Home | E-Newsletter | สรรหามาเล่า | โปรแกรมช่วยคำนวณภาษี | FAQ | English

 

สรรหามาเล่า

 

 

 

 

 

ตอน..คุณรู้จักตราสารหนี้ดีแค่ไหน                                                                                 (2 เม.ย. 50)

 

 

 

 

 

          สวัสดีค่ะ เพื่อนสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เชื่อว่าพอร์ตการลงทุนของกองทุนของท่านคงลงทุนในตราสารหนี้อยู่พอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
กองทุนที่มุ่งหวังผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม การลงทุนในตราสารหนี้ยังคงมีความเสี่ยงอยู่ในหลายๆ ด้าน สรรหามาเล่าฉบับนี้จึงขอนำเสนอความเสี่ยงหลักๆ ของการลงทุนในตราสารหนี้ และรายละเอียดต่างๆ ของตราสารหนี้ที่ท่านควรใส่ใจ เพื่อให้ท่านเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนในตราสารหนี้ได้ดีขึ้น 

          เมื่อกองทุนลงทุนในตราสารหนี้ ผลตอบแทนที่กองทุนจะได้รับ ได้แก่ ดอกเบี้ยหน้าตั๋วและกำไรจากส่วนต่างของราคากรณีขายตราสารหนี้นั้นไปก่อนถึงวันครบกำหนดไถ่ถอน ซึ่งความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารหนี้ที่เกิดขึ้น ก็คือ ความเสี่ยงที่กองทุนจะไม่ได้รับผลตอบแทนข้างต้นตามที่คาดหวังไว้นั่นเอง

          ความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารหนี้  

          1. ความเสี่ยงด้านเครดิต คือ ความเสี่ยงที่ผู้ออกตราสารหนี้อาจผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งความเสี่ยงประเภทนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับตราสารหนี้ภาคเอกชน โดยท่านสามารถประเมินความเสี่ยงด้านนี้ได้จากผลการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลหรือพันธบัตร
รัฐวิสาหกิจที่มีกระทรวงการคลังค้ำประกันเงินต้นและดอกเบี้ยถือได้ว่าเป็นตราสารหนี้ที่ปลอดการผิดนัดชำระหนี้หรือไม่มีความเสี่ยงด้านเครดิต

          2. ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยในตลาด ตัวอย่างเช่น เมื่ออัตราดอกเบี้ยในท้องตลาดปรับตัวสูงขึ้น ราคาตราสารหนี้ที่
ซื้อขายอยู่ในตลาดรองต้องปรับลดลง เพื่อดึงอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้นั้นๆ ให้สูงขึ้นใกล้เคียงกับอัตราดอกเบี้ยในตลาด เพื่อดึงดูดความสนใจของ
นักลงทุนให้เข้ามาซื้อ ดังนั้น หากกองทุนขายตราสารหนี้เหล่านั้นออกไปขณะที่อัตราดอกเบี้ยในตลาดปรับสูงขึ้น ก็อาจจะทำให้กองทุนขาดทุนจากส่วนต่างของราคาซื้อและราคาขาย

          3. ความเสี่ยงจากการขาดสภาพคล่องในการซื้อขาย มีโอกาสเกิดขึ้นกับการลงทุนในตราสารหนี้ที่ไม่เป็นที่นิยมของตลาด ซึ่งในประเทศไทยพันธบัตรรัฐบาลมักมีความคล่องตัวในการซื้อขายสูงกว่าหุ้นกู้ภาคเอกชน ดังนั้น เมื่อกองทุนต้องการเงินสด โดยจำเป็นต้องขายหุ้นกู้ที่ไม่มีสภาพคล่องออกไปในกรณีเร่งด่วน อาจทำให้กองทุนต้องลดราคาหุ้นกู้ลง เพื่อดึงดูดความสนใจของนักลงทุน ซึ่งอาจส่งผลให้กองทุนขาดทุนจากการขายหุ้นกู้ได้

         4. ความเสี่ยงจากการมีอำนาจซื้อที่ลดลง เกิดจากอัตราเงินเฟ้อที่มีโอกาสขยับสูงขึ้นในอนาคต ส่งผลให้ดอกเบี้ยซึ่งกองทุนได้รับในอัตราคงที่
ทุกงวดมีมูลค่าที่แท้จริงหรืออำนาจซื้อลดลง โดยความเสี่ยงประเภทนี้มักเกิดกับตราสารหนี้ที่มีอายุยาวๆ

          5. ความเสี่ยงในการถูกไถ่ถอนตราสารหนี้คืนก่อนกำหนด จะเกิดขึ้นเฉพาะกับตราสารหนี้ที่ระบุเงื่อนไขว่าผู้ออก ตราสารหนี้มีสิทธิชำระคืนหนี้ก่อนกำหนด โดยปกติผู้ออกตราสารหนี้จะขอชำระหนี้คืนก่อนกำหนดในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยในตลาดอยู่ในระดับต่ำ เพราะสามารถหาแหล่งเงินกู้อื่นที่มีต้นทุนต่ำกว่าได้แทน ดังนั้น เมื่อกองทุนได้รับเงินคืนและนำเงินไปลงทุนใหม่ก็จะได้อัตราผลตอบแทนที่ต่ำกว่าเดิม ซึ่งกรณีนี้นับได้ว่าเป็นความเสี่ยงอีกประการหนึ่ง

          ดังนั้น เพื่อให้ท่านสามารถประเมินความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารหนี้ของกองทุนของท่านได้ ท่านควรศึกษารายละเอียดต่างๆ ของตราสารหนี้ที่กองทุนลงทุน อาทิ ชื่อผู้ออก เพื่อให้ทราบว่าใครเป็นผู้ออกตราสารหนี้ดังกล่าว และมีประวัติน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด ประเภทของตราสารหนี้ เพื่อให้ทราบถึงระดับความเสี่ยงอย่างคร่าวๆ อาทิ ถ้าเป็น ตราสารหนี้ภาครัฐย่อมมีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้น้อยกว่าตราสารหนี้ภาคเอกชน หรือถ้าเป็นหุ้นกู้มีประกันผู้ออกจะวางหลักทรัพย์ไว้เป็นหลักประกันการชำระหนี้ ซึ่งผู้ถือหุ้นกู้ประเภทนี้จะมีสิทธิจากการเรียกร้องเหนือกว่าเจ้าหนี้รายอื่น ทำให้มีความเสี่ยงน้อยกว่า วันครบกำหนดไถ่ถอน ยิ่งตราสารหนี้มีอายุยาวเท่าไหร่ ความเสี่ยงบางประเภทก็จะมากขึ้น

          มาถึงตรงนี้ คิดว่าท่านคงเข้าใจการลงทุนในตราสารหนี้มากขึ้น สำหรับท่านที่มีข้อสงสัยในเรื่องที่เกี่ยวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เขียน email มาคุยกัน
ได้ที่ thaipvd@sec.or.th แล้วพบกันใหม่ฉบับหน้า สวัสดีค่ะ
 

 

 

bar06_blue.gif

 

 

คอลัมน์นี้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้แก่สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและผู้ที่สนใจ

 

bar06_blue.gif

 

About us | Site Map | Link | Glossary | Contact Us