Home | E-Newsletter | สรรหามาเล่า | โปรแกรมช่วยคำนวณภาษี | FAQ | English

 

สรรหามาเล่า

 

 

 

 

 

ตอน..Benchmark ตัวใหม่ของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ                                                     (18 ม.ค. 50)

 

 

 

 

 

             ในช่วงนี้เพื่อนสมาชิกที่ติดตามข่าวสารกองทุน คงทราบข่าวที่สำนักงาน ก.ล.ต. ได้ให้ความเห็นชอบประกาศสมาคมบริษัทจัดการลงทุนที่ปรับปรุงการกำหนดตัวชี้วัดผลการดำเนินงานของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือ Benchmark ใหม่กันบ้างแล้ว ฉบับนี้จึงขอมาเล่าที่มาของการปรับเปลี่ยนตัวชี้วัดดังกล่าว และประโยชน์ของการใช้ Benchmark ที่เหมาะสม              

              ก่อนอื่นขอทำความเข้าใจว่า Benchmark ของแต่ละกองทุนเกิดจากการที่คณะกรรมการกองทุนตกลงกับบริษัทจัดการกองทุนตั้งแต่เริ่มแรกที่ว่าจ้างกันโดยจะระบุในสัญญาจ้างบริษัทจัดการว่าเมื่อครบงวดการบริหารกองทุน เช่น ในช่วง 1 ปี นับจากวันเริ่มบริหารจัดการกองทุน ผลการดำเนินงานของกองทุนสูงหรือต่ำกว่า Benchmark ที่ตกลงกันไว้ในสัญญา ประโยชน์ของการกำหนด Benchmark ก็เพื่อใช้วัดฝีมือการบริหารของบริษัทจัดการ และบางกองทุนอาจใช้ผลการเทียบนี้เป็นปัจจัยประกอบการจ่ายค่าธรรมเนียมการจัดการได้

             ที่ผ่านมากองทุนส่วนใหญ่จะวัดผลการดำเนินงานของกองทุนเทียบกับ “อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 1 ปี ของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่” ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับประเภททรัพย์สินในกองทุน ดังนั้น ตัวเทียบวัดแบบเดิมจึงมีข้อด้อยและไม่เหมาะสมกับนโยบายการลงทุนกรณีที่มีทรัพย์สินหลายประเภท

              การปรับปรุงเกณฑ์ของสมาคมบริษัทจัดการลงทุนในครั้งนี้จะสอดคล้องกับนโยบายการลงทุนและสะท้อนความสามารถในการบริหารกองทุนที่แท้จริงของผู้จัดการกองทุนได้ดีขึ้น โดยกำหนดตัวชี้วัดแยกตามประเภททรัพย์สินที่กองทุนลงทุน กล่าวคือหากกองทุนใดมีทรัพย์สินหลายประเภทรวมกัน ก็ควรใช้ เกณฑ์อ้างอิงผสม หรือเรียกว่า Composite Benchmark ซึ่งคำนวณจากการถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักการลงทุนในทรัพย์สินแต่ละประเภทตามนโยบายการ
ลงทุน(Investment policy) ดูได้ที่
http://www.thaipvd.com/thaipvd_v3/investmt/benchmark.pdf


ตัวอย่าง
กองทุน ABC มีนโยบายลงทุนในหุ้นไม่เกิน 30% และส่วนที่เหลือลงทุนตราสารหนี้ภาครัฐไม่น้อยกว่า 70%
Composite Benchmark = [สัดส่วนการลงทุนในหุ้น * ตัวชี้วัดผลตอบแทนการลงทุนในหุ้น] +
                                                  [สัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้*ตัวชี้วัดผลตอบแทนการลงทุนในตราสารหนี้]
                                               = [30% x SET Index Return] + [70% x Total Return of ThaiBMA Government Bond Index]
 

               อย่างไรก็ดี โดยที่นโยบายการลงทุนกำหนดว่าลงทุนในหุ้นไม่เกิน 30% ทำให้การลงทุนหุ้นอาจปรับเปลี่ยนได้ระหว่าง 0%-30% ดังนั้น ในการคำนวณ Composite Benchmark อาจใช้ค่าเฉลี่ยของหุ้น (30+0)/2 คือ 15% ก็ได้ ซึ่งทำให้


Composite Benchmark = [15% x SET Index Return] + [85% x Total Return of ThaiBMA Government Bond Index]
 

           ผลลัพธ์ที่คำนวณได้จะแสดงตัวเลขอัตราผลตอบแทนของกองทุนที่คณะกรรมการกองทุนจะใช้เปรียบเทียบกับผลงานที่บริษัทจัดการทำได้จริง ซึ่งคณะกรรมการกองทุนสามารถติดตามจากแบบรายงานผลการจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่บริษัทจัดการส่งให้คณะกรรมการกองทุนทราบเป็นรายเดือน ซึ่งเมื่อคณะกรรมการได้รับรายงานแล้วก็ควรเปิดเผยให้สมาชิกกองทุนทราบด้วย

                การกำหนดตัวชี้วัดตามเกณฑ์ใหม่ข้างต้นนี้ เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2550 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม หากคณะกรรมการกองทุนยังไม่เข้าใจในเรื่องนี้ ทำให้ยังไม่ได้ตกลงกับบริษัทจัดการกองทุนว่าจะใช้ตัวชี้วัดตามเกณฑ์ใหม่อย่างไร ท่านควรศึกษาทำความเข้าใจให้ดี โดยอาจจะขอคำอธิบายจากบริษัทจัดการกองทุนของท่าน เพื่อให้ตัวชี้วัดใหม่นี้เป็นตัวช่วยให้คณะกรรมการและสมาชิกกองทุนสามารถติดตามผลการดำเนินงานของกองทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แล้วพบกันใหม่ฉบับหน้า สวัสดีค่ะ
 

 

 

bar06_blue.gif

 

 

คอลัมน์นี้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้แก่สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและผู้ที่สนใจ

 

bar06_blue.gif

 

About us | Site Map | Link | Glossary | Contact Us