักเงินสะสมเข้ากองทุน เพราะต้องรับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ขณะที่บางท่านก็ต้องการออกจากกองทุน เนื่องจากต้องการนำเงินกองทุนมาใช้ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในภาวะที่ราคาสินค้าพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง สรรหามาเล่าฉบับนี้จึงอยากให้ท่านลองอ่านข้อมูลข้างล่างและคิดทบทวนอีกสักครั้งว่า จริง ๆ แล้ว ท่านควรลาออกจากองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือไม่ ในภาวะที่ค่าครองชีพปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและไม่มีท่าทีว่าจะลดลงในระยะเวลาอันสั้น การออมเงินและการหาดอกผลเพิ่มเติมในเงินที่ท่านมีอยู่จึงเป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจากราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลให้มูลค่าเงินในมือของเราลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ตาม หากสภาพตลาดไม่เอื้ออำนวยต่อการลงทุน การสร้างดอกผลจากการลงทุนก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายนักเช่นกัน ดังนั้น การออมเงินผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ท่านเป็นสมาชิกอยู่จึงมีความสำคัญอย่างมาก ท่านอย่าลืมว่าการที่ท่านยังเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่นั้นหมายความว่า นายจ้างของท่านจะต้องจ่ายเงินสมทบเข้าไปในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้ท่านเป็นประจำทุกเดือนในจำนวนที่ไม่น้อยกว่าเงินที่ท่านจ่ายสะสมเข้าไปในกองทุน จึงเท่ากับว่าท่านจะได้รับผลตอบแทนในแต่ละเดือนอย่างต่ำ 100% จากเงินที่ท่านจ่ายสะสมนั่นเอง ซึ่งเป็นผลประโยชน์ที่สูงมากเมื่อเทียบกับการออมเงินประเภทอื่นในขณะนี้ นอกจากนั้น ท่านยังมีโอกาสได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนเหมือนการลงทุนประเภทอื่นอีกด้วย การได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีก็เป็นประโยชน์อีกทางหนึ่งที่ท่านไม่ควรมองข้าม เพราะเป็นยอดเงินจำนวนไม่น้อยเลยในแต่ละปีที่ท่านได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีจากเงินสะสมที่ส่งเข้ากองทุน นั่นหมายความว่า ท่านจะจ่ายภาษีน้อยลงและมีเงินในกระเป๋าไว้ใช้จ่ายอย่างอื่นเพิ่มขึ้น ซึ่งในปี 2551 กรมสรรพากรได้ขยายยอดเงินสะสมที่สามารถนำมาหักลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้จากปีละไม่เกิน 300,000 บาท เป็น 500,000 บาท ในทางตรงกันข้าม ท่านอาจจะเสียผลประโยชน์ที่ควรได้รับอย่างน่าเสียดายจากเงื่อนไขการจ่ายเงินสมทบพร้อมทั้งส่วนเฉลี่ยผลประโยชน์สุทธิที่กำหนดในข้อบังคับกองทุน อันเนื่องจากการที่สมาชิกลาออกจากกองทุนโดยไม่ได้ลาออกจากงาน เช่น ท่านอาจไม่ได้รับเงินสมทบของนายจ้างพร้อมทั้งส่วนเฉลี่ยผลประโยชน์สุทธิเลยทั้งจำนวนก็เป็นได้ หรืออาจจะได้แต่ก็เป็นสัดส่วนที่น้อยเมื่อเทียบกับยอดเงินทั้งหมดที่ควรได้รับ และหากมูลค่าสินทรัพย์ของกองทุนลดลงในช่วงที่ท่านลาออกจากกองทุน ก็จะทำให้ท่านได้รับเงินกองทุนน้อยกว่าที่ท่านคาดหวังไว้ เชื่อว่าเมื่อท่านได้อ่านสรรหามาเล่าฉบับนี้แล้ว
ท่านคงจะไม่คิดว่าการจ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะเป็นภาระของท่านอีกต่อไป
แม้ว่าการออมผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพในภาวะที่ค่าครองชีพปรับสูงขึ้นอย่างมากจะเป็นเรื่องที่ยากสำหรับสมาชิกบางท่าน
และผลประโยชน์ของการออมก็ยังไม่เห็นอย่างเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนในปัจจุบัน แต่เชื่อว่าเมื่อท่านคิดทบทวนและคำนึงถึงผลประโยชน์ระยะยาวที่ท่านจะได้รับในอนาคต
รวมทั้งชีวิตหลังเกษียณที่ท่านจะมีเงินก้อนหนึ่งไว้ให้อุ่นใจได้ว่าท่านจะมีชีวิตที่ไม่ยากลำบากแล้ว
ท่านคงมั่นใจได้ว่าการออมเงินในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าจริง
ๆ แม้ในภาวะเงินเฟ้อเช่นนี้ แล้วพบกันใหม่ในสรรหามาเล่าฉบับหน้า สวัสดีค่ะ |
|
|
|
|
|
|
|
คอลัมน์นี้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้แก่สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและผู้ที่สนใจ |
|
|
|
||
|
About us | Site Map | Link | Glossary | Contact Us |