Home | E-Newsletter | สรรหามาเล่า | โปรแกรมช่วยคำนวณภาษี | FAQ | English

 

สรรหามาเล่า

 

 

 

 

 

 ตอน..ถ้าไม่แจ้งชื่อผู้รับประโยชน์จะมีผลอย่างไร                                       (20 พ.ย. 50)

 

 

 

 

 

               ท่านสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพทุกท่านคงจำได้ว่าเมื่อสมัครเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จะต้องมีการกรอกชื่อผู้รับประโยชน์ ซึ่งหมายถึงบุคคลที่จะได้รับเงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของสมาชิก หากสมาชิกสิ้นสมาชิกภาพเนื่องจากเสียชีวิต และบริษัทจัดการกองทุนจะจ่ายเงินกองทุนที่สมาชิกควรได้รับให้แก่ผู้รับประโยชน์ที่ระบุไว้ ภายใน 30 วันนับจากวันที่สมาชิกเสียชีวิต  อย่างไรก็ดี ในทางปฏิบัติบริษัทจัดการจะดำเนินการจ่ายเงินให้แก่ผู้รับประโยชน์ เมื่อได้รับแจ้งการสิ้นสมาชิกภาพจากคณะกรรมการกองทุนแล้ว

               การแจ้งชื่อผู้รับประโยชน์ ควรแจ้งให้บริษัทจัดการกองทุนทราบตั้งแต่ตอนที่ท่านสมัครสมาชิก โดยท่านจะต้องกำหนดบุคคลที่จะได้รับเงินจาก
กองทุนเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมทั้งกำหนดสัดส่วนว่าให้ใครเท่าไร เช่น ให้บิดาและมารดา 20% บุตร 80% เป็นต้น ทั้งนี้ ท่านอาจระบุให้ใครก็ได้ไม่ว่า
ผู้นั้นจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล
  นอกจากนี้ หากท่านต้องการเปลี่ยนชื่อผู้รับประโยชน์หรือสัดส่วนใหม่ ท่านสามารถแจ้งขอเปลี่ยนต่อบริษัทจัดการ
กองทุนของท่านได้ โดยมีหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรแจ้งผ่านคณะกรรมการกองทุนหรือฝ่ายงานที่บริษัทนายจ้างท่านกำหนดให้ดูแลเรื่องกองทุนสำรอง
เลี้ยงชีพ เพราะกฎหมายกำหนดให้บริษัทจัดการกองทุนเป็นผู้จ่ายเงิน

               อย่างไรก็ดี อาจมีสมาชิกบางท่านไม่ได้แจ้งชื่อผู้รับประโยชน์ไว้ตั้งแต่แรก แล้วจะมีผลอย่างไร เงินจะถูกริบเป็นของนายจ้างหรือไม่  ในกฎหมาย
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพมาตรา 23 ได้กำหนดรองรับกรณีดังกล่าวไว้แล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดข้อขัดแย้ง และเพื่อให้เงินของท่านตกถึงครอบครัวตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งได้กำหนดว่า ในกรณีสิ้นสมาชิกภาพเพราะการตาย ถ้าไม่ได้กำหนดบุคคลผู้จะได้รับเงินจากกองทุนไว้ในพินัยกรรม หรือทำเป็นหนังสือมอบไว้แก่บริษัทจัดการกองทุน หรือระบุไว้แต่บุคคลนั้นตายก่อน ก็ให้จ่ายเงินจากกองทุนตามหลักเกณฑ์ดังนี้
(1) บุตร ได้รับ 2 ส่วน  ถ้ามีบุตร 3 คน ขึ้นไปได้รับ 3 ส่วน  (2) สามีหรือภรรยา ได้รับ 1 ส่วน (3) บิดาและมารดา ได้รับ 1 ส่วน (หากใครเสียชีวิตคนที่ยังอยู่จะได้รับแทน)
             
ทั้งนี้ หากไม่มีบุคคลตาม (1)-(3) ข้างต้น หรือมีแต่ตายไปก่อน ให้แบ่งเงินนั้นให้บุคคลที่เหลืออยู่ตามสัดส่วนข้างต้นต่อไป เช่น หากสมาชิกมีภรรยาแล้วแต่ไม่มีบุตร เงินจะตกเป็นของภรรยา 1 ส่วน และบิดามารดา 1 ส่วน และหากบุคคลข้างต้นตายหมดแล้วหรือไม่มีทายาทตามกฎหมาย ก็ให้เงินตกเป็นของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของสมาชิกโดยจัดการตามที่กำหนดในข้อบังคับกองทุนดังกล่าว

               บางท่านอาจมีข้อสงสัยว่า หากสมาชิกได้แจ้งชื่อผู้รับประโยชน์เป็นหนังสือต่อบริษัทจัดการเมื่อหลายปีมาแล้ว  และต่อมาได้เขียนพินัยกรรมโดยระบุ
ให้ผู้รับเงินจากกองทุนเป็นบุคคลอื่นที่ต่างไปจากหนังสือแจ้งบริษัทจัดการครั้งแรก หากสมาชิกตายลงเงินจะเป็นของใคร
 คำตอบคือจะถือตาม “เจตนาครั้งสุดท้าย” เป็นหลัก คือดูวันที่ระบุในเอกสาร หากฉบับใดเขียนทีหลัง ให้จ่ายเงินตามรายชื่อในเอกสารฉบับหลัง ซึ่งในกรณีนี้คือพินัยกรรม แต่หากวันที่เขียนพินัยกรรมเป็น
วันเดียวกันกับหนังสือแจ้งบริษัทจัดการ กรณีนี้ต้องให้ศาลเป็นผู้พิจารณาตัดสิน

             หากท่านใดจำไม่ได้หรือไม่เคยทราบมาก่อนว่าต้องแจ้งรายชื่อผู้รับประโยชน์ในกองทุนด้วย ก็ให้รีบไปแจ้งต่อบริษัทจัดการกองทุนของท่านโดยด่วน
นะคะ ลูกหลานจะได้ไม่มีปัญหาในการแบ่งสมบัติ และไม่ต้องขึ้นโรงขึ้นศาลให้วุ่นวาย อีกทั้งท่านยังได้จัดสรรเงินให้คนที่ท่านต้องการตรงใจที่สุดอีกด้วย
แล้วพบกับสรรหามาเล่าเรื่องสนุก ๆ กันใหม่ในฉบับหน้า สวัสดีค่ะ
            

 

 

bar06_blue.gif

 

 

คอลัมน์นี้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้แก่สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและผู้ที่สนใจ

 

bar06_blue.gif

 

 

About us | Site Map | Link | Glossary | Contact Us