![]() |
|
|
|
Home | E-Newsletter | สรรหามาเล่า | โปรแกรมช่วยคำนวณภาษี | FAQ | English |
|
|
สรรหามาเล่า |
| ||||||
|
|
|
| ||||||
|
|
ตอน..ก้าวทันผู้จัดการกองทุน (16 ก.พ. 50) |
| ||||||
|
|
|
| ||||||
|
|
สวัสดีค่ะ ท่านคณะกรรมการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ในแต่ละเดือนท่านจะได้รับรายงานเกี่ยวกับกองทุนจากบริษัทจัดการของท่าน จำนวน 3 ฉบับ ได้แก่ รายงาน กช.1.1 รายงาน กช.1.2 และ รายงานการลงทุนในตราสารแห่งหนี้ เงินฝาก และตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ท่านทราบไหมคะว่า รายงานเหล่านี้แสดงรายการสำคัญอะไร และมีจุดใดบ้างที่ท่านควรใส่ใจเป็นพิเศษ เราจะมาเริ่มดูรายละเอียดทีละรายงานเลยค่ะ
เป็นรายงานที่แสดงรายละเอียดของรายได้ ค่าใช้จ่าย กำไรหรือขาดทุนจากเงินลงทุน รวมทั้งการเพิ่มขึ้นจากเงินสะสมและเงินสมทบในส่วนสมาชิกและนายจ้าง และการลดลงจากการจ่ายคืนเงินให้สมาชิกที่สิ้นสมาชิกภาพ ซึ่งเป็นยอด ณ วันสิ้นเดือนนั้น และยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนที่รายงาน ในรายงานนี้มีจุดที่ท่านควรสังเกตคือ รายได้ส่วนใหญ่มาจากแหล่งใด สอดคล้องกับนโยบายการลงทุนของท่านหรือไม่ ตัวอย่างเช่น กองทุนของท่านมีนโยบายการลงทุนที่เน้นการลงทุนในตราสารหนี้เป็นหลัก แต่รายงาน กช. 1.1 แสดงตัวเลขให้เห็นว่ารายได้ส่วนใหญ่มาจากกำไรจากการขายหุ้นและเงินปันผลรับ จึงต้องพิจารณาว่าการลงทุนจริงสอดคล้องกับนโยบายการลงทุนหรือไม่ แต่หากการลงทุนจริงเป็นไปตามนโยบายการลงทุนแล้ว ก็น่าคิดต่อว่า นโยบายการลงทุนของกองทุนสอดคล้องกับภาวะตลาดในขณะนั้นหรือไม่ เพราะมีกำหนดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นเพียงเล็กน้อย แต่กลับสร้างรายได้ให้กองทุนในสัดส่วนที่สูงกว่าการลงทุนในตราสารหนี้ที่เป็นทรัพย์สินส่วนใหญ่ของกองทุน ซึ่งท่านอาจนำข้อมูลเหล่านี้มาหารือกับบริษัทจัดการเพื่อปรับเปลี่ยนนโยบายการลงทุนให้เหมาะสมยิ่งขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ ท่านควรพิจารณาดูว่ากองทุนมีกำไรหรือขาดทุนจากเงินลงทุนซึ่งเกิดขึ้นจากการซื้อขายทรัพย์สินจริงหรือจากการตีราคาทรัพย์สินตามราคาตลาด ทั้งนี้ กำไร/ขาดทุนจากการตีราคาตามราคาตลาดยังทำให้ท่านทราบคุณภาพของทรัพย์สินเหล่านั้นอีกด้วย อาทิ ถ้ากองทุนของท่านขาดทุนจากการตีราคาทรัพย์สิน แสดงว่า ทรัพย์สินเหล่านั้นมีราคาตลาดต่ำกว่าราคาทุนที่กองทุนซื้อทรัพย์สินนั้นมา ซึ่งท่านสามารถใช้เป็นข้อสังเกตเพื่อสอบถามแนวทางดำเนินงานของบริษัทจัดการต่อทรัพย์สินนั้นว่าจะถือไว้ต่อไปหรือจะขายออกหากไม่เห็นอนาคต รวมทั้ง ยังมีรายละเอียดอื่นๆ ซึ่งท่านควรให้ความใส่ใจ อาทิ ยอดยกมาและยอดยกไปในแต่ละเดือนถูกต้องหรือไม่ จำนวนค่าใช้จ่ายต่อเดือนสัมพันธ์กับ
เป็นรายงานแสดงรายการและมูลค่าของทรัพย์สินที่กองทุนถือครองอยู่ ณ วันสิ้นเดือนที่รายงาน ทำให้ท่านทราบว่ากองทุนของท่านไปลงทุนในตราสารประเภทใดบ้าง และเป็นร้อยละเท่าไหร่ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ ซึ่งทำให้ท่านสามารถใช้ข้อมูลในรายงานนี้ ตรวจสอบว่าบริษัทจัดการนำเงินไปลงทุนตามนโยบายการลงทุนที่กำหนดไว้หรือไม่ สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับวันครบกำหนดของตราสารจะช่วยให้ท่านตรวจสอบได้ว่ากองทุนของท่านมีสภาพคล่องเพียงพอที่จะการจ่ายเงินให้สมาชิกหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากท่านทราบว่าสมาชิกของท่านจำนวนหนึ่งมีกำหนดจะเกษียณอายุพร้อมๆกัน ทำให้กองทุนต้องมีสภาพคล่องสูงกว่าปกติเพื่อจ่ายคืนเงินให้สมาชิกที่เกษียณ นอกจากนี้ ท่านสามารถทราบข้อมูลสำคัญโดยรวมของกองทุน ได้แก่ มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ จำนวนหน่วยทั้งหมดของกองทุน มูลค่าสินทรัพย์สุทธิต่อหน่วย และอัตราผลตอบแทนสะสมสุทธิ เพื่อใช้เปรียบเทียบความเปลี่ยนแปลงของกองทุนกับรายงานในเดือนก่อนหน้าด้วย
จะแบ่งสินทรัพย์ที่ลงทุนเป็น 4 กลุ่ม เรียงตามอันดับความเสี่ยงได้แก่ (1) ตราสารภาครัฐไทยและต่างประเทศ (2) ตราสารที่ธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้ง ธนาคารพาณิชย์ หรือบริษัทเงินทุนเป็นผู้ออก/ผู้สั่งจ่าย/ผู้รับรอง/อาวัล/สลักหลัง/ค้ำประกัน (3) ตราสารที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (investment grade) (4) ตราสารที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้ หรือไม่ได้รับอันดับความน่าเชื่อถือ หวังว่า สรรหามาเล่าฉบับนี้ จะเป็นแนวทางเบื้องต้นที่จะช่วยให้คณะกรรมการกองทุนก้าวทันผู้จัดการกองทุนในการที่จะสามารถติดตามผลการปฏิบัติงานของบริษัทจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งใช้เป็นแนวทางในวางแผนการบริหารเงินลงทุนของกองทุนในอนาคตได้อีกด้วย แล้วพบกันใหม่ฉบับหน้า สวัสดีค่ะ
|
| ||||||
|
|
|
|
||||||
|
|
คอลัมน์นี้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้แก่สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและผู้ที่สนใจ |
|
||||||
|
|
||||||||